คำเทศนาอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2020 (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

“ฝ่าให้พ้น…..ผ่านไปให้ได้” Break through…Get through

เรื่องราวของพระเยซูคริสต์ที่นำมาสร้างเป็นภาพยนต์ตอนนี้  ได้ตัดคำพูดของพระเยซูที่บันทึกในหนังสือลูกา  โดยเฉพาะเรื่องที่พระเยซูทรงตรัสถึงการไม่ได้รับการยอมรับ  และทรงยกตัวอย่างสองเรื่อง ที่เป็นเหตุให้คนยิวในธรรมศาลาโกรธและลุกฮือ หวังจะทำร้ายพระเยซูให้ถึงตาย แต่เนื่องจากในวันนั้น เป็นวันสะบาโต และพวกยิวก็อยู่ในธรรมศาลา จึงผิดกฏธรรมบัญญัติด้วยวิธีฆ่าคน ของยิว มีสี่วิธี คือ ขว้างด้วยก้อนหิน รัดคอ เผา และด้วยดาบ  พระคัมภีร์ลูกาจึงบันทึกด้วยคำว่า ผลักให้ออกจากธรรมศาลา และผลักไปถึงหน้าผา เพื่อจะผลักให้พระเยซูตกลงจากหน้าผา ให้ตายด้วยการตกหน้าผา

ลูกา 4:28-30 28 เมื่อ​คน​ทั้ง​ปวง​ใน​ธรรม​ศาลา​ได้​ยิน​ดังนั้น​ก็​โกรธ​ยิ่ง​นัก​29 จึง​ลุก​ขึ้น​ผลัก​พระ​องค์​ออก​จาก​เมือง​ พา​ไป​ยัง​แง่​ของ​เงื้อม​เขา​ที่​เมือง​ของ​เขา​ซึ่ง​ตั้งอยู่​บน​เนิน​นั้น หมาย​จะ​ผลัก​พระ​องค์​ลง​ไป​30 แต่​พระ​องค์​ทรง​ดำเนิน​ผ่าน​ท่ามกลาง​เขา​พ้น​ไป​

ฝ่าให้พ้น….ผ่านไปให้ได้  พระเยซูคริสต์สามารถฝ่าฝูงชนที่กำลังโกรธและลุกฮือ  พระองค์ไม่ยอมให้คนเหล่านั้นผลักพระองค์ตกหน้าผา  ให้เราสังเกตว่า  การผลักของคน ดันและผลัก มุ่งเป้าหมายให้พระเยซูคริสต์ตกหน้าผาเอง เพราะไม่มีที่จะยืน สุดทางที่จะถอย พูดตามภาษาชาวบ้านก็คือ ข้างหน้าก็การไม่ยอมรับ  ข้างหลังก็เหว   ภาพยนต์ตอนนี้ สร้างได้ดี คือการที่พระเยซูทรงไม่เผชิญหน้า และเลี่ยงออกไปอีกทางหนึ่ง

อะไรที่ทำให้ชาวนาซาเร็ธโกรธ โมโหต่อพระเยซู  นั่นมาจากตัวอย่างที่พระเยซูทรงยกขึ้นตอบโต้คนที่พูดว่า พระเยซูเป็นบุตรโยเซฟ ช่างไม้ จะเป็นพระคริสต์ได้อย่างไร  ก่อนหน้านั้น….คนพวกนี้ชื่นชมข้อพระคัมภีร์ที่พระเยซูทรงอ่านให้ฟัง ฟังแล้วถูกใจ  เหมือนฟังเทศน์ และการตีความ  แต่กลไกความคิดของคนในเวลานั้น คิดถึงคนอ่านว่าเป็นใคร คิดถึงแต่ความเป็นมนุษย์ของพระเยซู  ไม่ได้คิดถึงว่า พระเจ้าทรงใช้พระเยซูมา ไม่ได้คิดว่า คำที่พระเยซูตรัสตีความมาจากพระเจ้า  และไม่ได้คิดถึงการเจิมที่พระเจ้าทรงเจิมพระองค์ พวกเขาคิดแต่ว่า สิ่งที่ได้ยิน ไม่ถูกหู ไม่ถูกใจ

ในคำพยากรณ์ที่กล่าวถึง การมาของเมสสิยาห์ ที่แปลว่า ผู้ที่พระเจ้าทรงเจิม (แต่งตั้งไว้) ไม่ว่าจะให้เป็นปุโรหิต  กษัตริย์ หรือ ผู้เผยพระวจนะ พระเจ้าเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่มนุษย์ และส่วนใหญ่ ก็เป็นบุคคลธรรมดา และดูจะด้อย ต่ำต้อยทางสังคมด้วยซ้ำ

1โครินธ์ 1:26  26 ดูก่อน​พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย จง​พิจารณา​ดู​ว่า พวก​ท่าน​ที่​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​เรียก​มา​นั้น​เป็น​คน​พวก​ไหน มี​น้อย​คน​ที่​โลก​นิยม​ว่า​มี​ปัญญา มี​น้อย​คน​ที่​มี​อำนาจ มี​น้อย​คน​ที่​มี​ตระกูล​สูง​

ชาวนาซาเร็ธ  ที่อยู่ในธรรมศาลา กำลังหลงเข้าใจผิด คิดว่า พระเมสสิยาห์ ผู้ที่พระเจ้าทรงเจิมต้องมาจากชนชั้น หรือเป็นอย่างที่ตนเองคิด  แต่เมื่อพระเยซูคริสต์ไม่เป็นอย่างที่ตนเองคิด และขัดแย้งกับที่ตนเองคิด  ก็ไม่พอใจ และโกรธ โดยเฉพาะเรื่องที่พระเยซูสวนกลับสองเรื่อง คือ

ลูกา 4:25-28 25 แต่​เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า มี​หญิง​ม่าย​หลาย​คน​ใน​พวก​อิสราเอล ใน​คราว​เอลียาห์​เมื่อ​ท้องฟ้า​ปิด​เสีย​ถึง​สาม​ปี​กับ​หก​เดือน จึง​เกิด​กันดาร​อาหาร​มาก​ทั่ว​แผ่นดิน26 และ​เอลียาห์​มิได้​รับ​ใช้​ให้​ไป​หา​หญิง​ม่าย​คน​ใด เว้น​แต่​หญิง​ม่าย​คน​หนึ่ง​ใน​บ้าน​ศา​เร​ฟัท​แขวง​เมือง​ไซ​ดอน27 และ​มี​คน​โรค​เรื้อน​หลาย​คน​ใน​พวก​อิสราเอล​ใน​คราว​เอลีชา​ผู้เผย​พระ​วจนะ แต่​ไม่​มี​ผู้ใด​ได้รับ​การ​รักษา​ให้​หาย​โรค​นั้น​เลย เว้น​แต่​นา​อา​มาน​ชาว​ซีเรีย”28 เมื่อ​คน​ทั้ง​ปวง​ใน​ธรรม​ศาลา​ได้​ยิน​ดังนั้น​ก็​โกรธ​ยิ่ง​นัก​

การอัศจรรย์ที่ผู้เผยพระวจนะเอลียาห์ กระทำ คนยิวถือว่า ยิ่งใหญ่สุดคนหนึ่ง  มีทั้งเรียกไฟจากฟ้า ให้ฝนหยุดตกสามปีครึ่ง หลังจากนั้น เรียกฝนมาได้อีก  พระคัมภีร์ที่พระเยซูคริสต์ทรงเลือกอ่านในธรรมศาลาที่นาซาเร็ธตอนนี้ก็เลือกจากหนังสืออิสยาห์  อ่านแล้วพอใจ แต่พอพระเยซูยกตัวอย่างเอลียาห์ที่พระเจ้าใช้ให้ไปทำการอัศจรรย์กับหญิงม่ายและครอบครัวของนาง คือการเลี้ยงดูในช่วงที่เกิดการกันดารอาหารเพราะฝนไม่ตกต่อเนื่องสามปีครึ่ง ไหแป้งไหน้ำมันของนางไมเคยแห้งหรือขาดแคลนเลยตลอดสามปีครึ่ง และใช้สำหรับเลี้ยงดูผู้รับใช้คือเอลียาห์ด้วย พระเจ้าทรงเลือกให้พระพรเกิดกับคนนอก ไม่ใช่กับคนภายใน เพื่อเป็นเลี้ยงดูผู้รับใช้อย่างเอลียาห์   นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน และเป็นประวัติศาสตร์ที่เป็นจริง เรื่องคนที่พระเจ้ากำหนด ที่คนยิวไม่ยอมรับ

อีกตัวอย่าง เรื่องการหายโรคของนาอามาน แม่ทัพซีเรีย กองทัพซีเรียรุกรานอิสราเอล เป็นศัตรูกับคนอิสราเอล แต่กลับได้รับการรักษาโรคผ่านเอลีชา ผู้เผยพระวจนะที่เป็นศิษย์ของเอลียาห์ ได้รับฤทธิ์เดชจากพระเจ้ามากเป็นสองเท่า มากกว่าเอลียาห์ เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับของคนยิวในยุคของพระเยซู

สองตัวอย่างที่พระเยซูทรงยกมา คือคนต่างชาติที่คนยิวไม่ยอมรับ แต่พระเจ้าทรงกำหนดให้ได้รับพระพร รับการรักษาหายโรค รับการอัศจรรย์ผ่านคนบุคคลยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของพวกยิว

สองเรื่องนี้ พระเยซูได้ยกมาเป็นตัวอย่างเรื่องการไม่เป็นที่ยอมรับของมนุษย์ แต่พระเจ้าทรงเลือก กำหนดให้ได้รับการเลี้ยงดูในยามกันดารอาหารที่สุด  และการหายโรค ที่ยากจะหาย  กุญแจสำคัญ คือ พระเจ้าทรงกำหนด ไม่ใช่มนุษย์กำหนด

ความจริงในพระคัมภีร์ตอนอื่นได้ใช้คำว่า ไม่มีการอัศจรรย์ใดๆเกิดขึ้นที่นาซาเร็ธ  แปลว่า พระเยซูไม่กลับไปนาซาเร็ธอีกเลย  แม้นาซาเร็ธจะเป็นเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันกับพระเยซู แต่การไม่ยอมรับพระองค์ ได้ทำให้ชาวนาซาเร็ธหลุดจากลิสต์ของการอัศจรรย์…และการฟื้นฟู

เพราะอะไร  เพราะคนนาซาเร็ธ ปฏิเสธการเจิม (กำหนด)ของพระเจ้า)

ฝ่าให้พ้น…ผ่านไปให้ได้  สำหรับพระเยซู พระองค์ตระหนักว่า พระองค์ทรงเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเรียก แต่งตั้งให้ทำภาระกิจสำคัญ แม้พระองค์รู้ว่า พระองค์มาเพื่อจะตายเพื่อไถ่บาป  พระองค์ต้องตาย แต่การตายด้วยการถูกผลักให้ตกลงจากหน้าผา ไม่ใช่เป้าหมาย หรือกำหนดของพระเจ้า พระเยซูจึงต้องฝ่าให้พ้น…ผ่านไปให้ได้  และพระองค์ทรงเสด็จไปที่อื่น ไม่ใส่ใจต่อการถูกปฏิเสธจากคนพวกนี้  เพื่อทำให้การทรงเรียกสำเร็จ

น่าสนใจว่า ในตอนนี้ พระเยซูทรงใช้คำว่า สำเร็จ เป็นครั้งแรก  และคำว่า สำเร็จถูกใช้อีกครั้ง บนไม้กางเขนก่อนที่พระเยซูจะสิ้นพระชนม์  ช่วงเวลาระหว่างสำเร็จครั้งแรกกับครั้งสุดท้ายห่างกันถึงสามปีครึ่ง  เหตุการณ์ในตอนนี้เป็นการเริ่มต้นพันธกิจของพระเยซู พระองค์จะต้องฝ่าให้พ้น…ผ่านไปให้ได้ เพื่อไปให้ถึงคำว่า สำเร็จ ที่แท้จริง

ฝ่าให้พ้น…ผ่านไปให้ได้   เพื่อรักษาการทรงเรียก  ตามที่พระเจ้าทรงเจิมและกำหนดให้เราเป็น  ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ที่พยายามจะผลักเราให้ออกไปจากทางของพระเจ้า หรือผลักให้เราตกจากหน้าผา ในความรู้สึกเหมือนตกตึก คือ การถูกปฏิเสธ ถูกทรยศ หักหลัง หรือถูกกระทำใดๆเพื่อจะทำลายความเป็นตัวตน  ทำลายการทรงเรียก ทำลายสิ่งที่เราเป็นอยู่ จงฝ่าให้พ้น…และผ่านไปให้ได้    อ.เปาโลได้ใช้สำนวนคำว่า

ฟิลิปปี  4:13 13 ข้าพ​เจ้า​เผชิญ​ได้​ทุก​อย่าง​โดย​พระ​องค์​ผู้​ทรง​เสริม​กำ​ลัง​ข้าพ​เจ้า

เราผ่านหลายอย่างมาได้ถึงวันนี้ (ที่ดีกว่าเมื่อวาน) ปีนี้ดีกว่าปีที่แล้วๆมา พรุ่งนี้มีสิ่งดีๆที่รอคอยให้เราผ่านวันนี้ไปให้ได้

ฝ่าให้พ้น….ผ่านไปให้ได้    ทำสุดกำลัง  นอกเหนือจากนั้น พระเจ้าจะเสริมกำลัง พระเจ้าจะทำส่วนของพระองค์ (ทำวันนี้ให้ดีที่สุด)

เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้าเป็นเด็กมัธยม มีความกังวลใจเรื่องอนาคต ว่าจะเรียนอะไร จบแล้วจะมีงานทำไม๊  ข้าพเจ้าไปอธิษฐานที่โบสถ์ ประจำไม่ขาด (เด็กมัธยม)สามชุดนักเรียนมาอธิษฐาน คืนหนึ่ง ขณะที่กำลังอธิษฐานเงียบๆอยู่คนเดียว ก็มีคนมากระซิบข้างหูว่า อย่ากังวล พระเจ้าได้ยินแล้ว ทำวันนี้ให้ดีที่สุด นอกเหนือจากนั้น พระเจ้าจะจัดเตรียมงานและอนาคคตให้เอง  นับจากวันนั้น ข้าพเจ้ามีแต่คำว่า ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ฝากอนาคตไว้ให้กับพระเจ้า และวันนี้ ข้าพเจ้าเชื่อว่า งานที่ดีที่สุด ที่ไม่มีวันตกงานเลย ก็คือ งานรับใช้พระเจ้า นี่เอง ไม่มีใครจะไล่คุณออกจากงานรับใช้พระเจ้าได้ บริษัทพระเยซูไม่จำกัด  มีแต่ประกาศรับสมัครงานผู้ที่จะมาร่วมรับใช้กับพระองค์

วันนี้ มีบันฑิตที่กำลังจะจบใหม่อีกหลายแสนคน จบมาเพื่อไม่มีงานทำ เพราะตอนนี้คนตกงานมากมาย เราจะฝ่าให้พ้น..ด่านหินนี้ ผ่านไปได้อย่างไร? เรามาดูสิ่งที่พระเจ้าทำกับเอลียาห์และหญิงม่ายาชาวศาเรฟัท….

ตัวอย่างที่พระเยซูคริสต์ทรงยกเรื่องของหญิงม่ายชาวเศราฟัท ที่คิดว่า สิ่งที่ตนเองมีอยู่เพียงแป้งหยิบมือกับน้ำมันที่หน่อยหนึ่ง แค่กินเพื่อจะตาย คือความรู้สึกของชีวิตที่ไม่มีความหวัง แต่เอลียาห์มาหาพร้อมกับคำขอส่วนแบ่ง ที่น้อยนิด เพื่อให้เกิดการเชื่อฟังพระเจ้า และเมื่อหญิงม่ายชาวศาเรฟัท เชื่อฟังและทำตาม  พระพรเกิดขึ้น ตามที่พระคัมภีร์เลวีนิติ ที่ได้กล่าวถึง พระพรแห่งการเชื่อ

เลวีนิติ 26:10 10 เจ้า​จะ​ได้​รับประทาน​ของ​ที่​สะสม​ไว้​นาน และ​เจ้า​จะต้อง​เอา​ของ​เก่า​ออกไป​เพื่อ​เอา​ที่มา​เ​ก็​บ​ของใหม่​

ฝ่าให้พ้น…ผ่านไปให้ได้   คือการเอาของเก่าออกไป เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับของใหม่ อย่าหวง อย่ากักเก็บไว้สำหรับตัวเอง แต่จงเป็นท่อพระพร และพระพรจะไหลผ่านมาอีกมากมาย

ตัวอย่าง  นาอามาน แม่ทัพชาวซีเรีย เป็นโรคเรื้อน หายโรคเพราะการเชื่อฟัง ที่เอลีชาบอกให้ไปแช่ตัวในแม่น้ำเจ็ดหน แล้วจะหายโรค ตอนแรก แม่ทัพซีเรียโกรธ เพราะอุตส่าห์เดินทางไกลมาหาเอลีชา แต่เอลีชาไม่มาพบ กลับให้แต่คำแนะนำว่า ไปแช่ตัวในแม่น้ำ เจ็ดครั้งเท่านั้น

2 พงศ์กษัตริย์ 5:10-14 10 เอลีชา​ก็​ส่ง​ผู้​สื่อสาร​มา​เรียน​ท่าน​ว่า “ขอ​จง​ไป​ชำระ​ตัว​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน​เจ็ด​ครั้ง และ​เนื้อ​ของ​ท่าน​จะ​กลับคืน​เป็น​อย่าง​เดิม และ​ท่าน​จะ​สะอาด”11 แต่​นา​อา​มาน​ก็​โกรธ​และ​ไป​เสีย บ่น​ว่า “ดู​เถิด ข้า​คิด​ว่า​เขา​จะ​ออกมา​หา​ข้า​เป็น​แน่​และ​มา​ยืน​อยู่ และ​ออก​พระ​นาม​ของ​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​เขา แล้ว​โบก​มือ​เหนือ​ที่​นั้น​ให้​โรค​เรื้อน​หาย​12 อา​บา​นา​และฟาร​ปาร์​แม่น้ำ​เมือง​ดามัสกัส ไม่​ดีกว่า​บรรดา​ลำ​น้ำ​แห่ง​สราเอล​ดอก​หรือ ข้า​จะ​ชำระ​ตัว​ใน​แม่น้ำ​เหล่า​นั้น​และ​จะ​สะอาด​ไม่ได้​หรือ” ท่าน​จึง​หัน​ตัว​แล้ว​ไป​เสีย​ด้วย​ความ​เดือด​ดาล​13 แต่​พวก​ข้าราชการ​ของ​ท่าน​เข้า​มา​ใกล้​และ​เรียน​ท่าน​ว่า “คุณ​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า ถ้า​ท่าน​ผู้เผย​พระ​วจนะ​จะ​สั่ง​ให้​ท่าน​กระทำ​สิ่ง​ใหญ่โต​ประการ​หนึ่ง​ท่าน​จะ​ไม่​กระทำ​หรือ ถ้า​เช่นนั้น​เมื่อ​ท่าน​ผู้เผย​พระ​วจนะ​กล่าว​แก่​ท่าน​ว่า ‘จง​ไป​ล้าง​และ​สะอาด​เถิด’ ควร​ท่าน​จะ​ทำ​ยิ่งขึ้น​เท่าใด”14 ท่าน​จึง​ลง​ไป​จุ่ม​ตัว​เจ็ด​ครั้ง​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน ตาม​ถ้อยคำ​ของ​คน​แห่ง​พระ​เจ้า และ​เนื้อ​ของ​ท่าน​ก็​กลับคืน​เป็น​อย่าง​เนื้อ​ของ​เด็ก​เล็กๆ และ​ท่าน​ก็​สะอาด

นาอามาน แม่ทัพซีเรีย เกือบจะฝ่าความรู้สึกเหมือนถูกปฏิเสธจากเอลีชาไปไม่พ้น ดีคนที่ติดตามแนะนำให้นาอามานเชื่อฟังสักหน่อย ลดอารมณ์โกรธของตนเองลงอีกนิด  ด้วยคำแนะนำว่า

3 แต่​พวก​ข้าราชการ​ของ​ท่าน​เข้า​มา​ใกล้​และ​เรียน​ท่าน​ว่า “คุณ​พ่อ​ของ​ข้าพเจ้า ถ้า​ท่าน​ผู้เผย​พระ​วจนะ​จะ​สั่ง​ให้​ท่าน​กระทำ​สิ่ง​ใหญ่โต​ประการ​หนึ่ง​ท่าน​จะ​ไม่​กระทำ​หรือ ถ้า​เช่นนั้น​เมื่อ​ท่าน​ผู้เผย​พระ​วจนะ​กล่าว​แก่​ท่าน​ว่า ‘จง​ไป​ล้าง​และ​สะอาด​เถิด’ ควร​ท่าน​จะ​ทำ​ยิ่งขึ้น​เท่าใด”

แปลว่า นาอามาน แม่ทัพซีเรีย ตั้งใจจะมาทำตามคำแนะนำทุกอย่าง ของเอลีชา เพื่อตัวเองจะหายจากโรคเรื้อน แต่ปรากฏว่า เขากลับได้คำแนะนำที่ไม่คาดคิด มันดูไร้สาระ และดูเหมือนถ้าทำตามแล้ว ตัวเองคิดว่า ตัวเองจะกลายเป็นคนโง่  นี่คือ วิธีคิดอย่างมนุษย์ นาอามานไม่ยอมรับคำของเอลีชา แต่การทักท้วงของบรรดาผู้ติดตาม ทำให้เขา เอาชนะความคิดเดิมๆของตนเอง ที่เป็นสิ่งที่ต้อง…

ฝ่าให้พ้น…ผ่านไปให้ได้  ต้องก้าวข้าม วิธีคิดแต่คำว่า ถ้าทำตามคำแนะนำของคนอื่น  ตัวเองจะกลายเป็นคนโง่

Proverbs สุภาษิต 12:15 15 ทาง​ของ​คน​โง่​นั้น​ถูกต้อง​ใน​สายตา​ของ​เขา​เอง แต่​ปราชญ์​ย่อม​ฟัง​คำแนะนำ

Proverbs สุภาษิต 28:26 26 บุคคล​ที่​วางใจ​ใน​ความ​คิด​ของ​ตัว​เป็น​คน​โง่ แต่​บุคคล​ที่​ดำเนิน​ใน​ปัญญา​จะ​ได้รับ​การ​ช่วย​กู้

ฝ่าให้พ้น…ผ่านไปให้ได้  ด้วยคำแนะนำจากพระคำที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า (เรมาห์ที่ออกมาจากโลกอส) อ่านพระคัมภีร์เพื่อให้ได้ถ้อยคำออกมาจากถ้อยคำ ได้ยินเสียงของพระเจ้าตรัสกับตนเอง โดยเฉพาะการให้สำนึกผิด กลับใจใหม่ และหยุดความโกรธ หยุดความเกลียดชัง

โรม 12:9-21 9 ขอ​ให้​ความ​รัก​มา​จาก​ใจ​จริง จง​เกลียด​ชัง​สิ่ง​ที่​ชั่ว จง​ยึด​มั่น​ใน​สิ่ง​ที่​ดี10 จง​รัก​กัน​ฉัน​พี่​น้อง จง​ขวน​ขวาย​ใน​การ​ให้​เกียรติ​กัน​และ​กัน11 อย่า​อ่อน​ระอา จง​มี​จิต​ใจ​กระ​ตือ​รือ​ร้น​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ จง​ปรน​นิบัติ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า12 จง​ชื่น​ชม​ยินดี​ใน​ความ​หวัง จง​สู้​ทน​ต่อ​ความ​ยาก​ลำ​บาก จง​ขะ​มัก​เขม้น​อธิษ​ฐาน13 จง​เห็น​อก​เห็น​ใจ​ช่วย​ธรร​มิก​ชน​เมื่อ​เขา​ขัด​สน จง​อุต​ส่าห์​ต้อน​รับ​แขก​แปลก​หน้า 14 จง​อวย​พร​แก่​คน​ที่​เคี่ยว​เข็ญ​ท่าน จง​อวย​พร อย่า​แช่ง​ด่า​เลย15 จง​ชื่น​ชม​ยินดี​กับ​ผู้​ที่​มี​ความ​ชื่น​ชม​ยินดี จง​ร้อง​ไห้​กับ​ผู้​ที่​ร้อง​ไห้16 จง​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน อย่า​ใฝ่​สูง แต่​ยอม​สมา​คม​กับ​คน​ต่ำ​ต้อย อย่า​ถือ​ว่า​ตัว​ฉลาด17 อย่า​ทำ​ชั่ว​ตอบ​แทน​ชั่ว​แก่​ใคร​เลย แต่​จง​มุ่ง​ทำ​สิ่ง​ที่​ใครๆ ก็​เห็น​ว่า​ดี18 ถ้า​เป็น​ได้ เท่า​ที่​เรื่อง​ขึ้น​อยู่​กับ​ท่าน จง​อยู่​อย่าง​สงบ​สุข​กับ​ทุก​คน19 นี่แน่ะ ท่าน​ผู้​เป็น​ที่​รัก​ของ​ข้าพ​เจ้า อย่า​แก้​แค้น แต่​จง​มอบ​การ​นั้น​ไว้ แล้ว​แต่​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ลง​โทษ เพราะ​มี​คำ​เขียน​ไว้​ใน​พระ​คัม​ภีร์​ว่า องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ตรัส​ว่า “การ​แก้​แค้น​เป็น​ของ​เรา เรา​เอง​จะ​ตอบ​แทน” 20 แต่​ว่า “ถ้า​ศัตรู​ของ​ท่าน​หิว จง​ให้​อา​หาร​เขา​รับ​ประ​ทาน ถ้า​เขา​กระ​หาย​น้ำ​ก็​จง​ให้​น้ำ​เขา​ดื่ม เพราะ​ว่า​การ​ทำ​เช่น​นั้น จะ​ทำ​ให้​เขา​รู้สึก​ตัว​และ​กลับ​มา​คืน​ดี” 21 อย่า​ให้​ความ​ชั่ว​ชนะ​เรา​ได้ แต่​จง​ชนะ​ความ​ชั่ว​ด้วย​ความ​ดี

ฝ่าให้พ้น…ผ่านไปให้ได้

Break through…Get through