คำเทศนาอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2019 (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

“ความมั่นใจความรอด”

มีคำๆหนึ่ง ที่คนไทยคุ้นเคย คือคำว่า กฏแห่งกรรม  คนไทยแทบทุกคนต่างยอมรับคำนี้ว่า  ทุกคนหนีไม่พ้นกฏแห่งกรรม  แต่มีใครเคยถูกถามว่า คุณมีวิธีไหนที่จะพ้นจากกฏแห่งกรรมบ้าง  บางคนอาจเคยถูกถาม และบางคนอาจตอบคือ ทำดี ทำบุญ ทำกุศล  แต่ว่า จะมีใครที่จะตอบว่า มีความมั่นใจว่า ได้พ้นจากกฏแห่งกรรมแล้ว

กฏแห่งกรรม คือสิ่งที่เราทำ แล้วเราต้องรับผิดชอบต่อผลจากการกระทำของเรา ไม่ว่าจะดีหรือเลว จะเร็วหรือช้า สิ่งเหล่านั้นจะสะท้อนกลับมาหาตัวเรา ทั้งในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่ และหลังจากเราตายไป คนไทยเราใช้คำว่า ชดใช้กรรม สำหรับคริสเตียนเรียกว่า ชดใช้บาป แต่ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับคริสเตียน เรารู้ว่า  บาป ไม่มีวันชดใช้หมด ไม่มีวันจบ  คริสเตียนเชื่อว่า มีความตายเพียงแค่สองครั้ง ไม่มีโอกาสชดใช้บาปแน่นอน  สำหรับคนพุทธ มีคำว่า เวียนว่ายตายเกิดเพื่อชดใช้กรรม ความหมายก็คือ ไม่จบ ไม่หมดเช่นกัน

พระคัมภีร์มีอีกคำ คือคำว่า สารภาพบาป คือการรับการยกโทษให้อภัย เพื่อจะไม่ต้องชดใช้บาป  ไม่ใช่แค่การลดโทษ แต่คือการให้อภัยโทษ ไม่ต้องรับโทษอีกเลย

ในศาลสถิตยุติธรรม  การสารภาพบาป ถูกนำมาใช้เพื่อลดโทษลง อาจจะกึ่งหนึ่ง หรือเท่าไหร่ก็แล้วแต่ศาลจะกรุณา กฏแห่งกรรมที่ถูกบังคับด้วยกฏหมาย ยังมีช่องของความกรุณต่อ ผู้สารภาพ ได้รับการให้อภัย และผู้ที่ยอมติดอยู่ในคุก เมื่อไม่นานนี้ก็ได้รับการอภัยโทษ จากพระมหากษัตริย์ ผู้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศไทย

พระคัมภีร์ได้กล่าวถึงการให้อภัยโทษของพระเจ้า ดังนี้

อิสยาห์ 43:25  25 “เรา เรา​คือ​พระ​องค์​นั้น ผู้​ลบ​ล้าง​ความ​ทรยศ​ของ​เจ้า​ด้วย​เห็น​แก่​เรา​เอง และ​เรา​จะ​ไม่​จดจำ​บรรดา​บาป​ของ​เจ้า​ไว้

อิสยาห์ 1:18  18 ​พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า “มา​เถิด ให้​เรา​สู้​ความ​กัน ถึง​บาป​ของ​เจ้า​เหมือน​สี​แดง​เข้ม ​ก็​จะ​ขาว​อย่าง​หิมะ ถึง​มัน​จะ​แดง​อย่าง​ผ้า​แดง ​ก็​จะ​กลาย​เป็น​อย่าง​ขน​แกะ

แปลความว่า พระเจ้าให้โอกาสที่คนจะสารภาพบาป ต่อพระองค์ และพระองค์พร้อมจะชำระการอธรรมทั้งสิ้นของคนนั้น ให้สะอาด เหมือนไม่เคยทำผิดมาก่อนเลย  พระเจ้าทรงทำได้ แต่…

1ยอห์น 8-10  8 ถ้า​เรา​ทั้ง​หลาย​จะ​ว่า​เรา​ไม่​มี​บาป เรา​ก็​ลวง​ตนเอง และ​สัจจะ​ไม่ได้​อยู่​ใน​เรา​เลย​9 ถ้า​เรา​สารภาพ​บาป​ของ​เรา ​พระ​องค์​ทรง​สัตย์​ซื่อ​และ​เที่ยง​ธรรม ​ก็​จะ​ทรง​โปรด​ยก​บาป​ของ​เรา และ​จะ​ทรง​ชำระ​เรา​ให้​พ้น​จาก​การ​อธรรม​ทั้งสิ้น​10 ถ้า​เรา​กล่าว​ว่า​เรา​ไม่ได้​ทำ​บาป ​ก็​เท่ากับ​เรา​ทำ​ให้​พระ​องค์​เป็น​ผู้​ตรัส​มุสา และ​พระ​ดำรัส​ของ​พระ​องค์​ก็​มิได้​อยู่​ใน​เรา​ทั้ง​หลาย​เลย​

กฏแห่งกรรม เป็นกฏหมายสูงสุดของมนุษย์ทุกชนเผ่า ทุกภาษา ทุกเชื้อชาติ ที่จะต้องรับผิดชอบ ต่อหน้าบัลลังค์พิพากษาสูงสุดของพระเจ้า

คำตอบของคริสเตียนควรเป็น  ความมั่นไจว่า คุณจะรอดจากกฏแห่งกรรมแน่นอน แต่ทำไม จึงมีคริสเตียนบางคน ไม่มั่นใจในความรอด

สาเหตุก็เพราะคริสเตียนบางคนยังคิดว่า ความรอดขึ้นอยู่การกระทำบาป หรือไม่กระทำบาป เลิกได้ หรือเลิกไม่ได้ พอพูดถึงตอนนี้ ก็มี คริสเตียนหัวหมอบางคนก็จะกล่าวว่า ถ้ารอดได้โดยไม่พึ่งการกระทำของตนเอง ไปรับผิดต่อพระเจ้าหน้าบัลลังค์พิพากษาแล้วรับการให้อภัย โดยผ่านทางพระเยซูคริสต์ ก็ยังรอดอยู่ดี งั้นตอนนี้ ทำบาป ให้มันสะใจไปเลย…ใช่หรือ ทำได้ หรือ

ในชั้นศาลของมนุษย์  ยังมีคำว่า กรรมส่อเจตนา ในชั้นศาลของพระเจ้า ยิ่งเข้มงวดในเรื่องนี้แน่นอน และพระองค์ทรงสัพพัญญู  ล่วงรู้ทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดสามารถปกปิดไปจากสายพระเนตรของพระเจ้าได้  พระคัมภีร์กล่าวว่า พระเจ้าทรงตรวจสอบดูจิตใจของมนุษย์ (อย่างเข้ม)

ความมั่นใจในความรอดของคริสเตียนอยู่ที่ไหน?

ฮีบรู 11:1,6  1 ความ​เชื่อ​คือ​ความ​แน่ใจ​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​หวัง​ไว้ เป็น​ความ​รู้สึก​มั่นใจ​ว่า สิ่ง​ที่​ยัง​ไม่ได้​เห็น​นั้น​มี​จริง​….6 แต่​ถ้า​ไม่​มี​ความ​เชื่อ​แล้ว จะ​เป็น​ที่​พอ​พระ​ทัย​ของ​พระ​เจ้า​ก็​ไม่ได้​เลย เพราะ​ว่า​ผู้​ที่​จะ​มา​เฝ้า​พระ​เจ้า​ได้​นั้น ต้อง​เชื่อ​ว่า​พระ​องค์​ทรง​ดำรง​พระ​ชนม์​อยู่ และ​พระ​องค์​ทรง​เป็น​ผู้​ประทาน​บำเหน็จ​ให้แก่​ทุก​คน​ที่​แสวงหา​พระ​องค์​

ความรอดเป็นสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้  ไม่มีจริง ยกเว้นด้วยความเชื่อในพระเจ้าผู้ทรงสามารถทำให้เกิดมีจริงได้

มัทธิว 19:23-26  23 ​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เหล่า​สาวก​ของ​พระ​องค์​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า คน​มั่ง​มี​จะ​เข้า​ใน​แผ่นดิน​สวรรค์​ก็​ยาก​24 เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง​หลาย​อีก​ว่า ตัว​อูฐ​จะ​ลอด​รู​เข็ม​ก็​ง่าย​กว่า​คน​มั่ง​มี​จะ​เข้า​ใน​แผ่นดิน​ของ​พระ​เจ้า”25 เมื่อ​พวก​สาวก​ได้​ยิน​ก็​ประหลาด​ใจ​มาก จึง​ทูล​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น​ใคร​จะ​รอด​ได้”26 ​พระ​เยซู​ทอด​พระ​เนตร​ดู​พวก​สาวก และ​ตรัส​ว่า “ฝ่าย​มนุษย์​ก็​เหลือ​กำลัง​ที่​จะ​ทำ​ได้ แต่​พระ​เจ้า​ทรง​กระทำ​ให้​สำเร็จ​ได้​ทุก​สิ่ง”

ความเชื่อ อย่างที่พระคัมภีร์ฮีบรู บทที่ 11   จึงเป็นกุญแจสำคัญอย่างยิ่ง  และเสริมโดยยากอบได้กล่าวว่า

ยากอบ 2:14,19,24,26  14 ดูก่อน​พี่​น้อง​ของ​ข้าพเจ้า แม้​ผู้ใด​จะ​ว่า​ตน​มี​ความ​เชื่อ แต่​ไม่​ประพฤติ​ตาม​จะ​ได้​ประโยชน์​อะไร ความ​เชื่อ​ของ​เขา​จะ​ช่วย​เขา​ให้​รอด​ได้​หรือ​…19 ท่าน​เชื่อ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​หนึ่ง นั่น​ก็​ดี​อยู่​แล้ว แม้​พวก​ปีศาจ​ก็​เชื่อ และ​กลัว​จน​ตัว​สั่น​….24 ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​เห็น​แล้ว​ว่า ผู้ใด​จะ​เป็น​คน​ชอบธรรม​ได้ ​ก็​เนื่อง​ด้วย​การ​ประพฤติ และ​มิใช่​ด้วย​ความ​เชื่อ​เพียง​อย่าง​เดียว….26 เพราะ​กาย​ที่​ปราศจาก​จิต​วิญญาณ​นั้น​ไร้​ชีพ​แล้ว​ฉัน​ใด ความ​เชื่อ​ที่​ปราศจาก​การ​ประพฤติ​ตาม​ก็​ไร้​ผล​ฉัน​นั้น​​

ยากอบ 1:2-3 2 ดูก่อน​พี่​น้อง​ของ​ข้าพเจ้า เมื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ประสบ​ความ​ทุกข์​ยาก​ลำบาก​ต่างๆ ​ก็​จง​ถือ​ว่า​เป็น​เรื่อง​น่ายินดี​3 เพราะ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​รู้​ว่า การ​ทดลอง​ความ​เชื่อ​ของ​ท่าน​นั้น ทำ​ให้​เกิด​ความ​หนัก​แน่น​มั่นคง

ความเชื่อของคริสเตียนต้องถูกทดสอบ  และคริสตจักรยุคแรกก็ถูกทดสอบ จนถึงคริสตจักรยุคต่อๆมา จนถึงยุคของเราก็ยังต้องถูกทดสอบความเชื่อ  เพียงแต่ว่า รูปแบบการทดสอบอาจเปลี่ยนไป แต่ทั้งหมดก็คือการถูกกดดันให้เลิกเชื่อ แต่การผ่านการทดสอบคือยังรักษาความเชื่อเอาไว้  แรงกดดัน คือ การสร้างความหนักแน่นมั่นคง

จำเป็นไม๊ ที่เราจะต้องมีกันและกัน  เรามีกันและกันไว้เพื่ออะไร เพื่อเราจะทำผิดต่อกัน และเพื่อเราจะสารภาพบาปต่อกันและกัน ไม่ติดค้างกันไปจนถึงบัลลังค์ของพระเจ้า บางคนตายไปก่อน โดยไม่ได้รับการชำระ ตายไปพร้อมกับความทรงจำที่ขมขื่น นั่นคือ การเป็นหนี้ที่ต้องไปรับผิดชอบในชีวิตหลังความตาย

โรม 13:8  8 อย่า​เป็น​หนี้​อะไร​ใคร นอก​จาก​ความ​รัก​ซึ่ง​มี​ต่อ​กัน เพราะ​ว่า​ผู้​ที่​รัก​เพื่อน​บ้าน​ ​ก็​ได้​ปฏิบัติ​ตาม​ธรรม​บัญญัติ​ครบถ้วน​แล้ว​

คนบางคนมีโอกาสก่อนตาย  รู้ตัว ก็รีบอโหสิกรรมให้กับหลายคน และเป็นการขอการรับการยกโทษจากพระเจ้าด้วย  พระเยซูทรงสอนเรื่องการอธิษฐาน มีตอนหนึ่งเกี่ยวกับการยกโทษให้กับคนอื่นเหมือนที่พระเจ้ายกโทษให้กับตนเอง (คือไม่ต้องรอการทำดีแล้วได้รับการยกโทษ) เป็นการไม่ติดค้างไปจนถึงตอนอยู่หน้าบัลลังค์พิพากษาของพระเจ้า

มัทธิว 6:12  12 และ​ขอ​ทรง​โปรด​ยก​บาป​ผิด​ของข้า​พระ​องค์ เหมือน​ข้า​พระ​องค์​ยกโทษ​ผู้​ที่​ทำ​ผิด​ต่อ​ข้า​พระ​องค์​นั้น

ความรอด คือปัจจุบัน ไม่ใช่อนาคต และพระเยซูคริสต์ได้นำความรอดมาถึงเราทุกคนแล้ว จงใช้ความรอดให้เป็นปัจจุบัน ด้วยการยกโทษให้อภัยกันและกัน สารภาพบาป ต่อกันและกัน   เพื่อสุขภาพที่ดีต่อจิตใจ และจิตวิญญาณ จนมั่นใจที่จะรับความรอดในอนาคต

ยอห์น 3: 16-18 16 เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​รัก​โลก จน​ได้​ทรง​ประทาน​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ​องค์ เพื่อ​ทุก​คน​ที่​วางใจ​ใน​พระ​บุตร​นั้น​จะ​ไม่​พินาศ แต่​มี​ชีวิต​นิรันดร์​17 เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​ให้​พระ​บุตร​เข้า​มา​ใน​โลก มิใช่​เพื่อ​พิพากษา​ลงโทษ​โลก แต่​เพื่อ​ช่วย​กู้​โลก​ให้​รอด​โดย​พระ​บุตร​นั้น​18 ผู้​ที่​วางใจ​ใน​พระ​บุตร​ก็​ไม่​ต้อง​ถูก​พิพากษา​ลงโทษ ส่วน​ผู้​ที่​มิได้​วางใจ​ก็​ต้อง​ถูก​พิพากษา​ลงโทษ​อยู่​แล้ว เพราะ​เขา​มิได้​วางใจ​ใน​พระ​นาม​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ​เจ้า​

และบทบาทของพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะเข้ามาในตอนนี้ คือความมั่นใจในการเป็นบุตรของพระเจ้า

โรม 8:14-15  14 เพราะ​ว่า​พระ​วิญญาณ​ของ​พระ​เจ้า​ทรง​นำ​ผู้ใด ผู้​นั้น​ก็​เป็น​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ 15 เหตุ​ว่า​ท่าน​ไม่ได้​รับ​น้ำใจ​ทาส​ซึ่ง​ทำ​ให้​ตก​ใน​ความ​กลัว​อีก แต่​ท่าน​ได้รับ​พระ​วิญญาณ​ผู้​ทรง​ให้​เป็น​บุตร​ของ​พระ​เจ้า ให้​เรา​ทั้ง​หลาย​ร้อง​เรียก​พระ​เจ้า​ว่า “อับ​บา” คือ​พระ​บิดา

1ยอห์น 4:18 ​18 ในความรักนั้นไม่มีความกลัว แต่ความรักที่สมบูรณ์นั้นก็ได้ขจัดความกลัวเสีย เพราะความกลัวเข้ากับการลงโทษและผู้ที่มีความกลัวก็ยังไม่มีความรักที่สมบูรณ์​

พระวิญญาณบริสุทธิ์ จะยืนยันว่า เรายังเป็นบุตรของพระเจ้า ที่พระเจ้าทรงรัก  การเคลื่อนไปโดยการนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะทำให้เรามั่นใจว่า สิ่งที่เราทำนั้น เป็นน้ำพระทัยพระเจ้า ไมได้เกิดจากเนื้อหนังของเราเอง

1ยอห์น 4:16-17  16 ฉะนั้น​เรา​ทั้ง​หลาย​จึง​รู้ และ​เชื่อ​ใน​ความ​รัก​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​มี​ต่อ​เรา ​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ความ​รัก และ​ผู้ใด​ที่​อยู่​ใน​ความ​รัก​ก็​อยู่​ใน​พระ​เจ้า และ​พระ​เจ้า​ก็​ทรง​สถิต​อยู่​ใน​ผู้​นั้น​17 ​ใน​ข้อ​นี้​แหละ ความ​รัก​ของ​เรา​จึง​สมบูรณ์ เพื่อ​เรา​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​มี​ความ​มั่นใจ​ใน​วัน​พิพากษา เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ทรง​เป็น​เช่น​ไร​เรา​ทั้ง​หลาย​ใน​โลก​นี้​ก็​เป็น​เช่นนั้น​

ความมั่นใจในความรอด ในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่ จนถึงวันที่พระเยซูเสด็จมา และอยู่ต่อหน้าบัลลังค์พิพากษาของพระเจ้าอย่างมั่นใจในความรอด อาเมน

คุณมี…..ความมั่นใจในความรอดแล้ว….หรือยัง?