คำเทศนาอาทิตย์ที่ 10 มกราคม 2021 (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

“ตามพระเยซูคริสต์…เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน”

ยอห์น 13:1-20

สำหรับคนยิวในยุคของพระเยซูคริสต์ การล้างเท้า เป็นอนามัยก่อนรับประทานอาหาร  เพราะลักษณะของการนั่งรับประทานอาหารด้วยกัน จะคล้ายบ้านเราคือปูเสื่อ และนั่งขัดสมาธิ เท้าของเราจะใกล้กับอาหารที่เราวางกับพื้น แม้จะมีโต๊ะตั้งอาหาร ก็เตี้ยๆ ดังนั้น เท้าที่คลุกฝุ่นก็จะนำความสกปรกมาได้  บ้านที่มีคนรับใช้ ก็จะให้คนรับใช้นั้นมาล้างเท้าให้กับแขก  แต่สำหรับสาวกของพระเยซูคริสต์ ไม่ได้มั่งมี และการรับประทานอาหารด้วยกันของสาวกของพระเยซู ซึ่งเป็นชาวประมง คนเก็บภาษี คนที่ตามพระเยซูเวลานั้น เป็นชาวกาลิลี คือคนที่ไร้การศึกษา ห่างไกลความศิวิไลของคนเมือง ทำอะไรก็จะง่ายๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร พอมารวมตัวกันที่โต๊ะอาหาร ก็กินเลย พระคัมภีร์ยอห์นตอนนี้ บันทึกว่า พระเยซูทรงลุกขึ้น ทำการล้างเท้าของสาวก ขณะกำลังกินอาหารกันอยู่ และพระองค์ก็ทรงทำหน้าที่ของคนรับใช้ ล้างเท้าให้กับสาวกของพระองค์ทีละคน (ดูเหมือนจะไม่มีใครใส่ใจที่จะปรนนิบัติกันและกัน)

ยอห์น 13:5-7 5 แล้ว​ทรง​เท​น้ำ​ลง​ใน​อ่าง​และ​ทรง​เอา​น้ำ​ล้าง​เท้า​ของ​พวก​สา​วก และ​ทรง​เช็ด​ด้วย​ผ้า​ที่​ทรง​คาด​เอว​ไว้​นั้น6 เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​มา​ถึง​ซีโมน​เป​โตร เขา​ทูล​พระ​องค์​ว่า “องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า พระ​องค์​จะ​ทรง​ล้าง​เท้า​ของ​ข้า​พระ​องค์​หรือ?”7 พระ​เยซู​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “สิ่ง​ที่​เรา​ทำ​ใน​ขณะ​นี้​ท่าน​ยัง​ไม่​รู้​เรื่อง แต่​ภาย​หลัง​ท่าน​จะ​เข้า​ใจ”

พระเยซูทรงล้างเท้าให้กับสาวกทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ สาวกที่ทรยศที่ชื่อว่า ยูดาส อิสคาริโอท ยอห์นได้บันทึกบทสนทนาระหว่างเปโตรกับพระเยซูคริสต์….

ยอห์น 13:8 8 ​เปโตร​ทูล​พระ​องค์​ว่า “​พระ​องค์​จะ​ทรง​ล้าง​เท้า​ของ​ข้า​พระ​องค์​ไม่ได้” ​พระ​เยซู​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “ถ้า​เรา​ไม่​ล้าง​ท่าน​แล้ว ท่าน​จะ​มี​ส่วน​ใน​เรา​ไม่ได้”

ความรู้สึกของเปโตรที่มีต่อพระเยซูคริสต์  คือ พระองค์เป็นพระอาจารย์ จะมาทำหน้าที่ล้างเท้าให้กับเปโตรไม่ได้ เปโตรปฏิเสธการล้างเท้า  แต่เมื่อพระเยซูตรัสว่า  ถ้าเปโตรไม่ให้พระเยซูล้างเท้า เปโตรจะมีส่วนในพระองค์ไม่ได้ เปโตรน่าจะตีความหมายของพระเยซูว่า การเป็นหุ้นส่วนในงานที่พระเยซูกำลังทำ ซึ่งเวลานั้น พระเยซูทำพันธกิจมากมาย อย่างเกิดผล ผู้คนยอมรับและติดตามพระเยซู พระองค์มีชื่อเสียง เป็นที่นิยมชมชอบของคนมากมาย เมื่อพระเยซูคริสต์ตรัสถึงการมีส่วนในพระองค์ เปโตรจึงยอมให้พระเยซูคริสต์ล้างเท้าให้  ลองจินตนาการตาม ขณะพระเยซูล้างเท้าให้เปโตร เขาคงจะคิดว่า ล้างเท้า มีส่วนกับพระเยซูแค่เท้าเหรอ  ล้างไปทั้งตัวเลยดีกว่ามั้ง และเปโตรก็เลยพูดกับพระเยซูต่อว่า….

ยอห์น 13:9  9 ซีโมน​เปโตร​ทูล​พระ​องค์​ว่า “​พระ​องค์​เจ้า​ข้า​มิใช่​แต่​เท้า​ของ​ข้า​พระ​องค์​เท่านั้น แต่​ขอ​ทรง​โปรด​ล้าง​ทั้ง​มือ​และ​ศีรษะ​ด้วย”

จากการล้างเท้า ก่อนกินอาหาร เลยเถิดไปถึง ล้างมือ และล้างศีรษะด้วย  เปโตรไม่เข้าใจความหมายที่พระเยซูกำลังสอนศิษย์ของพระองค์ด้วยการล้างเท้า คือ ความถ่อมใจ ในการปรนนิบัติกันและกัน ไม่ถือว่าใครใหญ่กว่า ดีกว่า สูงกว่า เพราะแม้แต่พระอาจารย์ก็ทรงมาเพื่อการปรนนิบัติ

การมีท่าทีเช่นนี้ คือการติดตามพระองค์ ให้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้อย่างไร?

ในหนังสือมัทธิวได้บันทึกตอนหนึ่งว่า มารดาของยอห์นและยากอบ(สาวกสองคนในสิบสองคน) เพื่อขอให้พระเยซูตั้งลูกของตนเองเป็นมือขวามือซ้าย (นั่งข้างขวาข้างซ้ายกับพระเยซู เมื่อพระองค์ทรงได้ครอบครองอาณาจักรแล้ว) เข้าใจว่า ยอห์นกับยากอบน่าจะเล่าให้แม่ของตนเองฟังว่า พระเยซูทรงเป็นพระเมสสิยาห์ เรียกตามภาษาชาวบ้าน ก็คือ ผู้ปลดปล่อยคนอิสราเอลจากความเป็นทาสของอาณาจักรโรม แม่ของยอห์นและยากอบ เป็นชาวบ้านธรรมดา ฟังแล้วก็คิดว่า พระเยซูกำลังจะขึ้นเป็นกษัตริย์ของคนอิสราเอลหลังจากหลุดจากการปกครองของอาณาจักรโรม นางจึงมาขอพระเยซูให้มีความชื่นชอบลูกของนางเป็นพิเศษ เมื่อพระเยซูได้เป็นใหญ่ ก็อย่าลืมลูกชายของนางด้วย (ตั้งสองคน)ที่ติดสอยห้อยตามพระองค์ในตอนนี้ ไม่เพียงแม่ของยอห์นกับยากอบจะคิดอย่างนี้ สาวกคนอื่นที่เหลือก็น่าจะคิดอย่างเดียวกัน หนังสือมัทธิว จึงบันทึกว่า

มัทธิว 20:24 24 เมื่อ​สาวก​สิบ​คน​นั้น​ได้​ยิน​แล้ว ​ก็​มี​ความ​ขุ่น​เคือง​พี่​น้อง​สอง​คน​นั้น​

คาดว่า ในท่ามกลางสาวกสิบสองคน น่าจะเกิดความแตกแยกกันเพราะเรื่องนี้  รากศัพท์กรีกคำว่า ขุ่นเคือง แปลว่า ไม่ไปด้วยกัน ไม่เป็นทีมเดียวกัน (อย่างมาก) วิเคราะห์ว่า สาวกสิบสองคนที่ติดตามพระเยซูคริสต์ คาดหวัง ความเป็นใหญ่ ความเป็นผู้ครอบครอง

มัทธิว 20:25-28 25 ​พระ​เยซู​ทรง​เรียก​เขา​ทั้ง​หลาย​มา​ตรัส​ว่า “ท่าน​ทั้ง​หลาย​รู้อยู่​ว่า​ผู้​ครอง​ของ​คน​ต่างชาติ ย่อม​เป็น​เจ้า​เหนือ​เขา และ​ผู้ใหญ่​ทั้ง​หลาย​ก็​ใช้​อำนาจ​บังคับ​26 แต่​ใน​พวก​ท่าน​หา​เป็น​อย่าง​นั้น​ไม่ ถ้า​ผู้ใด​ใคร่​จะ​ได้​เป็น​ใหญ่​ใน​พวก​ท่าน ผู้​นั้น​จะต้อง​เป็น​ผู้​ปรนนิบัติ​ท่าน​ทั้ง​หลาย27 ถ้า​ผู้ใด​ใคร่​จะ​ได้​เป็น​เอก​เป็น​ต้น ผู้​นั้น​จะต้อง​เป็น​ทาส​สมัคร​ของ​พวก​ท่าน28 อย่าง​ที่​บุตร​มนุษย์​มิ​ได้มา​เพื่อ​รับ​การ​ปรนนิบัติ แต่​ท่าน​มา​เพื่อ​จะ​ปรนนิบัติ​เขา และ​ประทาน​ชีวิต​ของ​ท่าน​ให้​เป็น​ค่า​ไถ่​คน​เป็น​อัน​มาก”

พระเยซูเรียกสาวกของพระองค์มาสอนทันที และพระองค์รู้ว่า การสอนด้วยคำพูดอย่างเดียวไม่พอ พระองค์ต้องทำเป็นต้นแบบให้สาวกทำตาม จึงเกิดเป็นการล้างเท้าสาวก

ตามพระเยซูคริสต์…ต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน   แต่เปโตรก็ยังตีความหมายเป็นอย่างอื่น กับคำว่า มีส่วนในพระองค์ไม่ได้ ถ้าไม่ยอมให้ล้างเท้า เปโตรก็เลยขอให้พระเยซูล้างมากกว่าเท้า จะได้มีส่วนมากกว่าคนอื่น จนกลายเป็นเรื่องน่าขำ

ยอห์น 13:10-11 10 ​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ผู้​ที่​อาบน้ำ​แล้ว​ไม่​จำเป็นต้อง​ชำระ​กาย​อีก ล้าง​แต่​เท้า​เท่านั้น เพราะ​สะอาด​หมด​ทั้งตัว​แล้ว พวก​ท่าน​ก็​สะอาด​แล้ว ​แต่​ไม่ใช่​ทุก​คน” 11 เพราะ​พระ​องค์​ทรง​ทราบ​ว่า​ใคร​จะ​อายัด​พระ​องค์​ไว้ เหตุ​ฉะนั้น​พระ​องค์​จึง​ตรัส​ว่า “ท่าน​ทั้ง​หลาย​ไม่​สะอาด​ทุก​คน”

พระเยซูทรงสอนเปโตรด้วยความสุภาพ  พระองค์ไม่ตำหนิเปโตรที่มีใจโลภ  …ขอมากกว่าล้างเท้า แต่พระองค์ทรงใช้จังหวะนี้ สอนสาวกทุกคนเรื่องความสะอาดของจิตใจ ไม่ได้อยู่ที่ตัวสะอาด   ความไม่สะอาดของคนบางคนที่พระเยซูหมายถึง คือ จิตใจที่คิดจะจับพระเยซูมอบให้กับพวกปุโรหิตและพวกฟาริสี (ผู้ที่สูญเสียผลประโยชน์ เสียความนิยมจากประชาชน เพราะประชาชนหันไปฟังและติดตามพระเยซู)  ด้วยความรู้สึกว่า กำลังสูญ เสียมวลชนให้กับพระเยซู  คนเหล่านี้คิดจะกำจัดพระเยซู รวมทั้งมารก็ต้องการกำจัดพระเยซู เพราะว่าพระเยซูทรงทำลายงานของมาร

พระกิตติคุณลูกาได้บันทึกตอนหนึ่งเกี่ยวกับพันธกิจของพระเยซูได้ทำลายงานของมารซาตาน

ลูกา 10:17-20 17 สา​วก​เจ็ด​สิบ​สอง​คน​นั้น​กลับ​มา​ด้วย​ความ​ยินดี​ทูล​ว่า “องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า แม้​แต่​พวก​ผี​ก็​อยู่​ใต้​บัง​คับ​ของ​พวก​ข้า​พระ​องค์​โดย​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์”18 พระ​องค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​เห็น​ซา​ตาน​ตก​จาก​ฟ้า​เหมือน​ฟ้า​แลบ19 นี่​แน่ะ เรา​ให้​พวก​ท่าน​มี​สิทธิ​อำ​นาจ​เหยียบ​งูร้าย​และ​แมง​ป่อง และ​ให้​มี​อำ​นาจ​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​ฤทธา​นุ​ภาพ​ของ​ศัตรู​นั้น ไม่​มี​อะไร​จะ​มา​ทำ​อัน​ตราย​พวก​ท่าน​ได้​เลย 20 แต่​ว่า​อย่า​ชื่น​ชม​ยินดี​ใน​สิ่ง​นี้ คือ​ที่​พวก​ผี​อยู่​ใต้​บัง​คับ​ของ​ท่าน แต่​จง​ชื่น​ชม​ยินดี​ที่​ชื่อ​ของ​ท่าน​จด​ไว้​ใน​สวรรค์”

พระเยซูคริสต์ได้ส่งสาวกของพระองค์ไปตามเมืองต่างๆเพื่อไปช่วยประชาชน ขับผีต่างๆที่ทำให้ประชาชนป่วย และตกอยู่ภายใต้อำนาจของผี ปลดปล่อยประชาชนให้มีเสรีภาพ

18 พระ​องค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​เห็น​ซา​ตาน​ตก​จาก​ฟ้า​เหมือน​ฟ้า​แลบ

พระเยซูคริสต์ จึงกลายเป็นเป้าหมายการทำลายของมาร และพวกผู้ที่เสียผลประโยชน์

ยอห์น 13:2 2 ขณะ​เมื่อ​รับประทาน​อาหาร​เย็น​อยู่​นั้น (​มาร​ได้​ดล​ใจ​ยูดาส​อิส​คาริโอท บุตร​ของ​ซีโมน ให้​อายัด​พระ​องค์​ไว้​)​

มาร ในที่นี้ รากศัพท์กรีก แปลว่า ผู้กล่าวหาเท็จ  ผู้ชั่วร้าย ผู้ใส่ร้าย  คำว่า ดลใจ แปลว่า ใส่ข้อมูลไว้ในใจ ของยูดาส อิสคาริโอท ให้กระทำต่อพระเยซูคริสต์ ด้วยการ อายัดพระองค์ไว้….  คำว่า อายัด รากศัพท์กรีก แปลว่า เข้าคุก(ขังเป็นนักโทษ) ให้อยู่ในอันตราย ฉบับแปล 2011 ใช้คำว่า ทรยศ

ยอห์น 13:11 11 เพราะ​พระ​องค์​ทรง​ทราบ​ว่า​ใคร​จะ​อายัด​พระ​องค์​ไว้ เหตุ​ฉะนั้น​พระ​องค์​จึง​ตรัส​ว่า “ท่าน​ทั้ง​หลาย​ไม่​สะอาด​ทุก​คน”

ตามพระเยซูคริสต์….เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  สิ่งที่สำคัญก่อนการล้างเท้า คือ ใจที่สะอาด ใจสัตย์ซื่อ ใจที่ไม่โลภ ใจที่ห่างไกลจากความเท็จ และการให้ร้าย

การล้างเท้า เป็นการแสดงออกอันดับท้ายๆ ของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อันดับแรกต้องมาจากใจที่สะอาด จึงจะรักษาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเอาไว้ได้  ยูดาส ได้รับการล้างเท้า แต่ใจยังเต็มไปด้วยความเท็จ ความโลภ ความปรารถนาอยากเป็นใหญ่ อยากให้พันธกิจของพระเยซูคริสต์เป็นอย่างที่ตนเองอยากได้ อยากเป็น เบื้องหลังของยูดาส มาจากกลุ่มคนที่เรียกว่า Zealot แปลว่า พวกที่มีอุดมการณ์ทางการเมือง มุ่งที่จะปลุกระดมประชาชนในแคว้นยูเดียให้ต่อต้านการปกครองของอาณาจักรโรม และต้องการขับไล่พวกโรมันออกไปจากแผ่นดินบริสุทธิ์ด้วยวิธีใช้กำลัง ดังนั้น ยูดาส อิสคาริโอท ขณะเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์  ยังคงเก็บอุดมการณ์เหล่านี้ไว้ในใจของตนเอง จึงเป็นเชื้อที่มารใช้เป็นข้อมูล  ยูดาสตัดสินว่า วิธีการของพระเยซูไม่สามารถนำไปถึงความปรารถนาของตนเองได้ จึงตัดสินใจขายพระเยซู….

ให้เราพึงระวัง  เรื่อง วิธีการที่แตกต่างกัน ของคนมากมาย กลายเป็นชนวนทำลายความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องสวมเสื้อสกรีนสีเดียวกัน  อายุในวัยเดียวกัน ชอบอะไรที่เหมือนๆกัน คิดอย่างเดียวกัน ถ้าคิดต่าง กลายเป็นศัตรู นั่นไม่ใช่มุมมองของพระเยซูคริสต์

ตามพระเยซูคริสต์…เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  จึงมีทั้งคริสตจักรท้องถิ่น  คืออยู่กันในที่ต่างๆกัน และมีคริสตจักรสากล คือ อยู่ทั่วโลก ต่างวัฒนธรรม ต่างภาษา ต่างเชื้อชาติ มีความต่างกันหลากหลาย  นมัสการในรูปแบบต่างกัน แต่วันหนึ่ง ในวันที่ทุกคนขึ้นไปบนฟ้าสวรรค์ วันนั้น จะเป็นที่รวมความต่างไว้ในที่เดียวกัน แต่นมัสกาพระเจ้าองค์สูงสุดผู้เดียว

วิวรณ์ 7:9-11,14  9 หลัง​จาก​นั้น​มา ข้าพ​เจ้า​เห็น และ​นี่แน่ะ มหา​ชน​ที่​ไม่​มี​ใคร​นับ​จำ​นวน​ได้ ที่​มา​จาก​ทุก​ประ​ชา​ชาติ ทุก​เผ่า ทุก​ชน​ชาติ​และ​ทุก​ภา​ษา ยืน​อยู่​หน้า​พระ​ที่​นั่ง​และ​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เมษ​โป​ดก พวก​เขา​สวม​เสื้อ​ผ้า​สี​ขาว และ​ถือ​ใบ​ตาล​อยู่​ใน​มือ10 พวก​เขา​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “ความ​รอด​ขึ้น​อยู่​กับ​พระ​เจ้า​ของ​เรา​ผู้​ประ​ทับ​บน​พระ​ที่​นั่ง และ​ขึ้น​อยู่​กับ​พระ​เมษ​โป​ดก” 11 และ​ทูต​สวรรค์​ทั้ง​หมด​ที่​ยืน​อยู่​รอบ​พระ​ที่​นั่ง รอบ​ผู้​อา​วุโส และ​รอบ​สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​สี่​นั้น ก็​ทรุด​ตัว​ลง​หน้า​พระ​ที่​นั่ง และ​นมัสการ​พระ​เจ้า….14 ข้าพ​เจ้า​ตอบ​ท่าน​ว่า “ท่าน​เจ้า​ข้า ท่าน​เองก็​ทราบ​อยู่​แล้ว” ท่าน​จึง​บอก​ข้าพ​เจ้า​ว่า “คน​เหล่านี้​เป็น​คน​ที่​มา​จาก​ความ​ยาก​ลำ​บาก​ครั้ง​ยิ่ง​ใหญ่ พวก​เขา​ชำระ​ล้าง​เสื้อ​ผ้า​ของ​เขา​ด้วย​พระ​โล​หิต​ของ​พระ​เมษ​โป​ดก​จน​ขาว​สะอาด

ตามพระเยซูคริสต์…เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  ความรอดของผู้ที่ตามพระเยซู…ขึ้นอยู่กับพระเมษโปดก (แปลว่า แกะของพระเจ้า หมายถึง พระเยซู) ความสะอาดของเสื้อผ้า หมายถึง ความสะอาดของความชอบธรรม (ที่เปรียบเหมือนเสื้อ) ขึ้นอยู่กับการได้ล้างด้วยพระโลหิตของเมษโปดก ก็คือเลือดแห่งการไถ่ของพระเยซู จนขาวสะอาด

คำว่า พวก​เขา​ชำระ​ล้าง​เสื้อ​ผ้า​ของ​เขา​ด้วย​พระ​โล​หิต​ของ​พระ​เมษ​โป​ดก​จน​ขาว​สะอาด  ถูกใช้ใน   tense ของความต่อเนื่อง ไม่หยุดที่จะล้าง และยังคงล้าง แล้วล้างอีก จนขาวสะอาดแล้วสะอาดอยู่อย่างนั้น  พระคัมภีร์เตือนคนของพระเยซู (สาวก) ให้ระวังเสื้อที่จะเปื้อนโลกียวิสัยของโลกนี้

ยูดาห์ 1:17-23 17 แต่​ว่า​ท่าน​ที่​รัก​ทั้ง​หลาย ท่าน​จัก​ต้อง​ระลึก​ถึง​คำ​พยากรณ์​ของ​เหล่า​อัครทูต​ของ​พระ​เยซู​คริสต​เจ้า​ของ​เรา​ที่​ได้​กล่าว​ไว้​18 คือ​ว่า พวก​อัครทูต​นั้น​ได้​บอก​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า “​ใน​สมัย​สุดท้าย​จะ​มี​คน​เย้ย​หยัน​บังเกิด​ขึ้น ที่​จะ​ประพฤติ​ตาม​ตัณหา​อัน​ชั่ว​ของ​ตัว”19 คน​เหล่า​นี้​คือ​คน​ที่​แยก​ออกเป็น​ก๊กๆ และ​ประพฤติ​ตัว​ตาม​โลกีย​วิสัย และ​ปราศจาก​พระ​วิญญาณ​20 แต่​ส่วน​ท่าน​ที่​รัก​ทั้ง​หลาย​นั้น จง​สร้าง​ตัว​ของ​ท่าน​ขึ้น​บน​หลัก​คำ​สอน​อัน​บริสุทธิ์​ของ​ท่าน​ที่​เชื่อ​กัน​อยู่ และ​จง​อธิษฐาน​ใน​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​21 จง​รักษา​ตัว​ไว้​ให้​ดำรง​ใน​ความ​รัก​ของ​พระ​เจ้า คอย​พระ​กรุณา​ของ​พระ​เยซู​คริสต​เจ้า​ของ​เรา​จนกว่า​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์​22 และ​จง​ชักชวน​คน​ที่​ยัง​สงสัย​อยู่​ให้​เขา​เชื่อ​23 จง​ช่วย​คน​ให้​รอด​ด้วย​การ​ฉุด​เขา​ออก​จาก​ไฟ และ​จง​เมตตา​ผู้อื่น​ด้วย​ความ​ยำเกรง​พระ​เจ้า และ​จง​รังเกียจ​แม้แต่​เสื้อ​ที่​เปรอะ​เปื้อน​ด้วย​โลกีย์​

ตามพระเยซูคริสต์…เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  แม้เราในเวลานี้ จะงดการมาร่วมชุมนุมกัน แต่เรายังคงไว้ซึ่งการติดตามพระเยซูคริสต์ และรักษาความสะอาดของจิตใจ ห่างไกลจากการแตกความสามัคคีกัน ในทางตรงกันข้าม ยิ่งรักกันให้มาก และคิดถึงกันในการอธิษฐาน

ในยามนี้ คนมากมายกำลังเตรียมตัว เพื่อความอยู่รอดที่ขึ้นอยู่กับปากท้อง ด้วยการดิ้นรนทุกวิถีทาง แตกก๊กแตกเหล่ากัน  แต่ขอให้เราทั้งหลายจงเตรียมตัวเพื่อความรอดที่ขึ้นกับพระเยซูคริสต์ ยิ่งทำให้เรารวมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน กับทุกคน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นคนในครอบครัว คริสตจักรท้องถิ่น คริสตจักรสากล เรากำลังตามพระเยซูคริสต์…เพื่อเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  ไม่มีพวกเขา ไม่มีพวกเรา ไม่มีคำว่า ศัตรู หรือฝ่ายตรงกันข้าม แต่เราจะเคียงข้างกัน อย่างที่พระเยซูทรงอยู่เคียงข้างเรา ไม่ทอดทิ้งกัน

ตามพระเยซูคริสต์….เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน