คำเทศนาอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2020 (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

“เสรีภาพกับการเชื่อฟัง”

วีดีโอ ข่าวเปิดห้างวันแรก….อัดอั้น  เราอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องป้องกันการติดเชื้อและแพร่ระบาดของโรค จึงต้องหลีกเลี่ยงที่แออัด ที่คนๆมาก แต่ข่าวนี้ ได้ทำให้เห็นความน่าตกใจว่า คนไปยืนออกกันเพื่อจะเข้าห้างวันแรกของการผ่อนปรน คลายล็อค ในขณะที่ทางการก็เตือนว่า ระวัง อย่าการ์ดตก คือให้รักษาระยะห่าง  แต่คลายล็อควันแรก ดูเหมือนทุกคนลืมการเชื่อฟังคำเตือน และใช้เสรีภาพสบายๆตามใจไปเลย

เสรีภาพ กับการเชื่อฟัง ไปด้วยกันได้ไม๊  หรือ หากจะมีเสรีภาพ การเชื่อฟังก็จะหายไป

การเชื่อฟังคืออะไร หลายคนอาจตีความว่า การเชื่อฟังคือการหมดเสรีภาพ การเชื่อฟังคือการถูกบังคับ การเชื่อฟังเป็นเรื่องของคนโง่ ใช่หรือ?

ฟิลิปปี 2:5-9  5 จง​มี​จิต​ใจ​เช่น​นี้​ใน​พวก​ท่าน​เหมือน​อย่าง​ที่​มี​ใน​พระ​เยซู​คริสต์6 ผู้​ทรง​สภาพ​เป็น​พระ​เจ้า ไม่​ทรง​ถือ​ว่า​ความ​ทัด​เทียม​กับ​พระ​เจ้า​เป็น​สิ่ง​ที่​จะ​ต้อง​ยึด​ไว้7 แต่​ทรง​สละ​พระ​องค์​เอง​และ​ทรง​รับ​สภาพ​ทาส ทรง​ถือ​กำ​เนิด​เป็น​มนุษย์ และ​ทรง​ปรา​กฏ​อยู่​ใน​สภาพ​มนุษย์8 พระ​องค์​ทรง​ถ่อม​พระ​องค์​ลง ทรง​ยอม​เชื่อ​ฟัง​จน​ถึง​ความ​มร​ณา กระ​ทั่ง​มร​ณา​บน​กาง​เขน9 เพราะ​ฉะนั้น​พระ​เจ้า​จึง​ทรง​ยก​พระ​องค์​ขึ้น​สูง​สุด และ​ประ​ทาน​พระ​นาม​เหนือ​นาม​ทั้ง​หมด​แก่​พระ​องค์

พระคัมภีร์ฟิลิปปีตอนนี้ได้ยกตัวของพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้ทรงเป็นพระเจ้า และทรงยอมถ่อมและเชื่อฟัง สุดท้ายพระเจ้าพระบิดาได้ยกพระเยซูคริสต์ขึ้นสูงสุด และพระนามของพระองค์เหนือนามทั้งปวง แปลว่า พระเยซูคริสต์ทรงไปถึงจุดสูงสุดที่พระองค์จะทำอะไรก็ได้ตามพระทัยของพระองค์  นี่อาจเป็นคำที่สอดคล้องกับคำตรัสของพระเยซูคริสต์ในพระมหาบัญชาของพระองค์

มัทธิว 28:18-20 18 ​พระ​เยซู​จึง​เสด็จ​เข้า​มา​ใกล้​แล้ว​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ฤทธานุภาพ​ทั้งสิ้น​ใน​สวรรค์​ก็​ดี ใน​แผ่นดิน​โลก​ก็​ดี​ทรง​มอบ​ไว้​แก่​เรา​แล้ว​19 เหตุ​ฉะนั้น​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จง​ออกไป​สั่ง​สอน​ชน​ทุก​ชาติ ให้​เป็น​สาวก​ของ​เรา ให้​รับ​บัพติศมา​ใน​พระ​นาม​แห่ง​พระ​บิดา ​พระ​บุตร​และ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​20 สอน​เขา​ให้​ถือ​รักษา​สิ่ง​สารพัด​ซึ่ง​เรา​ได้​สั่ง​พวก​เจ้า​ไว้ นี่​แหละ​เรา​จะ​อยู่​กับ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​เสมอ​ไป จนกว่า​จะ​สิ้น​ยุค”

การที่จะทำอะไรก็ได้ หมายถึง สิทธิ์อำนาจสูงสุด  พระมหาบัญชของพระเยซูคริสต์ในตอนนี้ คือคำสั่งให้สาวก(ศิษย์)ของพระองค์ ออกไปสร้างสาวกของพระเยซู ให้ดำเนินชีวิตตามที่พระเยซูทรงดำเนิน เพื่อจะมีเสรีภาพ และการเชื่อฟังอย่างที่พระองค์ใช้ที่นำไปสู่จุดสูงสุดของชีวิต คือสามารถทำอะไรก็ได้  และนอกจากจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าแล้ว ตัวเองก็ยังพบกับความพอใจที่แท้จริงด้วย

มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า ความพอใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นวัตถุสิ่งของ ค่านิยม คำสอน ปรัชญาอะไรก็ตาม มันมักเติมไม่เต็ม ไม่หยุดที่ความพอใจนั้น มีแต่จะยิ่งโหยหา และไขว่คว้าหาความพอใจเพิ่มขึ้น (เหมือนบ่อน้ำในจิตใจของหญิงสะมาเรีย หรือถุงหนังเก่าที่ฉีกขาด มีรูรั่ว ไม่สามารถบรรจุน้ำองุ่นใหม่ให้เต็มได้)

ดูเหมือน เราจะถูกหลอกให้มีความพอใจกับคำว่า เสรีภาพ และไม่พอใจกับคำว่า เชื่อฟัง  และทำให้สองอย่างนี้ ไปด้วยกันไม่ได้  แต่…น่าสนใจว่า พระคัมภีร์ได้กล่าวถึงคำว่าเสรีภาพไว้หลายที่ เช่น

2โครินธ์ 3:17 17 องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​เป็น​พระ​วิญญาณ และ​พระ​วิญญาณ​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​อยู่​ที่​ไหน เสรีภาพ​ก็​มี​อยู่​ที่​นั่น​

คริสเตียนเป็นผู้ที่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย นั่นแปลว่า เราไปไหน ไปกับพระวิญญาณ เรามีเสรีภาพด้วย  อาเมน  แล้วทำไม คำว่าเสรีภาพ ยังถูกกล่าวถึงอีกในพระคัมภีร์อีกตอนว่า

กาลาเทีย 5:13 13 ดูก่อน​พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ที่​ทรง​เรียก​ท่าน​ก็​เพื่อให้​มี​เสรีภาพ อย่า​เอา​เสรีภาพ​ของ​ท่าน​เป็น​ช่องทาง​ที่​จะ​ปล่อย​ตัว​ไป​ตาม​เนื้อ​หนัง แต่​จง​รับ​ใช้​กัน​และ​กัน​ด้วย​ความ​รัก​เถิด​

1เปโตร 2:16 16 จง​ดำ​เนิน​ชีวิต​อย่าง​คน​มี​เสรี​ภาพ แต่​อย่า​ใช้​เสรี​ภาพ​นั้น​เป็น​ข้อ​อ้าง​เพื่อ​ทำ​ความ​ชั่ว แต่​จง​ดำ​เนิน​ชีวิต​อย่าง​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​เจ้า

คำว่า “อย่า”  “แต่อย่า” และ “จง” หมายถึง ให้เชื่อฟัง  ข้าพเจ้าขอใช้คำว่า เสรีภาพที่จะเชื่อฟัง เสรีภาพที่จะทำตามสิ่งที่ดี สิ่งที่ดียอดเยี่ยม ซึ่งเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า จนถึง มีเสรีภาพที่จะมอบถวายชีวิตของเราให้เป็นเครื่องบูชาอันบริสุทธิ์ ที่ทำให้พระเจ้าทรงพอพระทัย

1ซามูเอล 15:22 22 และ​ซา​มูเอล​กล่าว​ว่า “​พระ​เจ้า​ทรง​พอ​พระ​ทัย​ใน​เครื่อง​เผา​บูชา​และ​เครื่อง​สัตว​บูชา​มาก เท่ากับ​การ​ที่​จะ​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุรเสียง​ของ​พระ​องค์​หรือ ดู​เถิด ที่​จะ​เชื่อ​ฟัง​ก็​ดีกว่า​เครื่อง​สัตว​บูชา และ​ซึ่ง​จะ​สดับ​ฟัง​ก็​ดีกว่า​ไขมัน​ของ​บรรดา​แกะ​ผู้

การไม่เชื่อฟังของซาอูล มาจากการไม่มีเสรีภาพที่จะเชื่อฟัง และถูกความกลัว (ประชาชน)

และแน่นอนว่า พวกเราในเวลานี้ ย่อมปรารถนา ที่จะให้คนรอบข้างเราเชื่อฟังทางการ มากกว่า การใช้เสรีภาพ ละเมิดกฏระเบียบเกี่ยวกับสาธาณสุข ซึ่งหมายถึง ความปลอดภัยของตัวเราเอง และคนที่เรารักทุกคน

นี่อาจเป็นคำตอบที่ว่า ทำไม พระคัมภีร์จึงย้ำเรื่องการเชื่อฟัง เป็นหัวใจสำคัญ เพราะการเชื่อฟังคำสอน คำเตือน การทรงนำของพระเจ้า จากพระวิญญาณของพระองค์ จะนำเราไปสู่สวัสดิภาพที่แท้จริง พระคัมภีร์เยเรมีย์ได้กล่าวว่า

เยเรมีย์ 29:11-14 11 ​พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า เพราะ​เรา​รู้​แผนงาน​ที่​เรา​มี​ไว้​สำหรับ​เจ้า เป็น​แผนงาน​เพื่อ​สวัสดิภาพ ไม่ใช่​เพื่อ​ทุกข​ภาพ เพื่อ​จะ​ให้​อนาคต​และ​ความ​หวัง​ใจ​แก่​เจ้า​12 แล้ว​เจ้า​จะ​ทูล​ขอ​ต่อ​เรา และ​มา​อธิษฐาน​ต่อ​เรา และ​เรา​จะ​ฟัง​เจ้า​13 เจ้า​จะ​แสวงหา​เรา​และ​พบ​เรา​เมื่อ​เจ้า​แสวงหา​เรา​ด้วย​สิ้นสุด​ใจ​ของ​เจ้า14 ​พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า เรา​จะ​ให้​เจ้า​พบ​เรา และ​เรา​จะ​ให้​เจ้า​กลับ​สู่​สภาพ​ดี​…

รากศัพท์ฮีบรูคำว่า สวัสดิภาพ แปลว่า ปลอดภัย อยู่ดีมีสุข เป็นมิตร มีสวัสดิการ (การช่วยเหลือ) มีสุขภาพที่ดี เจริญรุ่งเรือง และมีความสงบสันติ

ทั้งหมดนี้  ที่สำคัญ คำว่า กลับสู่สภาพดี รากศัพท์ฮีบรู แปลว่า เปลี่ยนจากสภาพเชลย (ทาส) ให้กลับเป็นไท

นี่เป็นพระสัญญาที่พระเจ้าทรงให้ไว้กับชนชาติอิสราเอลทางเชื้อสาย  และเราทั้งหลายที่เป็นอิสราเอลฝ่ายวิญญาณด้วย พระเจ้าได้ทำให้อิสราเอลทางเชื้อสายที่เป็นชนชาติที่เรียกตนเองว่า ผู้ถูกทำให้กระจัดกระจายไป  Diaspora ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์ของชนชาตินี้ ตลอดระยะเวลาหลายพันปี ต้องตกเป็นทาสให้กับหลายอาณาจักร หลายแผ่นดินที่เปลี่ยนไปหลายยุคหลายสมัย จนถึงอาณาจักรไรซ์ของฮิตเล่อร์ ที่ทำให้ชนชาติอิสราเอล (ยิว) กระจัดกระจายไปทั่วโลก

เยเรมีย์ 29:14 14 ​พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า เรา​จะ​ให้​เจ้า​พบ​เรา และ​เรา​จะ​ให้​เจ้า​กลับ​สู่​สภาพ​ดี​และ​รวบรวม​เจ้า​มา​จาก​บรรดา​ประชาชาติ​และ​จาก​ทุก​ที่​ที่​เรา​ขับ​ไล่​เจ้า​ให้​ไป​อยู่​นั้น ​พระ​เจ้า​ตรัส​ดังนี้​แหละ และ​เรา​จะ​นำ​เจ้า​กลับมา​ยัง​ที่​ซึ่ง​เรา​เนรเทศ​เจ้า​ให้​จาก​ไป​นั้น

วันนี้ มีอิสราเอลบนแผนที่โลก และคนยิวกำลังทยอยกลับสู่ดินแดนที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ให้กับพวกเขา

เราทั้งหลายเป็นอิสราเอลฝ่ายวิญญาณ เราได้รับพระสัญญานี้ด้วยเช่นกัน ในมิติฝ่ายวิญญาณ พระเจ้าทรงปลดปล่อยเราจากความเป็นทาส ให้เราเป็นไท มีเสรีภาพ เพื่อจะเชื่อฟัง และรับมรดกแผ่นดินในพระสัญญาของพระเจ้าด้วยเช่นกัน

เยเรมีย์ 29:11-14 11 ​พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า เพราะ​เรา​รู้​แผนงาน​ที่​เรา​มี​ไว้​สำหรับ​เจ้า เป็น​แผนงาน​เพื่อ​สวัสดิภาพ ไม่ใช่​เพื่อ​ทุกข​ภาพ เพื่อ​จะ​ให้​อนาคต​และ​ความ​หวัง​ใจ​แก่​เจ้า​12 แล้ว​เจ้า​จะ​ทูล​ขอ​ต่อ​เรา และ​มา​อธิษฐาน​ต่อ​เรา และ​เรา​จะ​ฟัง​เจ้า​13 เจ้า​จะ​แสวงหา​เรา​และ​พบ​เรา​เมื่อ​เจ้า​แสวงหา​เรา​ด้วย​สิ้นสุด​ใจ​ของ​เจ้า14 ​พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า เรา​จะ​ให้​เจ้า​พบ​เรา และ​เรา​จะ​ให้​เจ้า​กลับ​สู่​สภาพ​ดี​…

สาระที่สำคัญที่สุด ไม่ได้อยู่ที่แค่แผนสวัสดิภาพ อนาคต หรือความหวัง หรือการกลับสู่สภาพดี  แต่สาระที่สำคัญที่สุด อยู่ในข้อ 12-13

12 แล้ว​เจ้า​จะ​ทูล​ขอ​ต่อ​เรา และ​มา​อธิษฐาน​ต่อ​เรา และ​เรา​จะ​ฟัง​เจ้า​13 เจ้า​จะ​แสวงหา​เรา​และ​พบ​เรา​เมื่อ​เจ้า​แสวงหา​เรา​ด้วย​สิ้นสุด​ใจ​ของ​เจ้า

นี่ระดับ level ของความเสรีภาพและการเชื่อฟัง ที่เราควรจะมี แต่มันได้หายไป ตั้งแต่มนุษย์คู่แรก อาดัมและเอวา ได้ล้มลงในความบาป  หากเราย้อนกลับยังสวนเอเดน เมื่อครั้งที่ก่อนที่มนุษย์คู่แรกจะล้มลงในความบาป ด้วยการไม่เชื่อฟัง  พวกเขามีเสรีภาพ กับทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง และแม้แต่กับพระเจ้าพระผู้สร้างของเขา

ปฐมกาล 3:8-10 8 เวลา​เย็น​วัน​นั้น เขา​ทั้ง​สอง​ได้​ยิน​เสียง​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​เสด็จ​ดำเนิน​อยู่​ใน​สวน ชาย​นั้น​กับ​ภรรยา​ของ​เขา​ก็​ซ่อน​ตัว​อยู่​ใน​หมู่​ต้นไม้​กลาง​สวน ให้​พ้น​จาก​พระ​พักตร์​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า9 พระ​ยาห์เวห์​พระ​เจ้า​ทรง​เรียก​ชาย​นั้น​และ​ตรัส​ถาม​เขา​ว่า “เจ้า​อยู่​ที่​ไหน?”10 ชาย​นั้น​ทูล​ว่า “ข้า​พระ​องค์​ได้ยิน​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​องค์​ใน​สวน​ก็​กลัว เพราะ​ข้า​พระ​องค์​เปลือย​กายอยู่ จึง​ได้​ซ่อน​ตัว​เสีย”

เสรีภาพกับการเชื่อฟังของมนุษย์คู่แรกหายไป กลายเป็นความกลัว

2โครินธ์ 3:17 17 องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​เป็น​พระ​วิญญาณ และ​พระ​วิญญาณ​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​อยู่​ที่​ไหน เสรีภาพ​ก็​มี​อยู่​ที่​นั่น​

ดังนั้น ความหมายของพระคัมภีร์โครินธ์ตอนนี้ คือ พระวิญญาณของพระเจ้าอยู่กับใคร คนนั้น มีเสรีภาพจากความกลัว

ความกลัวของคนในยุคนี้ ถูกแปลงให้เป็นภาษาพูด ภาษาท่าทาง อาการ การแสดงออกมาหลายรูปแบบ เพื่อกลบเกลื่อนความกลัว ที่จะพบกับความจริง

กับความจริงของพระเจ้าหรือเปล่า  ความจริงของพระเจ้าที่จะทำให้เราพบว่า เราอ่อนแอ และเราต้องการพระเจ้า และพบความจริงว่า เราเป็นทาส เรายังไม่ได้เป็นไทที่แท้จริง เรายังถูกอะไรบางอย่างผลักดันให้เราเป็นไปตามกระแส…. เรายังโหยหา ความสมบูรณ์แบบตามค่านิยม และหลักปรัชญาของโลก  เราเคยถามตัวเองหรือไม่ว่า เรากำลังถูกใครหลอก หรือเรากำลังหลอกตัวเราเองหรือไม่

เสรีภาพและการเชื่อฟัง  แท้จริง จะขาดกันไม่ได้ แต่ต้องไปด้วยกัน

ปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม ปัญหาบ้านเมือง สงคราม เกิดจากการโหยหาเสรีภาพ และการปฏิเสธการเชื่อฟังอยู่หรือเปล่า?

ฟิลิปปี 2:5-9  5 จง​มี​จิต​ใจ​เช่น​นี้​ใน​พวก​ท่าน​เหมือน​อย่าง​ที่​มี​ใน​พระ​เยซู​คริสต์6 ผู้​ทรง​สภาพ​เป็น​พระ​เจ้า ไม่​ทรง​ถือ​ว่า​ความ​ทัด​เทียม​กับ​พระ​เจ้า​เป็น​สิ่ง​ที่​จะ​ต้อง​ยึด​ไว้7 แต่​ทรง​สละ​พระ​องค์​เอง​และ​ทรง​รับ​สภาพ​ทาส ทรง​ถือ​กำ​เนิด​เป็น​มนุษย์ และ​ทรง​ปรา​กฏ​อยู่​ใน​สภาพ​มนุษย์8 พระ​องค์​ทรง​ถ่อม​พระ​องค์​ลง ทรง​ยอม​เชื่อ​ฟัง​จน​ถึง​ความ​มร​ณา กระ​ทั่ง​มร​ณา​บน​กาง​เขน9 เพราะ​ฉะนั้น​พระ​เจ้า​จึง​ทรง​ยก​พระ​องค์​ขึ้น​สูง​สุด และ​ประ​ทาน​พระ​นาม​เหนือ​นาม​ทั้ง​หมด​แก่​พระ​องค์

พระเยซูคริสต์ทรงเชิญชวนคนมากมายให้ดำเนินตามพระองค์ นั่นคือเส้นทางแห่งเสรีภาพ และการเชื่อฟังที่นำพระองค์ไปสู่จุดสูงสุดของการมีเสรีภาพ ที่จะทำอะไร ที่พระคัมภีร์ใช้คำว่า พระ​เจ้า​จึง​ทรง​ยก​พระ​องค์​ขึ้น​สูง​สุด และ​ประ​ทาน​พระ​นาม​เหนือ​นาม​ทั้ง​หมด​แก่​พระ​องค์

ยอห์น 14:12-14 12 “เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า ผู้​ที่​วางใจ​ใน​เรา​จะ​กระทำ​กิจการ​ซึ่ง​เรา​ได้​กระทำ​นั้น​ด้วย และ​เขา​จะ​กระทำ​กิจ​ที่​ยิ่งใหญ่​กว่า​นั้น​อีก เพราะ​ว่า​เรา​จะ​ไป​ถึง​พระ​บิดา​ของ​เรา​13 สิ่ง​ใด​ที่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ขอ​ใน​นาม​ของ​เรา เรา​จะ​กระทำ​สิ่ง​นั้น เพื่อ​ว่า​พระ​บิดา​จะ​ทรง​ได้รับ​เกียรติ​อัน​ยิ่งใหญ่​ทาง​พระ​บุตร​14 สิ่ง​ใด​ที่​ท่าน​ขอ​ใน​นาม​ของ​เรา เรา​จะ​กระทำ​สิ่ง​นั้น​

แปลว่า ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ ไม่มีสิ่งใดจะมาจำกัดผู้ที่มีเสรีภาพกับการเชื่อฟัง (อย่างพระเยซูคริสต์) ในชีวิตของคนๆนั้น ที่ดำเนินชีวิตในเส้นทางเดียวกันกับพระองค์

เสรีภาพกับการเชื่อฟัง ควรอยู่ในเวลาเดียวกัน ที่เดียวกัน ไม่ใช่ข้ออ้างว่า เวลานี้ มีเสรีภาพ ขอไม่เชื่อฟัง หรือ การเชื่อฟัง ทำให้ไม่มีเสรีภาพ นั่นเป็นการหลอกลวงที่มาจากมารซาตาน ที่ต้องการขัดขวางไม่ให้เราเดินในทางเดียวกันกับพระเยซูคริสต์

พ่อแม่ลูก ควรมีเสรีภาพในการเชื่อฟัง และฟังกันและกัน ทุกสังคม แม้แต่คริสตจักรควรมีเสรีภาพที่จะเชื่อฟังผู้นำ และฟังกันและกันด้วยเหตุด้วยผล  มิฉะนั้น มันจะกลายเป็นการพยายามที่จะเอาชนะกันด้วยอัตตา และทิฐิมานะที่เป็นเหตุผลจอมปลอม อ.เปาโลได้เขียนจดหมายสองโครินธ์เพื่อเตือนคริสเตียนเมืองโครินธ์ให้ใช้เสรีภาพกับการเชื่อฟังคู่กัน….

2โครินธ์ 10:3-5 3 เพราะ​ว่า ถึง​แม้​ว่า​เรา​ดำ​เนิน​ชีวิต​อยู่​ใน​ร่าง​กาย​มนุษย์ แต่​เรา​ก็​ไม่​ได้​สู้​รบ​ตาม​แบบ​มนุษย์​ทั่วๆ ไป4 เพราะ​ว่า​อา​วุธ​ของ​เรา​ที่​ใช้​สู้รบ​ไม่​ใช่​แบบ​มนุษย์ แต่​เป็น​ฤทธา​นุภาพ​จาก​พระ​เจ้า​ที่​จะ​ทำ​ลาย​ป้อม​ปรา​การ​ได้ คือ​ทำ​ลาย​เหตุ​ผล​ปลอม​ทั้ง​หลาย 5 และ​ความ​เย่อ​หยิ่ง​ทุก​รูป​แบบ​ที่​ตั้ง​ตัว​ขึ้น​ขัด​ขวาง​ความ​รู้​ของ​พระ​เจ้า และ​จะ​ยึด​กุม​ความ​คิด​ทุก​ประ​การ​ให้​มา​เชื่อ​ฟัง​พระ​คริสต์6 และ​เรา​พร้อม​จะ​ลง​โทษ​ทุก​คน​ที่​ไม่​เชื่อ​ฟัง เมื่อ​พวก​ท่าน​เชื่อ​ฟัง​อย่าง​สม​บูรณ์​แล้ว

อาวุธที่อ.เปาโลได้กล่าวถึงนี้ ก็คือ เสรีภาพจากการดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ เท่านั้นที่จะทำลายเหตุของการไม่เชื่อฟัง และนำกลับไปสู่การเชื่อฟังพระเจ้า และดำเนินชีวิตไปตามความรู้ของพระเจ้า และหยุดเหตุผลจอมปลอม ทิฐิมานะทั้งหลาย อาเมน