คำเทศนาอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2020 (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

“พระเยซูคริสต์…พันธกิจไม่ทิ้งกัน”

https://www.youtube.com/watch?v=sfi8UzvJwbA

โจร(ผู้ร้าย)สองคนที่ถูกตรึงกับพระเยซูคริสต์ที่เราได้รับชมไป   มีบทสนทนาของโจรสองคนนี้กับพระเยซูคริสต์บนไม้กางเขนที่ไม่ได้อยู่ในคลิปนี้ แต่ได้บันทึกในหนังสือลูกาที่นำมาสร้างเป็นภาพยนต์นี้

ลูกา 23:39-43  39 ผู้​ร้าย​คน​หนึ่ง​ที่​ถูก​ตรึง​ไว้​จึง​พูด​หมิ่น​ประ​มาท​พระ​องค์​ว่า “เจ้า​เป็น​พระ​คริสต์​ไม่​ใช่​หรือ? จง​ช่วย​ตัว​เอง​กับ​เรา​ทั้ง​สอง​ให้​รอด​เถิด”40 แต่​อีก​คน​หนึ่ง​ห้าม​ปราม​เขา​ว่า “เจ้า​ไม่​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า​หรือ? เพราะ​เจ้า​ก็​ถูก​ลง​โทษ​เหมือน​กัน  41 และ​เรา​ทั้ง​สอง​ก็​สมควร​กับ​โทษ​นั้น​จริง เพราะ​เรา​ได้​รับ​ผล​สม​กับ​การ​กระทำ แต่​ท่าน​ผู้​นี้​ไม่​ได้​ทำ​ผิด​อะไร​เลย”42 แล้ว​คน​นั้น​จึง​ทูล​ว่า “พระ​เยซู ขอ​พระ​องค์​ทรง​ระลึก​ถึง​ข้า​พระ​องค์​เมื่อ​พระ​องค์​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​องค์”43 พระ​เยซู​ทรง​ตอบ​เขา​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ว่า วัน​นี้​ท่าน​จะ​อยู่​กับ​เรา​ใน​เมือง​บรม​สุข​เกษม”

ความจริงก่อนหน้านี้ มีคนที่อยู่ในเหตุการณ์การตรึงกางเขนพระเยซูคริสต์หลายคน  มีทั้งสาวกที่เฝ้าติดตามแบบไม่เปิดเผยตัว และคนที่ตรึงพระเยซู คือพวกมหาปุโรหิตและพวกฟาริสี  อีกพวกหนึ่งคือทหารที่ทำการตรึงกางเขน  คนสองกลุ่มสุดท้ายจะพูดประโยคเดียวกัน ก็คือ จงช่วยตัวเองให้รอดเถิด พระกิตติคุณเล่มอื่น บันทึกว่า การเยาะเย้ยนี้ ใช้สำนวนว่า แน่จริงก็ลงมาจากกางเขนเองเลย  แต่พระเยซูไม่ทรงตอบโต้ใดๆกับคำพูดของคนเหล่านี้  ฉากสำคัญที่พระเยซูคริสต์ทรงทำ คือตอนที่โจรสองคนที่ถูกตรึงบนกางเขนต่างหาก เมื่อโจรคนหนึ่งเอาคำพูดของคนที่เยาะเย้ยพระเยซูมาใช้หมิ่นประมาทพระองค์

 “เจ้า​เป็น​พระ​คริสต์​ไม่​ใช่​หรือ? จง​ช่วย​ตัว​เอง​กับ​เรา​ทั้ง​สอง​ให้​รอด​เถิด”

คำพูดแบบนี้ ไม่ได้มุ่งหวังที่จะรับการช่วยกู้จากพระเยซูคริสต์จริงๆ แต่อาจมาจากความรู้สึกสิ้นหวังของตนเองขณะอยู่บนไม้กางเขน กำลังจะตายแน่นอน ไม่มีทางรอดได้ สิ่งที่ทำคือความโกรธแค้น และประชดประชันชีวิต กับคนที่ใกล้ตัวเองมากที่สุด   ส่วนโจรอีกคนหนึ่งก็คงจะสิ้นหวังเหมือนกัน  อยู่บนกางเขนเหมือนกัน กำลังจะตายเหมือนกัน สภาพเดียวกัน ไม่มีทางรอด แต่โจรคนนี้ กลับตอบสนองแตกต่างจากโจรคนแรก เขาได้ห้ามปรามโจรคนแรกว่า

40 …“เจ้า​ไม่​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า​หรือ? เพราะ​เจ้า​ก็​ถูก​ลง​โทษ​เหมือน​กัน41 และ​เรา​ทั้ง​สอง​ก็​สมควร​กับ​โทษ​นั้น​จริง เพราะ​เรา​ได้​รับ​ผล​สม​กับ​การ​กระทำ

คำว่า เกรงกลัวพระเจ้า นั่นคือความรู้สึกของโจรคนที่สองที่รู้ตัวว่า เขากำลังจะตายและจะได้พบกับพระเจ้า ในสถานะที่พระเจ้าทรงเป็นผู้พิพากษาตัวเขา  การตายของตัวเขาเองเวลานี้มาจากการถูกมนุษย์ด้วยกันตัดสินให้ประหารชีวิต สาสมกับที่ตนเองได้กระทำไป   แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคำตัดสินของมนุษย์ด้วยกัน ก็คือ การพิพากษาของพระเจ้าที่เขาจะต้องไปพบอีกครั้งหนึ่งในชีวิตหลังความตาย  บนกางเขนของมนุษย์ ยังไม่น่ากลัวเท่ากับในบึงไฟนรกที่จะเป็นการลงโทษคนที่ทำบาป

น่าสนใจว่า โจรคนที่สองคนนี้ ได้แสดงความหวังของเขากับพระเยซูคริสต์ด้วยการพูดว่า

42 แล้ว​คน​นั้น​จึง​ทูล​ว่า “พระ​เยซู ขอ​พระ​องค์​ทรง​ระลึก​ถึง​ข้า​พระ​องค์​เมื่อ​พระ​องค์​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​องค์”

การแสดงความหวัง  คือ ขอพระเยซูคริสต์แค่คิดถึงเขาในแผ่นดินของพระองค์ นั่นคือ โจรคนนี้ แน่ใจเลยว่า พระเยซูคริสต์ได้ขึ้นสวรรค์ ส่วนตัวของเขาเอง ตกนรกแน่นอน แต่คำขอต่อพระเยซูคริสต์ของโจรคนนี้ แปลกมาก เป็นความเชื่อที่ไม่น่าจะมีใครเชื่ออย่างนี้มาก่อน แม้พระเยซูจะไม่ได้พูดประโยคนี้ แต่ถ้าเราได้ติดตามพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ตลอดทั้งสี่เล่ม เราจะพบว่า พระเยซูมักจะพูดถึงความเชื่อของคน ที่มีต่อพระองค์ และขณะนี้ พระองค์อยู่บนไม้กางเขน  ถ้าพระองค์มีแรงพอที่จะพูดได้มาก  เพราะสภาพของพระองค์ไม่น่าจะพูดได้เยอะแล้ว  พระเยซูคงจะพูดว่า ความเชื่อของโจรคนนี้ ทำให้เขารอด  ก่อนหน้านี้ พระเยซูทรงพูดเรื่องความเชื่อของคนที่มาหาพระองค์มากมายหลายคน เพราะความเชื่อของคนเหล่านั้นทำให้พวกเขา ได้รับการรักษาโรค ผีที่เข้าก็ถูกขับออก คนง่อยเดินได้ คนตาบอดมองเห็น คนตายฟื้นขึ้นมาจากความตาย แต่…ตอนนี้ คนที่กำลังจะตายบนไม้กางเขน ตายไปพร้อมกับพระเยซู กำลังมีความเชื่อที่ดูเหมือนน้อยนิดจากสภาพที่สิ้นหวัง ในโลกนี้ แต่ก็ยังมีความหวังในโลกหน้า นี่จะไม่เรียกว่า ความเชื่อหรือ?

พระเยซูคริสต์ทรงตอบความเชื่อของโจรที่กลับใจในวินาทีเกือบสุดท้ายของชีวิต ด้วยคำตรัสว่า

43 พระ​เยซู​ทรง​ตอบ​เขา​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ว่า วัน​นี้​ท่าน​จะ​อยู่​กับ​เรา​ใน​เมือง​บรม​สุข​เกษม”

พูดตามภาษาชาวบ้านก็คือ พระเยซูรับปากโจรกลับใจ โจรที่เชื่อในพระเยซูในวินาทีสุดท้ายของชีวิตว่า เขารอดแน่นอน รอดจากการพิพากษาของพระเจ้า รอดจากบึงไฟนรก แม้เขาจะไม่รอดจากการพิพากษาของมนุษย์ก็ตาม และพระองค์ทรงสัญญาว่า  เราจะไปด้วยกัน ไม่ทิ้งกัน

พระเยซูคริสต์…พันธกิจไม่ทิ้งกัน ของพระเยซู สำเร็จแล้วบนไม้กางเขน และได้สาธิตบนไม้กางเขนในเวลาเดียวกันว่า แม้โจรที่กลับใจเพียงแค่วินาทีเดียว พระองค์ก็ทรงสามารถช่วยให้รอดได้  คนที่อยู่ข้างล่างสองกลุ่ม ที่หมิ่นประมาทว่า พระเยซูคริสต์ช่วยตัวเองให้รอดด้วยการลงมาจากไม้กางเขนเสียก่อน ทำการอัศจรรย์อย่างที่พระองค์ทำสิ  แต่พระเยซูไม่ตอบสนองต่อการท้าทายเหล่านั้น หากเราย้อนไปที่การอัศจรรย์ของพระเยซูที่ทรงกระทำก่อนหน้านี้ พระองค์สามารถลงมาจากกางเขนได้แน่นอน แต่พระองค์ไม่ทำ เพราะว่า แผนการของพระเจ้าในการไถ่บาป มวลมนุษยชาติ คือ การต้องตายบนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์

มีคนพูดอย่างนี้ว่า พระเยซูคริสต์เป็นคนดีมากๆ แต่ทำไมต้องตายอย่างน่าสมเพชอย่างนี้  คำตอบก็คือ เพราะพระองค์มองไม่เหมือนมนุษย์มอง และพระองค์รู้อย่างที่มนุษย์ไม่รู้ พระองค์ทรงมองเห็นสภาพของมนุษย์ต่างหากที่น่าสงสาร (น่าสมเพช) และช่วยตัวเองไม่ได้  พระองค์จึงเสด็จมาเพื่อจะช่วยมนุษย์ให้รอด ด้วยความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อมนุษย์ทั้งหลาย   คำอธิษฐานของพระเยซูบนไม้กางเขนว่า ขอพระเจ้าทรงโปรดยกโทษให้กับคนที่เยาะเย้ยอยู่ข้างล่างว่า เพราะเขาไม่รู้ว่า พวกเขากำลังทำอะไร นั่นคือมุมมองที่พระเยซูทรงมองเห็นคนข้างล่างน่าสงสารกว่าพระองค์ที่อยู่บนไม้กางเขนเสียอีก

ยอห้น 3:16-18 16 เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​รัก​โลก จน​ได้​ทรง​ประทาน​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ​องค์ เพื่อ​ทุก​คน​ที่​วางใจ​ใน​พระ​บุตร​นั้น​จะ​ไม่​พินาศ แต่​มี​ชีวิต​นิรันดร์​ 17 เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​ให้​พระ​บุตร​เข้า​มา​ใน​โลก มิใช่​เพื่อ​พิพากษา​ลงโทษ​โลก แต่​เพื่อ​ช่วย​กู้​โลก​ให้​รอด​โดย​พระ​บุตร​นั้น​18 ผู้​ที่​วางใจ​ใน​พระ​บุตร​ก็​ไม่​ต้อง​ถูก​พิพากษา​ลงโทษ ส่วน​ผู้​ที่​มิได้​วางใจ​ก็​ต้อง​ถูก​พิพากษา​ลงโทษ​อยู่​แล้ว เพราะ​เขา​มิได้​วางใจ​ใน​พระ​นาม​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ​เจ้า​

พระเจ้าทรงมองเห็นจุดสุดท้ายของมนุษย์ทุกคน ที่ต้องตกอยู่ภายใต้กฏของความบาป (ที่คนไทยเรียกว่า กฏแห่งกรรม)

โรม 6:23 23 เพราะ​ว่า​ค่าจ้าง​ของ​ความ​บาป​คือ​ความ​ตาย แต่​ของ​ประทาน​จาก​พระ​เจ้า​คือ​ชีวิต​นิรันดร์​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา​

มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต และพระเยซูคริสต์ต้องใช้ชีวิตของพระองค์เพื่อไถ่(ซื้อ)ชีวิตของมนุษย์ที่ต้องจ่ายค่าจ้างของความบาป ก็คือความตาย  คำว่า เครดิต แปลว่า น่าเชื่อถือ ไว้วางใจได้

วันนี้ เราพยายามจะสร้างเครดิต ควาไว้วาง กับเรื่องเงินทอง เรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่คำถามก็คือว่า ยังมีอะไรที่มีเครดิต น่าไว้วางใจได้อีก

1.พระเยซูคริสต์  พันธกิจไม่ทิ้งกัน ไว้วางใจได้

พระเยซูได้พิสูจน์แล้วตลอดสองพันปีที่ผ่านมา กับคำตรัสของพระองค์ว่า พระองค์มีเครดิต พระองค์ได้สำแดงเครดิตของพระองค์แรก คือ แม้แต่คนที่ใครๆก็ทิ้ง พระองค์ยังพาไปได้ โจรที่เลวร้ายที่สุดจนต้องถูกประหารบนไม้กางเขน ก็ยังรอดได้  และต่อจากนั้น เหล่าสาวกของพระองค์ ที่ถูกบังคับให้ทิ้งพระเยซู ต่างไม่ยอมทิ้ง เพราะพวกเขาตระหนักแล้วว่า พระเยซูไม่ได้ทิ้งพวกเขาไปเลย พระองค์ยังทรงอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ชีวิตที่เผชิญกับทุกสิ่งได้ แม้ตาย ก็ยังเป็นกำไร

ฮีบรู 13:5 5 …..เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ได้​ตรัส​ว่า เรา​จะ​ไม่​ละ​ท่าน หรือ​ทอดทิ้ง​ท่าน​เลย

มีคนมากมายที่สิ้นหวัง เพราะถูกปฏิเสธ ถูกทิ้ง ถูกเท จากคนที่ไว้วางใจมากที่สุด จนกลายเป็นบาดแผล ความขมขื่น และบางคนถึงขนาดรู้สึกว่า จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกทำไม จงดูโจรที่กลับใจบนไม้กางเขน  แน่ชัดว่า เขาไม่มีความหวังว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแน่นอน  ยิ่งกว่าสิ้นหวังของสิ้นหวังเสียอีก แต่โจรกลับใจคนนี้กลับยังมีความหวังได้ ขณะที่เขาอยู่บนไม้กางเขนเคียงข้างกับพระเยซูคริสต์

แล้วทำไมเราจะมีความหวังไม่ได้  ขอเพียงให้เราลองมองหาพระเยซูคริสต์ ที่ทรงรออยู่เคียงข้างเราในเวลานี้   วันนี้  เครดิตของธุรกิจมากมายเสียหายพังเป็นแถบๆ  เมื่อวานยังน่าเชื่อถืออยู่ วันนี้ หมดตัว ไม่มีอะไรน่าเชื่อถืออีกต่อไป ทุกคนต่างหนี ต่างเท  ต่างเอาตัวเองรอด

พระเยซูคริสต์….พันธกิจไม่ทิ้งกัน ยังไว้วางใจได้ เมื่อสองพันปีที่แล้วเป็นอย่างไร วันนี้ พระองค์ยังไว้วางใจได้

2.พระเยซูคริสต์…พันธกิจไม่ทิ้งกัน  สวนกระแส 

ลูกา  23:35-37,39 35 คน​ทั้ง​ปวง​ก็​ยืน​มองดู พวก​ขุน​นาง​ก็​เยาะ​เย้ย​พระ​องค์​ด้วย​ว่า “เขา​ช่วย​คน​อื่น​ให้​รอด​ได้ ถ้า​เขา​เป็น​พระ​คริสต์​ของ​พระ​เจ้า​ที่​ทรง​เลือก​ไว้ ให้​เขา​ช่วย​ตัวเอง​เถิด” 36 พวก​ทหาร​ก็​เย้ย​หยัน​พระ​องค์​ด้วย เข้า​มา​เอา​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​ส่ง​ให้​พระ​องค์​37 แล้ว​ว่า “ถ้า​ท่าน​เป็น​กษัตริย์​ของ​พวก​ยิว จง​ช่วย​ตัวเอง​ให้​รอด​เถิด”…. 39 ฝ่าย​คน​หนึ่ง​ใน​ผู้ร้าย​ที่​ถูก​ตรึง​ไว้​จึง​พูด​หยาบ​ช้า​ต่อ​พระ​องค์​ว่า “ท่าน​เป็น​พระ​คริสต์​มิใช่​หรือ จง​ช่วย​ตัวเอง​กับ​เรา​ให้​รอด​เถิด”

สำนวนคำว่า  ช่วยตัวเองให้รอด  บันทึกในมัทธิว ใช้คำว่า ลงมาจากกางเขนเองเถิด

มัทธว 27:42 42 “เขา​ช่วย​คน​อื่น​ให้​รอด​ได้ แต่​ช่วย​ตัวเอง​ไม่ได้ เขา​เป็น​กษัตริย์​ของ​ชาติ​อิสราเอล ให้​เขา​ลง​มา​จาก​กางเขน​เดี๋ยวนี้​เถิด เรา​จะ​ได้​เชื่อ​ถือ​บ้าง

มาระโก 15:30-32 30 จง​ช่วย​ตัวเอง​ให้​รอด​และ​ลง​มา​จาก​กางเขน​เถิด”31 พวก​มหา​ปุโรหิต​กับ​พวก​ธรรมาจารย์​ก็​เยาะ​เย้ย​พระ​องค์ ใน​ระหว่าง​พวก​เขา​เอง​เหมือน​กัน​ว่า “เขา​ช่วย​คน​อื่น​ให้​รอด​ได้ แต่​ช่วย​ตัวเอง​ไม่ได้  ​32 ให้​เจ้า​พระ​คริสต์​กษัตริย์​แห่ง​อิสราเอล​ลง​มา​จาก​กางเขน​เดี๋ยวนี้​เถอะ เพื่อ​เรา​จะ​ได้​เห็น​และ​เชื่อ” และ​สอง​คน​นั้น​ที่​ถูก​ตรึง​ไว้​กับ​พระ​องค์​ก็​กล่าว​คำ​หยาบ​ช้า​ต่อ​พระ​องค์​ ​

พระเยซูคริสต์….พันธกิจไม่ละทิ้งกัน สวนกระแส สวนวิธีคิดของมนุษย์  การช่วยให้ตัวเองรอดในมุมมองของมนุษย์ คือ การลงมาจากกางเขน แต่การช่วยของพระองค์ได้สำแดงว่า จากกางเขนที่ผู้คนดูถูกดูแคลน พระองค์นำโจรกลับใจ ขึ้นสูงกว่าคนที่อยู่บนดิน  เพราะการกลับใจใหม่ได้เปลี่ยนสภาพของโจร เป็นสหายของพระเยซูคริสต์

ลูกา 5:32 32 เรา​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​เรียก​คน​ชอบ​ธรรม แต่​มา​เรียก​คน​บาป​ให้​กลับ​ใจ​ใหม่”

พระเยซูคริสต์…พันธกิจไม่ทิ้งคนกลับใจใหม่

คำที่พระเยซูใช้คำว่า อยู่กับพระองค์ในเมืองบรมสุขเกษม  รากศัพท์กรีกคำนี้ แปลว่าสถานที่แห่งความสุข เป็นสวนเอเดน  ที่หมายถึงสวรรค์

คนยิว ฟังคำนี้ แล้วจะเข้าใจ เพราะพระเจ้าทรงสร้างสวนเอเดนไว้ให้มนุษย์อยู่อย่างมีความสุข แต่เมื่อมนุษย์ล้มลงในความบาป มนุษย์ถูกขับออกจาสวนเอเดน นั่นแปลว่า ชีวิตของมนุษย์จะพบกับความทุกข์ และไม่พบกับสันติสุขที่แท้จริงอีกต่อไป จนพระเยซูคริสต์ทรงเสด็จมาเพื่อตายไถ่บาป พระองค์ทรงตรัสว่า สันติสุขที่เราให้แก่ท่านนั้น ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้ อย่าให้ใจของท่านวิตกและอย่ากลัวเลย นั่นคือการนำมนุษย์ผู้เชื่อกลับสู่สวนเอเดนอีกครั้ง

ยอห์น 14:27 27 เรา​มอบ​สันติ​สุข​ไว้​ให้แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย สันติ​สุข​ของ​เรา​ที่​ให้แก่​ท่าน​นั้น เรา​ให้​ท่าน​ไม่​เหมือน​โลก​ให้ อย่า​ให้​ใจ​ของ​ท่าน​วิตก และ​อย่า​กลัว​เลย​

พระกิตติคุณยอห์นบันทึกว่า พระเยซูคริสต์ตายก่อนโจรสองคน พระองค์ไม่ได้ตายอย่างเดียวกันกับโจรสองคน

ยอห์น 19:31-37 31 วัน​นั้น​เป็น​วัน​เตรียม พวก​ยิว​จึง​ขอ​ให้​ปีลาต​ทุบ​ขา​ของ​ผู้​ที่​ถูก​ตรึง​ให้​หัก และ​ให้​เอา​ศพ​ไป​เสีย เพื่อ​ไม่ให้​ศพ​ค้าง​อยู่​ที่​กางเขน​ใน​วันสะบาโต (​เพราะ​วันสะบาโต​นั้น​เป็น​วัน​ใหญ่​)​  32 ดังนั้น พวก​ทหาร​จึง​มา​ทุบ​ขา​ของ​คน​ที่​หนึ่ง และ​ขา​ของ​อีก​คน​หนึ่ง​ที่​ถูก​ตรึง​อยู่​กับ​พระ​องค์​33 แต่​เมื่อ​เขา​มาถึง​พระ​เยซู และ​เห็น​ว่า ​พระ​องค์​สิ้น​พระ​ชนม์​แล้ว เขา​จึง​มิได้​ทุบ​ขา​ของ​พระ​องค์​  34 แต่​ทหาร​คน​หนึ่ง​เอา​ทวน​แทง​ที่​สีข้าง​ของ​พระ​องค์ และ​โลหิต​กับ​น้ำ​ก็​ไหล​ออกมา​ทันที​35 คน​นั้น​ที่​เห็น​ก็​เป็น​พยาน และ​คำ​พยาน​ของ​เขา​ก็​เป็น​ความ​จริง และ​เขา​ก็​รู้​ว่า​เขา​พูด​ความ​จริง เพื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​เชื่อ​36 เพราะ​สิ่ง​เหล่า​นี้​เกิดขึ้น เพื่อให้​เป็น​จริง​ตาม​ข้อ​พระ​ธรรม ซึ่ง​ว่า“​พระ​อัฐิ​ของ​พระ​องค์​จะ​ไม่​หัก​สัก​ชิ้น​เดียว” 37 และ​มี​ข้อ​พระ​ธรรม​อีก​ข้อ​หนึ่ง​ว่า “พวก​เขา​จะ​มองดู​พระ​องค์​ผู้​ที่​เขา​ได้​แทง”

โจรที่กลับใจ ตายทีหลังพระเยซูคริสต์ เขาต้องเผชิญกับความทรมานบนไม้กางเขน ในตอนที่ถูกทุบกระดูกขา เพื่อให้น้ำหนักตัวดึงแผลจากรอยตะปู ให้ตายเร็วขึ้น มีบันทึกการประหารคนด้วยการตรึงกางเขนว่า บางคน ไม่ตายทันที บางทีก็ใช้เวลาหลายวันห้อยอยู่ไม้กางเขนกว่าจะตาย แต่ในเหตุการณ์ที่พระเยซูถูกตรึงที่กางเขน คือช่วงเวลาใกล้วันสะบาโตที่เป็นวันใหญ่อย่างที่หนังสือยอห์นได้อธิบาย จึงมีการต้องทำให้โจรตายเร็วขึ้น แต่พระเยซูตายไปก่อนแล้ว  อาจเป็นไปได้ว่า พระองค์ทนพิษบาดแผลที่เกิดจากการเฆี่ยนสามสิบเก้าที และตายไปก่อนโจร แต่พระองค์ได้ทิ้งคำสัญญาไว้กับโจรคนที่สอง ว่าเขาจะได้ไปกับพระองค์ และอยู่ในเมืองบรมเกษมสุข โจรกลับใจตายไปพร้อมกับความสุขใจ ตรงกันข้ามกับโจรอีกคนที่น่าจะตายไปพร้อมกับความแค้นใจ ความโกรธแค้น  คุณคิดว่า ตายอย่างไหนดีกว่า

3.พระเยซูคริสต์…พันธกิจไม่ทิ้งกัน ไม่โดดเดี่ยวใคร

ยอห์น 14:1-3 1 “อย่า​ให้​ใจ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​วิตก​เลย ท่าน​วางใจ​ใน​พระ​เจ้า​ จง​วางใจ​ใน​เรา​ด้วย​2 ​ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​บิดา​เรา​มี​ที่​อยู่​เป็น​อัน​มาก ถ้า​ไม่​มี​เรา​คง​ได้​บอก​ท่าน​แล้ว เพราะ​เรา​ไป​จัดเตรียม​ที่​ไว้​สำหรับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​3 เมื่อ​เรา​ไป​จัดเตรียม​ที่​ไว้​สำหรับ​ท่าน​แล้ว เรา​จะ​กลับมา​อีก​รับ​ท่าน​ไป​อยู่​กับ​เรา เพื่อ​ว่า​เรา​อยู่​ที่​ไหน​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย​

พระองค์อยู่ที่ไหน เราได้อยู่ที่นั่นด้วย นั่นคืออนาคต  แต่วันนี้  เราอยู่ที่ไหน พระองค์อยู่กับเราด้วย  คือปัจจุบัน ที่เราจะไม่รู้สึกไม่โดดเดี่ยว  Never alone แม้คนบางคนจะโดดเดี่ยวเรา  ปฏิเสธ และทิ้งเรา พันธกิจไม่ทิ้งกันของพระเยซู  ยังทำงานอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ในผู้ที่เชื่อในพระองค์  และเขาจะมีสปิริตเดียวกันกับพระเยซูคริสต์ คือ ไม่โดดเดี่ยวใคร ไม่ทิ้ง ไม่เทใคร ขอให้เราเป็นทีมเดียวกันกับพระเยซูคริสต์ ด้วยการมีส่วนร่วมในพันธกิจเดียวกันนี้ ด้วยการรวบรวมคนมาเป็นทีมที่ไม่ทิ้งกัน อาเมน

มัทธิว 12:30 30 ผู้ใด​ไม่​อยู่​ฝ่าย​เรา​ก็​เป็น​ปฏิปักษ์​ต่อ​เรา และ​ผู้ใด​ไม่​รวบรวม​ไว้​กับ​เรา ​ก็​เป็น​ผู้กระทำ​ให้​กระจัด​กระจาย​ไป​