คำเทศนาอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน 2014 (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

“ชีวิตที่เกิดผล….พระเจ้ายิ่งใช้งาน” (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

ขอบคุณพระเจ้าที่ประเทศชาติของเรากำลังก้าวสู่การปฏิรูป การจัดการกับความไม่ถูกต้องต่างๆ มีการเรียกคนดีกลับเข้ามาใช้งานในที่ที่คนดีเคยอยู่แต่ถูกกลั่นแกล้ง อย่างเช่นคุณหญิงพรทิพย์  ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องเป็นข้าราชการที่ตงฉิน มีคำที่ว่า  ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ เป็นสำนวนหมายถึงคนที่ไม่ยอมอะลุ้มอะล่วยกับความไม่ถูกต้อง  เรียกว่า เป็นคนมีคุณสมบัติเหมาะสำหรับการถูกใช้งานในภาวะเหตุการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ เราทั้งหลายอาจจะไม่มีชื่อเสียง ไม่โดดเด่น จนถูกเรียกใช้งานจากทางราชการ แต่เราทั้งหลายที่นี่ก็สามารถถูกเรียกใช้งานโดยพระเจ้า  แท้จริง คริสเตียนต้องเป็นคนที่กระตือรือร้นอยากให้พระเจ้าใช้งาน มีเหตุการณ์ในพระคัมภีร์ตอนหนึ่งที่ทำให้เราสามารถมองเห็นความคาดหวังในการใช้งานปรากฏในหนังสือ มัทธิว 21:18-19 18 ครั้น​เวลา​เช้า ขณะ​เสด็จ​กลับไป​ยัง​กรุง​อีก ​ก็​ทรง​หิว​พระ​กระยา​หาร​19 และ​เมื่อ​ทอด​พระ​เนตร​ไป ทรง​เห็น​ต้น​มะเดื่อ​ต้น​หนึ่ง​อยู่​ริม​ทาง ​ก็​ทรง​ดำเนิน​เข้า​ไป​ใกล้ เห็น​ต้น​มะ เดื่อ​นั้น​ไม่​มี​ผล​มี​แต่​ใบ​เท่านั้น จึง​ตรัส​กับ​ต้น​มะเดื่อ​นั้น​ว่า “เจ้า​จง​อย่า​ผลิ​ผล​อีก​ต่อไป” ทันใด​นั้น​ต้น​มะเดื่อ​ก็​เหี่ยว​แห้ง​ไป​ บริบทตอนนี้บอกว่าพระเยซูคาดหวังและต้องการผลมะเดื่อจากต้นไม้ริมทางนี้ ที่จะออกผลนอกฤดู เนื่องจากมันมีใบมาก แสดงถึงอายุของต้นมะเดื่อมาก แต่ปรากฏว่า มันไม่ออกผลอย่างที่พระเยซูทรงคาดหวัง (พระองค์ทรงหิวจริงและต้นมะเดื่อที่อยู่ในเส้นทางของการหิวของพระเยซู ด้วยอายุ และใบที่มาก น่าจะมีผลออกนอกฤดูให้คนเดินทางอย่างพระเยซูที่ผ่านมาได้ แต่กลับไม่ใช่ นอกจากต้นมะเดื่อนี้จะทำให้พระเยซูผิดหวังแล้ว มันคงจะทำให้คนมากมายที่เดินทางบนเส้นทางนี้ผิดหวังด้วยเช่นกัน บันทึกในหนังสือมาระโกจึงบันทึกว่ามาระโก 11:14 ​14 ​พระ​องค์​จึง​ตรัส​แก่​ต้น​นั้น​ว่า “ตั้งแต่​นี้​ไป​จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​กิน​ผล​จาก​เจ้า​เลย” ….. แปลว่า เจ้าอย่าอยู่เพื่อทำให้คนอื่นผิดหวังกับเจ้าอีกเลย App. เราได้เห็นคนมากมายที่ผิดหวังกับคนที่ควรจะใช้งานได้ แต่กลับไม่ได้เรื่อง ไม่มีคุณภาพ ขี้เกียจ เห็นแก่ตัว คนแบบไหนอีกที่เราไม่อยากเรียกใช้งาน  คนเหล่านี้ กลายเป็นคนที่ไม่อยู่ในบรรดารายชื่อที่จะถูกเรียกใช้งานอีกเลย เราทั้งหลายคงไม่อยากเป็นคนแบบนั้น  พระเจ้าก็ไม่อยากจะใช้คนที่ไม่เกิดผล แต่ในทางตรงกันข้าม คนที่มีชีวิตที่เกิดผล….พระเจ้ายิ่งใช้งาน  นั่นคือ ชีวิตที่ตอบโจทย์ให้กับคนรอบข้างในยามที่เขากำลังหิวกระหายโหยหา  จงอย่าทำให้คนอื่นผิดหวัง และบทเรียนที่เราจะศึกษากิจการซีรี่ย์ เรื่องชีวิตที่เกิดผล…พระเจ้ายิ่งใช้งาน… มีดังนี้ กิจการ 5:17-29 17 ฝ่าย​มหา​ปุโรหิต​และ​พรรค​พวก​ของ​ท่าน​คือ​พวก​สะ​ดู​สี มี​ความ​อิจฉา​อย่าง​ยิ่ง​18 จึง​ได้​จับ​พวก​อัครทูต​จำ​ไว้​ใน​คุก​หลวง​19 แต่​ใน​เวลา​กลางคืน​ทูต​องค์​หนึ่ง​ของ​พระ​เจ้า ได้มา​เปิด​ประตู​คุก พา​พวก​อัครทูต​ออกไป บอก​ว่า​20 “จง​ไป​ยืน​ใน​บริเวณ​พระ​วิหาร ประกาศ​บรรดา​ข้อความ​แห่ง​ชีวิต​ใหม่​นี้​ให้​ประชาชน​ฟัง”21 เมื่อ​อัครทูต​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น พอ​รุ่ง​เช้า​ก็​เข้า​ไป​สั่ง​สอน​ใน​บริเวณ​พระ​วิหาร​ต่อไปฝ่าย​มหา​ปุโรหิต​ประจำการ​กับ​พรรค​พวก​ของ​ท่าน ได้​เรียก​ประชุม​คือพฤฒ​สภา​ทั้งหมด​ของ​ชน​อิสราเอล แล้ว​ใช้​คน​ไป​ที่​คุก​ให้​พา​อัครทูต​ออกมา​22 เจ้า​พนักงาน​ก็​ไป​แต่​ไม่​พบ​พวก​อัครทูต​ใน​คุก จึง​กลับมา​รายงาน​ว่า​23 “ข้าพเจ้า​ทั้ง​หลาย​เห็น​คุก​ปิด​อยู่​มั่นคง​และ​คน​เฝ้า​ก็​ยืน​อยู่​ที่​ประตู ครั้น​เปิด​ประตู​เข้า​ไป​ก็​ไม่​เห็น​ผู้ใด​อยู่​ข้าง​ใน​”24 เมื่อ​นายทหาร​รักษา​พระ​วิหาร​กับ​พวก​มหา​ปุโรหิต​ได้​ยิน​คำ​เหล่า​นี้ ​ก็​ฉงน​สนเท่ห์​ใน​เรื่อง​ของ​อัครทูต​ว่า​จะ​เป็น​อย่างไร​ต่อไป​25 มี​คน​หนึ่ง​มา​บอก​เขา​ว่า “นี่​แน่ะ คน​เหล่า​นั้น​ซึ่ง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​จำ​ไว้​ใน​คุก กำลัง​ยืน​สั่ง​สอน​คน​ทั้ง​ปวง​อยู่​ใน​บริเวณ​พระ​วิหาร”26 แล้ว​นายทหาร​รักษา​พระ​วิหาร​กับ​พวก​เจ้า​พนักงาน จึง​ได้​ไป​พา​พวก​อัครทูต​มา​โดย​ดี เพราะ​กลัว​ว่า​คน​ทั้ง​ปวง​จะ​เอา​หิน​ขว้าง 27 เมื่อ​เขา​ได้​พา​พวก​อัครทูต​มา​แล้ว​ก็​ให้​ยืน​หน้า​สภา มหา​ปุโรหิต​ประจำการ​จึง​ถาม​ว่า​28 “เรา​ได้​กำชับ​พวก​เจ้า​อย่าง​แข็งแรง​มิ​ให้​สอน​ออก​ชื่อ​นี้ ​ก็​นี่​แน่ะ เจ้า​ได้​ให้​คำ​สอน​ของ​เจ้า​แพร่​ไป​ทั่ว​กรุง​เยรูซาเล็ม และ​ปรารถนา​ให้​ความ​ผิด​เนื่อง​ด้วย​ความ​ตาย​ของ​ผู้​นั้น​ตก​อยู่​กับ​เรา”29 ฝ่าย​เปโตร​กับ​อัครทูต​อื่นๆ ตอบ​ว่า “ข้าพเจ้า​จำต้อง​เชื่อ​ฟัง​พระ​เจ้า​ยิ่ง​กว่า​เชื่อ​ฟัง​มนุษย์​

ยิ่งพวกอัครทูตเกิดผลมากเท่าใด สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่มีชีวิตที่ไม่เกิดผลอย่างพวกมหาปุโรหิต และพวกสะดูสีก็เกิดอาการหนึ่งคืออิจฉา ความจริงก่อนหน้านี้ พวกมหาปุโรหิตและพวกสะดูสีก็เกิดอาการวิตกกังวล กิจการ 4:2  2 ด้วย​เขา​งุ่นง่าน​ใจ​เพราะ​ท่าน​ทั้ง​สอง​ได้​สั่ง​สอน​และ​ประกาศ​แก่​คน​ทั้ง​หลาย ถึง​เรื่อง​การ​เป็น​ขึ้น​มา​จาก​ความ​ตาย โดย​อ้าง​การ​คืน​พระ​ชนม์​ของ​พระ​เยซู​…ความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นเพราะเกี่ยวพันกับความผิดที่ตนเองปกปิดไว้ เรื่องการกล่าวหาเท็จต่อพระเยซูจนพระองค์ถูกตรึงที่กางเขน แต่พอมาถึงบทที่ห้านี้ พวกมหาปุโรหิตและพวกสะดูสีเกิดอีกอาการ คืออิจฉา อันนี้เนื่องมาจากพวกอัครทูตกำลังฮ้อตมาก ประชาชนมากมายทั้งในเยรูซาเล็มและจากเมืองรอบๆกรุงเยรูซาเล็มต่างมาหาพวกอัครทูตในบริเวณพระวิหาร (ที่ทำงานของพวกมหาปุโรหิตและพวกสะดูสี)  พวกมหาปุโรหิตก็เลยว่างงานนั่งตบยุง และยิ่งมองเห็นพวกอัครทูตมีประชาชนมาห้อมล้อม และประชาชนก็ได้รับการช่วยเหลือทุกคนหายดี ทุกคนมีความยินดี จึงเป็นเหตุให้  17 ฝ่าย​มหา​ปุโรหิต​และ​พรรค​พวก​ของ​ท่าน​คือ​พวก​สะ​ดู​สี มี​ความ​อิจฉา​อย่าง​ยิ่ง​ ​18 จึง​ได้​จับ​พวก​อัครทูต​จำ​ไว้​ใน​คุก​หลวง  นี่คืออาการของคนที่ไม่เกิดผลอย่างที่ควรจะเกิด พระเยซูไม่ต้องสาปคนเหล่านี้ให้เหี่ยวไปเหมือนต้นมะเดื่อข้างทาง แต่คนเหล่านี้กำลังดำเนินชีวิตที่เหี่ยวแห้งด้วยพฤติกรรมของตนเอง แทนที่จะวิเคราะห์ว่า เหตุใดประชาชนจึงไปหาพวกอัครทูต ซึ่งหาคำตอบได้ไม่ยาก คือพวกอัครทูตมีสิ่งที่ประชาชนต้องการ ประชาชนต้องการการช่วยเหลือ การรักษา การปลดปล่อยจากปัญหาที่พวกเขาเผชิญอยู่ แต่พวกมหาปุโรหิตและพวกสะดูสี คิดแต่ว่า ถ้ากำจัดพวกอัครทูตด้วยการจับติดคุก ก็จะหมดคู่แข่งในเรื่องการทำงานของตนเอง แต่หารู้ไม่เลยว่า เพราะตนเองไม่มีชีวิตที่เกิดผลต่างหาก แต่อะไรเกิดขึ้นกับพวกอัครทูต เมื่อถูกขังอยู่ในคุก 19 แต่​ใน​เวลา​กลางคืน​ทูต​องค์​หนึ่ง​ของ​พระ​เจ้า ได้มา​เปิด​ประตู​คุก พา​พวก​อัครทูต​ออกไป บอก​ว่า​20 “จง​ไป​ยืน​ใน​บริเวณ​พระ​วิหาร ประกาศ​บรรดา​ข้อความ​แห่ง​ชีวิต​ใหม่​นี้​ให้​ประชาชน​ฟัง”21 เมื่อ​อัครทูต​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น พอ​รุ่ง​เช้า​ก็​เข้า​ไป​สั่ง​สอน​ใน​บริเวณ​พระ​วิหาร​ต่อไป คุกหลวง หมายถึงคุกที่เป็นทางการ เป็นห้องขังสำหรับขังนักโทษ ซึ่งแตกต่างจากคุกอันแรกที่พวกอัครทูตถูกจับ เป็นแค่เพียงที่พวกอัครทูตถูกควบคุมตัวเท่านั้น แต่ คุกหลวงเป็นห้องขังที่ล็อกไว้ไม่ให้ไปไหนได้  และครั้งนี้ พระเจ้าได้ใช้ทูตของพระองค์มาเปิดประตูคุก 19 แต่​ใน​เวลา​กลางคืน​ทูต​องค์​หนึ่ง​ของ​พระ​เจ้า ได้มา​เปิด​ประตู​คุก พา​พวก​อัครทูต​ออกไป บอก​ว่า​20 “จง​ไป​ยืน​ใน​บริเวณ​พระ​วิหาร ประกาศ​บรรดา​ข้อความ​แห่ง​ชีวิต​ใหม่​นี้​ให้​ประชาชน​ฟัง”น่าแปลกที่ทำไมพระเจ้ารอไม่ได้แม้แต่คืนเดียวที่พวกอัครทูตจะต้องอยู่ในคุก(ห้องขัง) ไม่เหมือนคราวก่อน พระเจ้าต้องการสื่ออะไรในตอนนี้ ทำไมพระเจ้าจึงใช้ทูตของพระองค์มาเปิดประตูคุกพาพวกอัครทูตออกมา  คำตอบคือคำสั่งการใช้งานที่ทูตสวรรค์ให้กับพวกอัครทูต ประชาชนที่จะเข้ามาในพระวิหารในวันรุ่งขึ้นกำลังหิวกระหายที่จะได้ฟังข้อความแห่งชีวิตใหม่  พระเจ้าจึงรอไม่ได้แม้แต่คืนเดียวที่จะปล่อยให้คนที่มีชีวิตที่เกิดผลอยู่ในคุก  คุกมีไว้ขังคนที่ทำผิด เพื่อไม่ให้คนที่คุกคามคนอื่นออกไปคุกคามคนได้อีก คุกมีไว้สำหรับคนที่ต้องรับการปรับปรุงแก้ไข บางประเทศพิมพ์ข้อความไว้ที่หลังเสื้อของคนที่ติดคุกว่า อยู่ในระหว่างปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า คนเราดำเนินชีวิตภายนอกดูเหมือนมีอิสรเสรีภาพ แต่ชีวิตภายในเหมือนติดคุก และพระเยซูคริสต์เจ้าทรงเสด็จมาด้วยเหตุผลหลักนี้ ลูกา 4:18 18 ​พระ​วิญญาณ​แห่ง​พระ​เป็นเจ้า​ทรง​อยู่​เหนือ​ข้าพเจ้า เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ได้​ทรง​เจิม​ตั้ง​ข้าพเจ้า​ไว้ เพื่อ​นำ​ข่าว​ดี​มายัง​คน​ยากจน ​พระ​องค์​ได้​ทรง​ใช้​ข้าพเจ้า​ให้​ร้อง​ประกาศ​อิสรภาพ​แก่​บรรดา​เชลย ให้​ประกาศ​แก่​คน​ตา​บอด​ว่า​จะ​ได้​เห็น​อีก ให้​ปล่อย​ผู้​ถูก​บีบ​บังคับ​เป็น​อิสระ  พระเยซูคริสต์เจ้าทำให้คนได้รับการปรับปรุงแก้ไข และออกจากคุกหยุดคุกคามคนอื่น เราจึงเห็นคนที่กลับใจใหม่ เปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ จากนิสัยไม่ดี เปลี่ยนเป็นนิสัยดี จากคนปากร้ายเป็นคนสุภาพ จากคนก้าวร้าวเป็นคนอ่อนโยน จากคนขี้ขโมยเลิกขโมย จากคนชอบแก้ตัว เป็นคนชอบแก้ไข จากคนติดสิ่งเสพติด เลิกสิ่งเสพติดได้ จากคนติดการพนัน เลิกการพนัน จากคนโลภ  เป็นคนที่ไม่โลภ จากคนใจแคบเป็นคนใจกว้างขวาง จากคนที่ฟุ้งเฟ้อ เป็นคนสมถะ จากคนมือเติบ เป็นคนรู้จักใช้เงิน อะไรอีกมากมาย นี่คือลักษณะของคนที่ได้รับการปลดปล่อยออกจากคุกที่ติดมานาน คำถามก็คือ มีคริสเตียนที่กลับไปติดคุกอีกไม๊ ….มี เพราะฉะนั้น บทเรียนสำหรับเราในวันนี้คือ

  1. ระวังอาการหมดอายุการใช้งาน   กิจการ 5:21ข-25

…ฝ่าย​มหา​ปุโรหิต​ประจำการ​กับ​พรรค​พวก​ของ​ท่าน ได้​เรียก​ประชุม​คือพฤฒ​สภา​ทั้งหมด​ของ​ชน​อิสราเอล แล้ว​ใช้​คน​ไป​ที่​คุก​ให้​พา​อัครทูต​ออกมา​22 เจ้า​พนักงาน​ก็​ไป​แต่​ไม่​พบ​พวก​อัครทูต​ใน​คุก จึง​กลับมา​รายงาน​ว่า​23 “ข้าพเจ้า​ทั้ง​หลาย​เห็น​คุก​ปิด​อยู่​มั่นคง​และ​คน​เฝ้า​ก็​ยืน​อยู่​ที่​ประตู ครั้น​เปิด​ประตู​เข้า​ไป​ก็​ไม่​เห็น​ผู้ใด​อยู่​ข้าง​ใน​”24 เมื่อ​นายทหาร​รักษา​พระ​วิหาร​กับ​พวก​มหา​ปุโรหิต​ได้​ยิน​คำ​เหล่า​นี้ ​ก็​ฉงน​สนเท่ห์​ใน​เรื่อง​ของ​อัครทูต​ว่า​จะ​เป็น​อย่างไร​ต่อไป25 มี​คน​หนึ่ง​มา​บอก​เขา​ว่า “นี่​แน่ะ คน​เหล่า​นั้น​ซึ่ง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​จำ​ไว้​ใน​คุก กำลัง​ยืน​สั่ง​สอน​คน​ทั้ง​ปวง​อยู่​ใน​บริเวณ​พระ​วิหาร”บันทึกที่นี่ทำให้เราได้เห็นการออกอาการของพวกมหาปุโรหิต คือ ​ฉงน​สนเท่ห์​…..​จะ​เป็น​อย่างไร​ต่อไป ภาษากรีกตรงนี้ แปลว่า มึนตึ๊บ สมองทึบ คิดอะไรไม่ออก ความจริงก็ไม่น่าจะมีใครคิดออกในเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกอัครทูต  ประตูคุกปิดแน่นหนา รวมทั้งมีคนเฝ้าอยู่ตลอดเวลา แล้วพวกอัครทูตออกไปได้อย่างไร หากเราย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ที่ พระคัมภีร์บันทึกว่า พวกอัครทูตออกจากคุกผ่านประตู ไม่ได้หายตัว แล้วคนยามมองไม่เห็นหรือ เราเคยดูหนังที่มีกล้องวงจรปิด แล้วมีคนฉายซ้ำในกล้องว่า ยังเป็นวิวเดิม แต่ปรากฏว่า ไม่ใช่  ทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้ทำอะไรบางอย่างที่คนเฝ้าประตูคุกไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ เขายังยืนเฝ้าประตูคุกเหมือนกับว่า พวกอัครทูตยังอยู่ในคุก ในยุคนั้นไม่เข้าใจถึงเทคโนโลยีล่วงหน้าสองพันปีว่า มีสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ในยุคของเราแล้ว ถ้าพระเจ้าจะช่วยคนที่พระองค์ต้องการจะใช้   ด้วยเทคโนโลยีล่วงหน้าเราอีกสักสิบปี เราคิดว่าเป็นไปได้ไม๊ ข้าพเจ้าคิดว่า มันเกิดขึ้นกับใครบางคนบนโลกใบนี้บ้างแล้ว แน่นอน กับคนที่มีข้อความแห่งชีวิตใหม่ที่จะแบ่งปันให้คนที่หิวกระหายและโหยหา แต่สำหรับคนที่ยังมึนตึ๊บ สมองทึบ ก็ยังงมโข่งอยู่กับอะไรที่โลว์เทค พร่ำแต่คำว่า ไม่เข้าใจและไม่เข้าใจอยู่นั่น  ซึ่งตรงกันข้ามกับชีวิตที่เกิดผล…พระเจ้ายิ่งใช้งาน อาการหมดอายุการใช้งาน  ไม่มีอะไรสดใหม่ มีแต่ของที่หมดอายุแล้ว  ซึ่งอ.เปาโลใช้สำนวนเปรียบเทียบสองสิ่งนี้ว่า  2โครินธ์ 2:16 16 ฝ่าย​หนึ่ง​เป็น​กลิ่น​แห่ง​ความ​ตาย​ซึ่ง​นำไปสู่​ความ​ตาย และ​อีก​ฝ่าย​หนึ่ง​เป็น​กลิ่น​หอม​แห่ง​ชีวิต​ซึ่ง​นำไปสู่​ชีวิต ใคร​เล่า​จะ​มี​ความ​สามารถ​เหมาะสม​กับ​พันธ​กิจ​เหล่า​นี้​ เป็นการบอกว่า จะมีคริสเตียนที่เป็นกลิ่นแห่งชีวิต และก็มีคริสเตียนที่เป็นกลิ่นแห่งความตาย ของหมดอายุมักจะส่งกลิ่นที่ไม่ดี และสิ่งที่ไม่ดีมักจะรบกวนคนที่อยู่ใกล้ มีใครที่คนที่อยู่ใกล้รู้สึกถูกรบกวนไม๊ นี่คืออาการหมดอายุการใช้งาน  คำว่า ใคร​เล่า​จะ​มี​ความ​สามารถ​เหมาะสม​กับ​พันธ​กิจ​เหล่า​นี้  พันธกิจที่ว่าคืออะไร ก็คือ ​กลิ่น​หอม​แห่ง​ชีวิต​ซึ่ง​นำไปสู่​ชีวิต ซึ่งตรงกันข้ามกับกลิ่นแห่งความตาย กลิ่นแห่งความตายนำไม่สู่ความตาย  อาหารหมดอายุกินแล้วป่วย และอาจถึงตาย กลิ่นเหม็นดมมากๆทำให้ป่วยและเป็นโรคที่อาจถึงตาย คำพูดไม่ดี ฟังมากๆ ทำให้อารมณ์คนฟังป่วย และอาจทำให้คนพูดถึงตาย…. และทำให้คนฟังที่ป่วยทำให้คนอื่นตายก็ถึงตายด้วย เพราะฉะนั้น อาการหมดอายุการใช้งาน เป็นสิ่งที่ไม่ดีและนำไปสู่ความตาย  ระวังอาการหมดอายุการใช้งาน(นอกจากคนจะไม่อยากใช้งาน…พระเจ้าก็ไม่อยากใช้งาน) สุภาษิต 16:27  27 คน​ไร้​ค่า ปอง​ทำ​ความ​ชั่ว วาจา​ของ​เขา​เหมือน​อย่าง​ไฟ​ลวก  ภาษาฮีบรู มีสองความหมาย แปลว่า ปราศจากผลกำไร ความไร้ค่า  และอีกความหมายหนึ่งแปลว่า การทำลาย  ความชั่วร้าย คำพูดเหมือนอย่างไฟลวก ใครได้ฟังก็บาดเจ็บ เป็นคำพูดของคนที่มีอาการหมดอายุการใช้งาน ข่าวดีก็คือ อาการหมดอายุการใช้งาน สามารถรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ได้อีก ในพระคัมภีร์มีคำอยู่สองคำในการเปลี่ยนแปลงใหม่ คำหนึ่ง คือคำว่า ฟื้นฟู อีกคำคือคำว่า ถูกสร้างใหม่ คำว่า ถูกสร้างใหม่ คือการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีในชีวิตมาก่อน แต่คำว่า ฟื้นฟู คือการรับการเปลี่ยนแปลงกลับไปสู่สิ่งที่เคยเป็น (ที่เคยเปลี่ยนแปลงใหม่แล้ว) การระวังอาการหมดอายุการใช้งาน  คือการสำรวจชีวิต เมื่อพบว่ามีอาการหมดอายุการใช้งาน คือสัญญาณเตือนว่า เราต้องการการฟื้นฟูและการเปลี่ยนแปลงใหม่ในชีวิตของเรา จงตอบสนองต่อการค้นพบนั้น อย่าเป็นเหมือนคนที่หนังสือยากอบได้กล่าวว่า ยากอบ 1:22-24  22 แต่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​เป็น​คน​ที่​ประพฤติ​ตาม​พระ​วจนะ​นั้น ไม่ใช่​เป็น​แต่​เพียง​ผู้ฟัง​เท่านั้น ซึ่ง​เป็น​การ​ลวง​ตนเอง​23 เพราะ​ว่า​ถ้า​ผู้ใด​ฟัง​พระ​วจนะ และ​ไม่ได้​ประพฤติ​ตาม ผู้​นั้น​ก็​เป็น​เหมือน​คน​ที่​ดู​หน้า​ของ​ตัว​ใน​กระจก​เงา​24 เพราะ​ว่า​เมื่อ​ดู​ตัวเอง​แล้ว​ก็​ไป และ​ก็​ลืม​ใน​ทันที​นั้น​ว่า​ตัวเอง​เป็น​อย่างไร

  1. ไม่จำเป็นต้องปกป้องตนเอง  กิจการ 5:26-29

​26 แล้ว​นายทหาร​รักษา​พระ​วิหาร​กับ​พวก​เจ้า​พนักงาน จึง​ได้​ไป​พา​พวก​อัครทูต​มา​โดย​ดี เพราะ​กลัว​ว่า​คน​ทั้ง​ปวง​จะ​เอา​หิน​ขว้าง 27 เมื่อ​เขา​ได้​พา​พวก​อัครทูต​มา​แล้ว​ก็​ให้​ยืน​หน้า​สภา มหา​ปุโรหิต​ประจำการ​จึง​ถาม​ว่า​28 “เรา​ได้​กำชับ​พวก​เจ้า​อย่าง​แข็งแรง​มิ​ให้​สอน​ออก​ชื่อ​นี้ ​ก็​นี่​แน่ะ เจ้า​ได้​ให้​คำ​สอน​ของ​เจ้า​แพร่​ไป​ทั่ว​กรุง​เยรูซาเล็ม และ​ปรารถนา​ให้​ความ​ผิด​เนื่อง​ด้วย​ความ​ตาย​ของ​ผู้​นั้น​ตก​อยู่​กับ​เรา”29 ฝ่าย​เปโตร​กับ​อัครทูต​อื่นๆ ตอบ​ว่า “ข้าพเจ้า​จำต้อง​เชื่อ​ฟัง​พระ​เจ้า​ยิ่ง​กว่า​เชื่อ​ฟัง​มนุษย์​  มีคนประเภทที่ชอบปกป้องตัวเอง ยังไม่มีใครจะทำอะไร ก็ระแวง และโจมตีคนอื่นเขาก่อน  อย่างเช่น พวกปุโรหิตและพวกสะดูสี ที่ความวิตกกังวลกับความผิดของตนเองกลับมาอีกครั้ง ทั้งๆที่พวกอัครทูตไม่ได้พูดให้ร้ายพวกปุโรหิตเลย  เมื่อให้ทหารไปพาพวกอัครทูตมาที่หน้าสภา ความวิตกกังวล และระแวงทำให้มหาปุโรหิตยังพูดคำเดิมๆ และตั้งข้อกล่าวหาเท็จกับพวกอัครทูตเพิ่มอีก  28 “เรา​ได้​กำชับ​พวก​เจ้า​อย่าง​แข็งแรง​มิ​ให้​สอน​ออก​ชื่อ​นี้ ​ก็​นี่​แน่ะ เจ้า​ได้​ให้​คำ​สอน​ของ​เจ้า​แพร่​ไป​ทั่ว​กรุง​เยรูซาเล็ม และ​ปรารถนา​ให้​ความ​ผิด​เนื่อง​ด้วย​ความ​ตาย​ของ​ผู้​นั้น​ตก​อยู่​กับ​เรา”  ลักษณะการทำงานของสมองทึบ จะมีแต่คำพูดที่วนเวียนกับปัญหาเดิมๆเหมือนเมื่อคราวก่อน  กิจการ 4:18-1918 เขา​จึง​เรียก​เปโตร​และ​ยอห์น​มา​แล้ว​ห้าม​ปราม​เด็ดขาด​ไม่ให้​พูด หรือ​สอน​ออก​พระ​นาม​ของ​พระ​เยซู​อีก​เลย​19 ฝ่าย​เปโตร​กับ​ยอห์น​ตอบ​เขา​ว่า “จำเพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​ข้าพเจ้า​ควร​จะ​เชื่อ​ฟัง​ท่าน หรือ​ควร​จะ​เชื่อ​ฟัง​พระ​เจ้า ขอ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​พิจารณา​ดู​ ที่น่าสังเกต ในบทที่สี่ อยู่ตรงที่เปโตรกับยอห์น ได้เปิดโอกาสให้มหาปุโรหิตค้นพบคำตอบด้วยสมองของตนเอง (ที่ตำเแหน่งมหาปุโรหิต คือการันตีของความเข้าใจในเรื่องยากๆ เพราะฉะนั้นเรื่องที่เปโตรและยอห์นถามไม่ยากที่จะเข้าใจ) ขอ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​พิจารณา​ดู​ แต่พอบทที่ห้า เปโตรและอัครทูตเจอบริบทของมหาปุโรหิตแบบเดิม ดังนั้นคำตอบสำหรับคนที่วนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมๆจึงไม่่ใช่ให้ใช้สมองเองแล้ว แต่ช่วยคิดให้เลยด้วยคำว่า  “ข้าพเจ้า​จำต้อง​เชื่อ​ฟัง​พระ​เจ้า​ยิ่ง​กว่า​เชื่อ​ฟัง​มนุษย์​  เป็นคำยืนยันที่มาจากเปโตรและพวกอัครทูตอื่นๆ ที่ชัดเจน สำนวนอย่างคนในยุคของเราก็คือ ฉันต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังคนที่ออกอาการหมดอายุอย่างคุณ  ฟังดีๆพี่น้อง เราจะเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์ (ที่ไม่มีชีวิตของพระคริสต์ในชีวิตของเขา) มีคริสเตียนไม่น้อยเอาประโยคการเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์มาใช้แบบตกขอบ  เลยทำให้คริสเตียนไม่น้อย ไม่ฟังคนของพระเจ้าที่มีคำแนะนำที่มาจากพระเจ้า และคริสเตียนไม่น้อยก็หลงเข้าใจผิดว่าตนเองได้ยินเสียงของพระเจ้า เลยไม่มีใครเตือนได้เลย เพราะเขาไม่ฟังมนุษย์ เขาจะฟังแต่เสียงที่เขาเข้าใจว่าคือเสียงของพระเจ้าที่เขาจะได้ยินเอง หรือบางทีเขาไม่ได้ยินเสียงของพระเจ้า แต่เขาก็อ้างว่า เขาจะรอฟังเสียงของพระเจ้ามากกว่าฟังเสียงของมนุษย์  บ่อยครั้งที่พระเจ้าจะตรัสผ่านคนรอบข้างเรา และคนเหล่านั้นก็ทำหน้าที่ปกป้องเราด้วย อย่าคิดแต่ว่า คนรอบข้างที่พูด  จะตำหนิอย่างเดียว บางทีเขากำลังปกป้องเรา คำเตือน คำหวังดี เป็นเหมือนเกราะที่ปกป้องเรา อิสราเอลเคยมีประสบการณ์พระเจ้าเงียบเป็นเวลาสี่ร้อยปี เป็นยุคที่พระเจ้าไม่พูดอะไรเลยกับอิสราเอล จนพระเจ้าเริ่มพูดอีกครั้งผ่านผู้เผยพระวจนะยอห์น บัพติสโต วันนี้ พระเจ้าไม่เงียบ และพระเยซูได้ทำให้สาวกของพระองค์พูดอย่างผู้เผยพระวจนะทุกคน และคนที่พระเจ้าจะใช้ให้พูดคือคนนั้นมีข้อความแห่งชีวิตใหม่ คือสิ่งที่พระเจ้าอยากจะพูดกับคนมากมาย  พระเจ้ายิ่งใช้งานคนแบบนั้น อย่างพวกอัครทูต  และคนที่พระเจ้าใช้งานจะไม่กลัว แต่ตรงกันข้ามคนที่มนุษย์ใช้งานจะกลัว  26 แล้ว​นายทหาร​รักษา​พระ​วิหาร​กับ​พวก​เจ้า​พนักงาน จึง​ได้​ไป​พา​พวก​อัครทูต​มา​โดย​ดี เพราะ​กลัว​ว่า​คน​ทั้ง​ปวง​จะ​เอา​หิน​ขว้างและคนที่พระเจ้าใช้งาน มักจะเป็นคนที่ประชาชนต้องการ ดังนั้น พวกทหารจึงกลัวคนที่ประชาชนต้องการ ไม่กล้าทำร้ายพวกอัครทูต ทำไมประชาชนต้องการ เพราะพวกอัครทูตกำลังทำให้ประชาชนได้รับการเติมเต็มด้วยความหิวกระหายชีวิตใหม่ในประชาชนนั่นเอง พวกอัครทูตไม่รู้ เขารู้แต่ว่า เขาทำตามคำสั่งของพระเจ้าด้วยการเชื่อฟัง ทูตของพระเจ้าบอกให้พวกเขาไปพูดข้อความแห่งชีวิตใหม่ให้ประชาชนฟัง และเมื่อพวกมหาปุโรหิตใส่อารมณ์กับพวกอัครทูตว่า ทำไมไม่ทำตามที่สั่ง 29 ฝ่าย​เปโตร​กับ​อัครทูต​อื่นๆ ตอบ​ว่า “ข้าพเจ้า​จำต้อง​เชื่อ​ฟัง​พระ​เจ้า​ยิ่ง​กว่า​เชื่อ​ฟัง​มนุษย์​  เพราะพวกอัครทูตทำตามคำสั่งจากพระเจ้า  พวกอัครทูตไม่มีความกลัวอีกเลย  ในขณะที่พวกหาปุโรหิตได้เกณฑ์คนในสภาทั้งประจำการ ไม่ประจำการ ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องมาก็ถูกเรียกให้มา เพื่อจะจัดการกับพวกอัครทูตฝ่าย​มหา​ปุโรหิต​ประจำการ​กับ​พรรค​พวก​ของ​ท่าน ได้​เรียก​ประชุม​คือพฤฒ​สภา​ทั้งหมด​ของ​ชน​อิสราเอล แต่กลายเป็นการประจานตัวมหาปุโรหิตเองในการพูดด้วยความกลัวต่อหน้าคนในสภาที่เกณฑ์มาว่า การตายของพระเยซูเป็นชนักปักหลังของพวกเขาอยู่ ​28 “เรา​ได้​กำชับ​พวก​เจ้า​อย่าง​แข็งแรง​มิ​ให้​สอน​ออก​ชื่อ​นี้ ​ก็​นี่​แน่ะ เจ้า​ได้​ให้​คำ​สอน​ของ​เจ้า​แพร่​ไป​ทั่ว​กรุง​เยรูซาเล็ม และ​ปรารถนา​ให้​ความ​ผิด​เนื่อง​ด้วย​ความ​ตาย​ของ​ผู้​นั้น​ตก​อยู่​กับ​เรา”ความกลัวทำให้มหาปุโรหิตพยายามเอาคนที่มีอำนาจมาอยู่ในสภามากที่สุด มากกว่าปกติโดยได้​เรียก​ประชุม​คือพฤฒ​สภา​ทั้งหมด​ของ​ชน​อิสราเอล ในทางกลับกัน พระเจ้าใช้พวกอัครทูตไปอยู่ท่ามกลางมวลมหาประชาชน และแบ่งปันคำแห่งชีวีตใหม่แก่คนเหล่านั้น นี่คือการต่อสู้ของคนที่พระเจ้าใช้ โดยไม่รู้ตัว กับคนที่มนุษย์เกณฑ์มาเพื่อต่อสู้ให้กับตัวเอง ดังนั้น คนที่พระเจ้าใช้ ไม่จำเป็นต้องปกป้องตนเอง จึงเป็นคนที่เผชิญกับการข่มเหงได้อย่างกล้าหาญ (ไม่ทันรู้ถึงการจัดเตรียมของพระเจ้า) พระเจ้าเป็นผู้จัดให้เอง เพราะเขาคือคนที่พระเจ้ายิ่งใช้งาน  พวกอัครทูตจึงไม่จำเป็นที่จะต้องปกป้องตัวเอง คนที่ปกป้องตัวเองตลอดเวลาจะไม่กล้าเผชิญกับการข่มเหงที่แท้จริง

 “ชีวิตที่เกิดผล….พระเจ้ายิ่งใช้งาน” 

1.ระวังอาการหมดอายุการใช้งาน   2.ไม่จำเป็นต้องปกป้องตนเอง