คำเทศนาอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2020 (อ.กุลจิระ ลีลาปิยวัฒน์)

ฉลาดเหมือนงู

 

ลก.16:1-8

1พระองค์ตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์อีกว่า “ยังมีเศรษฐีคนหนึ่งที่มีคนต้นเรือน และมีคนมาฟ้องเศรษฐีว่า คนต้นเรือนนั้นผลาญสมบัติของท่านเสีย 2เศรษฐีจึงเรียกคนต้นเรือนนั้นมาว่าแก่เขาว่า ‘เรื่องราวที่เราได้ยินเกี่ยวกับเจ้านั้นเป็นอย่างไร จงส่งบัญชีหน้าที่ต้นเรือนของเจ้า เพราะว่าเจ้าจะเป็นคนต้นเรือนต่อไปไม่ได้’ 3คนต้นเรือนนั้นคิดในใจว่า ‘เราจะทำอะไรดี เพราะนายจะถอดเราเสียจากหน้าที่ต้นเรือน จะขุดดินก็ไม่มีกำลัง จะขอทานก็อายเขา 4เรารู้แล้วว่าจะทำอะไรดี เพื่อเมื่อเราถูกถอดจากหน้าที่ต้นเรือนแล้ว เขาจะรับเราไว้ในเรือนของเขาได้’ 5คนนั้นจึงเรียกลูกหนี้ของนายมาทุกคน แล้วถามคนแรกว่า ‘ท่านเป็นหนี้นายข้าพเจ้ากี่มากน้อย’ 6เขาตอบว่า ‘เป็นหนี้น้ำมันร้อยถัง’ คนต้นเรือนจึงบอกเขาว่า ‘เอาบัญชีของท่านนั่งลงเร็วๆแล้วแก้เป็นห้าสิบถัง’ 7แล้วเขาก็ถามอีกคนหนึ่งว่า ‘ท่านเป็นหนี้กี่มากน้อย’ เขาตอบว่า ‘เป็นหนี้ข้าวสาลีร้อยกระสอบ’ คนต้นเรือนจึงบอกเขาว่า ‘จงเอาบัญชีของท่านแก้เป็นแปดสิบ’ 8แล้วเศรษฐีก็ชมคนต้นเรือนอธรรมนั้น เพราะเขาได้กระทำโดยความฉลาด(shrewdly) ด้วยว่าลูกทั้งหลายของโลกนี้ ตามกาลสมัยเดียวกัน เขาใช้สติปัญญาฉลาดกว่าลูกของความสว่างอีก

พระคำตอนนี้เมื่อเราอ่านก็มีความงง?…ทำไมคนต้นเรือนถึงได้รับคำชม

หลายครั้งเราอ่านพระคัมภีร์และเห็นว่า ทั้งสาวก ฟาริสี ธรรมาจารย์หรือคนที่ได้ฟังพระเยซูทรงสอน มีความงง อยู่หลายครั้ง…

แน่นอนพระปัญญาพระองค์สูงกว่าเราและเป้าหมายของพระองค์สูงกว่า

และในตอนนี้พระเยซูกำลังบอกเราว่า…เราต้องใช้ชีวิตอย่างฉลาด

เป็น…ความฉลาดแบบ shrew(คือฉลาดที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ)

🍩ประโยคที่ว่า“ด้วยว่าลูกทั้งหลายของโลกนี้ ตามกาลสมัยเดียวกัน เขาใช้สติปัญญาฉลาดกว่าลูกของความสว่างอีก”

เราอาจตีความเข้าใจได้ว่า…..

“คนของพระเจ้าต้องฉลาดกว่าความเจ้าเล่ห์ของโลก”

“คนของพระเจ้าตอนนี้โง่กว่าคนของโลก”

“คนของพระเจ้าอยู่ในโลกโดยไม่ใช้ปัญญาหรือใช้น้อย”(ไม่ใช่ไม่มี)

.คต.ต้องฉลาดอย่างไร?

📖มธ.10:16ดูเถิด เราใช้พวกท่านไปดุจแกะอยู่ท่ามกลางฝูงสุนัขป่า เหตุฉะนั้นท่านจงฉลาด(wise= ความฉลาดที่มีประสบการณ์ความรอบรู้ที่สูง เข้าใจผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น….)เหมือนงูและอ่อนสุภาพ-(ไม่มีภัย)(innocent) เหมือนนกพิราป

💥อาวุธเดียวของแกะ(ของพระเจ้า)ในสังคมหมาป่าคือ

“ความฉลาด(shrew)ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจที่บริสุทธิ์(innocent)”💥

.

หลายคนคิดว่า ใจที่บริสุทธิ์ [ innocent ] คือลักษณะที่..พระเจ้าให้เราเป็นคนซื่อๆ …เถรตรง…ปล่อยให้ใครทำอะไรก็ตอบสนองแบบทื่อๆ…จึงเรียกว่าเป็นคน holy…แต่พระปัญญาของพระเจ้ามีมากกว่านั้น

พระปัญญาของพระองค์มีเพื่อให้เราชนะมาร อย่างสมศักดิ์ศรีลูกพระเจ้าและถวายเกียรติพระองค์

.

พระเยซูบอก “จงฉลาดเหมือนงู “

งู : คือภาพของความฉลาดที่อธิบายถึง “ซาตาน” คือ ฉลาดและชั่วร้าย ..

ในปฐก.3:1 กับ มธ.10:16 ใช้ภาษาHeb.คำเดียวกัน หมายถึงศัตรูของพระเจ้า

งูเป็นสัญลักษณ์ของความฉลาดแบบมองทุกอย่างชัดเจนและนำไปได้ถึงเป้าหมาย

อย่าลืม…Je. บอกให้เราฉลาดเหมือนงู..แต่ไม่ได้ชั่วช้าแบบมัน

  1. ให้เราปราบมาร…ถ้ามารมันฉลาดแค่ไหน … คต.ต้องฉลาดกว่ามัน …ถึงจะเอาชนะมันได้

มันรู้พระคำแค่ไหน..เราต้องรู้มากกว่า

มันอ่านเกมส์ออกแค่ไหน..เราต้องอ่านเกมส์และเล่นเกมส์เหนือกว่า

มันวางหมาก..กันสนุ๊กได้ดีแค่ไหน..เราต้องชิ่งได้แม่นกว่า

  • • แต่ที่ต่างกันคือ ..”เราต้องมีแรงจูงใจที่บริสุทธิ์”

.

.

Shrew (adj)= มีความเข้าใจอย่างดี มองเห็นชัดเจน..และตัดสินใจได้อย่างถูกต้องตามสถานการณ์นั้น ..โดยได้ผลลัพธ์ที่ได้เปรียบ

.

.

การต่อสู้กับหมาป่า ..ต้องฉลาด..และมีเล่ห์กว่า …แต่.. ความมีเล่ห์เหลี่ยมของคนของพระเจ้า..จะต้องมีแรงจูงใจที่สะอาด และสามารถนำระดับความคิด หรือจิตใจของคนที่เกี่ยวข้องด้วยให้สูงขึ้นได้

 

“สังคมหมาป่าคือสังคมที่ต้องใช้ปัญญามากกว่ากำลัง”

 

พระเจ้าให้เราใช้ปัญญา….

 

ลักษณะของshrew อย่างน้อย 3 ประการ

1.💥Shrew : อาจอยู่นอกกฏ แต่ไม่ออกจากศีลธรรม(หรือน้ำพระทัย)…[วันสะบาโต: je.รักษาโรค/แม้กระทั่งสาวกเด็ดรวงข้าว …หลายครั้งพระองค์ทำวันสะบาโตที่ยิวเคร่งครัด..ด้วยคำสอนที่ว่า …….

📖มก2:23-2823ต่อมาในวันสะบาโตวันหนึ่งพระองค์กำลังเสด็จไปในนาข้าว และเมื่อพวกสาวกของพระองค์กำลังเดินไปก็เริ่มเด็ดรวงข้าวไป 24ฝ่ายพวกฟาริสีจึงถามพระองค์ว่า “ดูเถิด ทำไมพวกเขาจึงทำการซึ่งพระราชบัญญัติห้ามไว้ในวันสะบาโต” 25พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “พวกท่านยังไม่เคยอ่าน(แน่นอน…เคยอ่าน)หรือซึ่งดาวิดได้กระทำเมื่อท่านขาดอาหารและอดอยาก ทั้งท่านและพรรคพวกด้วย 26คือคราวเมื่ออาบียาธาร์เป็นมหาปุโรหิต ท่านได้เข้าไปในพระนิเวศของพระเจ้า และรับประทานขนมปังหน้าพระพักตร์ ซึ่งพระราชบัญญัติห้ามไม่ให้ใครรับประทาน เว้นแต่พวกปุโรหิตเท่านั้น และซ้ำยังส่งให้คนที่มากับท่านรับประทานด้วย”(ถ้าพวกเขาปฏิเสธพระคำข้อนี้..เขาก็จะกลายเป็นคนที่ไม่รับพระเจ้า) 27พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่ทรงสร้างมนุษย์ไว้สำหรับวันสะบาโต 28เหตุฉะนั้นบุตรมนุษย์เป็นเจ้าเป็นใหญ่เหนือวันสะบาโตด้วย”

Je. ต้องการให้ยิวเข้าใจถึงน้ำพระทัยพระเจ้าในวันสะบาโตให้ถูกต้องมากขึ้น และนี่คือshrew ที่ทำให้พวกยิวต้องปิดปาก

 

แต่ถ้าความมืดเข้าครอบงำ..แม้จะรู้ตัวว่าโง่..หาคำโต้แย้งไม่ได้…ก็ยังแถที่จะยืนยัน

📖มก.3

1แล้วพระองค์ได้เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาอีก และที่นั่นมีชายคนหนึ่งมือข้างหนึ่งลีบ 2คนเหล่านั้นคอยดูพระองค์ว่า พระองค์จะรักษาโรคให้คนนั้นในวันสะบาโตหรือไม่ เพื่อเขาจะหาเหตุฟ้องพระองค์ได้ 3พระองค์ตรัสแก่คนมือลีบว่า “มายืนข้างหน้าเถอะ” 4พระองค์จึงตรัสแก่คนทั้งหลายว่า “ในวันสะบาโตให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติควรจะทำการดีหรือทำการชั่ว จะช่วยชีวิตดีหรือจะสังหารชีวิตดี” ฝ่ายคนทั้งปวงก็นิ่งอยู่ 5พระองค์มีพระทัยเป็นทุกข์เพราะใจเขาแข็งกระด้างนัก และได้ทอดพระเนตรดูรอบด้วยพระพิโรธ และพระองค์ตรัสกับชายคนนั้นว่า “จงเหยียดมือออกเถิด” เขาก็เหยียดออก และมือของเขาก็หายเป็นปกติเหมือนกับมืออีกข้างหนึ่ง 6พวกฟาริสีจึงออกไป และในทันใดนั้นได้ปรึกษากับพรรคพวกของเฮโรดถึงพระองค์ว่า พวกเขาจะทำอย่างไรจึงจะฆ่าพระองค์ได้

 

………………

 

2.💥Shrew: อาจไม่ได้เดินตรงๆ แต่เดินขอบๆ…แต่ไม่ไปผิดทาง(ไม่ทำให้เข้าใจผิด/ไม่ผิดเป้าหมาย)..หญิงคานาอัน

 

📖มธ.15:21-28…หญิงชาวคานาอันที่ลูกสาวถูกผีสิง….

26พระองค์จึงตรัสตอบว่า “ซึ่งจะเอาอาหารของลูกโยนให้แก่สุนัขก็ไม่ควร” 27ผู้หญิงนั้นทูลว่า “จริงพระองค์เจ้าข้า แต่สุนัขนั้นย่อมกินเดนที่ตกจากโต๊ะนายของมัน” 28แล้วพระเยซูตรัสตอบเขาว่า “โอ หญิงเอ๋ย ความเชื่อของเจ้าก็มาก ให้เป็นไปตามความปรารถนาของเจ้าเถิด”

 

❣️….ความเชื่อของหญิงทำให้เธอใช้คำพูดที่กระทบหัวใจของพระเยซูจนพระองค์ต้องชมเชยเธอ…เธอเลียบๆเคียงๆ…เพราะเธอไม่ใช่ยิว(ทางตรง/ไม่ใช่ลูก)ก็จริง….แต่ถ้าเธอจึงกล่าวว่า..นายของเธอคือลูกของพระองค์(มีนายเป็นยิว)…เธอก็จะต้องได้รับ(เศษ)อาหารจากนายด้วย(เดินขอบๆ)

…..นี่คือสิ่งที่ทำให้พระเยซูทรงชมเชยเธอ

 

📖28แล้วพระเยซูตรัสตอบเขาว่า “โอ หญิงเอ๋ย ความเชื่อของเจ้าก็มาก ให้เป็นไปตามความปรารถนาของเจ้าเถิด” และลูกสาวของเขาก็หายเป็นปกติตั้งแต่ขณะนั้น

🎉“การเดินในความเชื่อทำให้เราเกิดปัญญา”

 

3💥Shrew : จะมองทะลุปรุโปร่ง(เคลียร์)ถึงสาเหตุ…การเป็นไป…และใช้ปัญญาหาผลลัพธ์ที่ดีที่สุดตามเป้าหมายนั้น

.และใช้shrew เพื่อไปถึงผลนั้นขณะเดียวกันเพ่งมองที่เป้าหมายและหาวิธีที่ไปถึงเป้านั้นอย่างมีประสิทธิผลมากที่สุด

 

Je. Shrew

📖ยน.8:1-11

หญิงล่วงประเวณีถูกหินขว้าง

1แต่พระเยซูเสด็จไปยังภูเขามะกอกเทศ 2ในตอนเช้าตรู่พระองค์เสด็จเข้าในพระวิหารอีก และคนทั้งหลายพากันมาหาพระองค์ พระองค์ก็ประทับนั่งและสั่งสอนเขา 3พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสีได้พาผู้หญิงคนหนึ่งมาหาพระองค์ หญิงผู้นี้ถูกจับฐานล่วงประเวณี และเมื่อเขาให้หญิงผู้นี้ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน 4เขาทูลพระองค์ว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า หญิงคนนี้ถูกจับเมื่อกำลังล่วงประเวณีอยู่ (อาจถูกแผนล่อซื้อก็ได้)5ในพระราชบัญญัตินั้นโมเสสสั่งให้เราเอาหินขว้างคนเช่นนี้ให้ตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไรในเรื่องนี้” 6เขาพูดอย่างนี้เพื่อทดลองพระองค์ หวังจะหาเหตุฟ้องพระองค์ (ฟาริสีใช้เล่ห์แบบมาร หาเหยื่อ)แต่พระเยซูทรงน้อมพระกายลงเอานิ้วพระหัตถ์เขียนที่ดิน เหมือนดั่งว่าพระองค์ไม่ได้ยินพวกเขาเลย 7และเมื่อพวกเขายังทูลถามพระองค์อยู่เรื่อยๆ พระองค์ก็ทรงลุกขึ้นและตรัสกับเขาว่า “ผู้ใดในพวกท่านที่ไม่มีบาป ก็ให้ผู้นั้นเอาหินขว้างเขาก่อน”(สะท้อนการตัดสินคืนคนถามด้วยคำถาม) 8แล้วพระองค์ก็ทรงน้อมพระกายลงและเขียนที่ดินอีก 9และเมื่อเขาทั้งหลายได้ยินดังนั้น จึงรู้สำนึกโดยใจวินิจฉัยผิดชอบของตนเอง เขาทั้งหลายจึงออกไปทีละคนๆ เริ่มจากคนเฒ่าคนแก่จนหมด เหลือแต่พระเยซูตามลำพังกับหญิงที่ยังยืนอยู่ที่นั้น 10เมื่อพระเยซูทรงลุกขึ้นแล้ว และมิได้ทอดพระเนตรเห็นผู้ใด เห็นแต่หญิงผู้นั้น พระองค์ตรัสกับนางว่า “หญิงเอ๋ย พวกเขาที่ฟ้องเจ้าไปไหนหมด ไม่มีใครเอาโทษเจ้าหรือ” (สะท้อนให้หญิงได้รับความมั่นใจในการยกโทษ)11นางนั้นทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ไม่มีผู้ใดเลย” และพระเยซูตรัสกับนางว่า “เราก็ไม่เอาโทษเจ้าเหมือนกัน จงไปเถิด และอย่าทำบาปอีก”(บอกสถานะปัจจุบันและ สิ่งที่ต้องทำเพื่อรักษาสถานะนี้ไว้)

 

มี shrew 2 ด้าน และทั้ง 2 ด้านอ้างพระเจ้าเช่นกัน

Shrew จากฟาริสี เป้าหมาย จัดการพระเยซูโดยใช้เหยื่อ

Shrew ของพระเยซู เป้าหมาย ปล่อยเหยื่อ และปิดประตูการจับผิด

.

.

💥คำถามว่า แล้วการล่วงประเวณี…je….อนุญาตเหรอจึงปล่อยบาปนี้ไว้…พระองค์ไม่ได้ปล่อยแต่ให้สิทธิ์กลับแก่พวกเขา…แต่สุดท้ายพวกเขาที่มีสิทธิ์ทางกฏหมายก็ไม่ลงโทษเธอ.

 

 

“Shrew ที่เกิดผลคือ การใช้อย่างถูกที่ ถูกเวลา และถูกคนด้วย

 

สรุป…ถ้าเรามี shrewแบบงูจงกลับใจ…เพื่อ shrewของเราจะสะอาดสมกับแกะติดอาวุธของพระเจ้า

 

1คร.1:27 ก. พระองค์เลือกคนที่โลกถือว่าโง่เขลา(ไม่ใช่เพื่อจะมีชีวิตโง่ในโลกและอยู่ในพระคุณ)แต่เพื่อให้คนมีปัญญาอับอาย(ต้องฉลาดกว่าคนมีปัญญาของโลก)

 

Bi📖 ถ้าผู้ใดขาดปัญญาจงขอ

 

📖ยก.1:5ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาดสติปัญญา ก็ให้ผู้นั้นทูลขอจากพระเจ้า ผู้ทรงโปรดประทานให้แก่คนทั้งปวงอย่างเหลือล้นและมิได้ทรงตำหนิ และจะทรงประทานให้แก่ผู้นั้น