คำเทศนาอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2020 (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

“พระเจ้าทรงให้อภัย”

มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า  สิ่งที่คนเราต้องการมากที่สุด ความรัก  และการให้อภัย และสิ่งที่คนเราให้ยากที่สุด ก็คือ ความรัก และการให้อภัย

ความรักและการให้อภัย  เป็นของคู่กัน  สามีภรรยา รักกัน จะให้อภัยกัน  พ่อแม่ลูก รักกัน จะให้อภัยกัน พี่น้องรักกัน ก็ต้องมีการให้อภัยกัน เป็นเพื่อนบ้านกัน รักกัน ก็ต้องมีการให้อภัยกัน รักตนเอง ก็ต้องให้อภัยตนเอง คนที่ไม่ให้อภัยตนเอง ก็รักคนอื่นไม่ได้ และจะไม่สามารถให้อภัยใครได้เลย นี่คือตรรกะที่ควรเป็น แต่ความจริง เรากลับพบว่า  คนที่เรารักมากที่สุด กลับกลายเป็นคนที่ให้อภัยยากที่สุด  และความจริงอีกอัน ก็คือ เรามักจะได้ยินคำว่า ให้อภัยแล้ว แต่ไม่ลืม และการไม่ลืมนั้น ชนิดจำฝังหุ่น คือ ยังเคืองไม่หาย…. นั่นคือความเป็นมนุษย์ ที่ความรัก คู่กับการไม่ให้อภัย… Forgive but not Forget  แต่พระคัมภีร์ได้กล่าวว่า สำหรับพระเจ้า แล้ว พระองค์ทรงรัก และให้อภัย และการให้อภัยของพระเจ้า มาพร้อมกับโปรแกรมการลบล้างอดีตที่ผิดพลาดทั้งหลาย

อิสยาห์ 43:25 25 “เรา เรา​คือ​พระ​องค์​นั้น ผู้​ลบ​ล้าง​ความ​ทรยศ​ของ​เจ้า​ด้วย​เห็น​แก่​เรา​เอง และ​เรา​จะ​ไม่​จดจำ​บรรดา​บาป​ของ​เจ้า​ไว้

เยเรมีย์ 31:34  34 และ​ทุก​คน​จะ​ไม่​สอน​เพื่อน​บ้าน​ของ​ตน และ​พี่​น้อง​ของ​ตน​แต่​ละ​คน​อีก​ว่า ‘จง​รู้จัก​พระ​เจ้า’ เพราะ​เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​รู้จัก​เรา​หมด​ตั้งแต่​คน​เล็กน้อย​ที่สุด​ถึง​คน​ใหญ่โต​ที่สุด ​พระ​เจ้า​ตรัส​ดังนี้​แหละ เพราะ​เรา​จะ​ให้​อภัย​บาป​ชั่ว​ของ​เขา และ​จะ​ไม่​จดจำ​บาป​ของ​เขา​ทั้ง​หลาย​อีก​ต่อไป”

พระคัมภีร์ใหม่ ในหนังสือหนึ่งเปโตร ใช้คำที่เข้าใจง่าย และทันสมัย นั่นคือ

1เปโตร 4:8  8 ที่​สำคัญ​ยิ่ง​กว่า​อะไร​หมด​ก็​คือ​จง​รัก​ซึ่ง​กัน​และ​กัน​ให้​มาก เพราะ​ว่า​ความ​รัก​ลบ​ล้าง​ความ​ผิด​มาก​มาย​ได้

การไม่ให้อภัย เกิดจากการไม่รัก มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า ความเข้าใจ เกิดขึ้นจากการอธิบาย แต่ความรัก เกิดขึ้นโดยไม่มีคำอธิบาย  เมื่อใดที่คุณพยายามหาเหตุผลที่จะรัก นั่นคือ คุณหมดรักไปแล้ว  และเมื่อนั้นความผิดแม้นิดเดียวก็กลายเป็นความผิดมากมายได้  พระคัมภีร์หนึ่งเปโตรกล่าวคำว่า ความรักลบล้างความผิดมากมายได้  นั่นคือ ความจริง  ความรัก หากเกิดขึ้นแล้ว ก็จะให้อภัยได้ ทุกอย่าง

เราจะทำอย่างไร หากเราพบว่า เราหมดรักไปแล้ว จะให้กลับมารักเหมือนเดิมอีกก็คงไม่ได้ และยิ่งพูดถึงการให้อภัย ยิ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย นั่นคือความจริง แต่พระคัมภีร์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า

1ยอห์น 4:18  18 ​ใน​ความ​รัก​นั้น​ไม่​มี​ความ​กลัว แต่​ความ​รัก​ที่​สมบูรณ์​นั้น​ก็​ได้​ขจัด​ความ​กลัว​เสีย เพราะ​ความ​กลัว​เข้า​กับ​การ​ลงโทษ​และ​ผู้​ที่​มี​ความ​กลัว​ก็​ยัง​ไม่​มี​ความ​รัก​ที่​สมบูรณ์​

นั่นหมายความว่า ยังมีความหวัง ที่เราจะได้พบกับความรักใหม่ ความรักที่สมบูรณ์ เพื่อจะนำไปสู่การให้อภัย พระเจ้าได้ทรงเริ่มต้นแบบอย่างของการให้อภัย ด้วยแรงจูงใจคือความรัก

ยอห์น 3:16-18 16 เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​รัก​โลก จน​ได้​ทรง​ประทาน​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ​องค์ เพื่อ​ทุก​คน​ที่​วางใจ​ใน​พระ​บุตร​นั้น​จะ​ไม่​พินาศ แต่​มี​ชีวิต​นิรันดร์​17 เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​ให้​พระ​บุตร​เข้า​มา​ใน​โลก มิใช่​เพื่อ​พิพากษา​ลงโทษ​โลก แต่​เพื่อ​ช่วย​กู้​โลก​ให้​รอด​โดย​พระ​บุตร​นั้น​18 ผู้​ที่​วางใจ​ใน​พระ​บุตร​ก็​ไม่​ต้อง​ถูก​พิพากษา​ลงโทษ ส่วน​ผู้​ที่​มิได้​วางใจ​ก็​ต้อง​ถูก​พิพากษา​ลงโทษ​อยู่​แล้ว เพราะ​เขา​มิได้​วางใจ​ใน​พระ​นาม​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ​เจ้า​

การให้อภัยของพระเจ้าคือ การตั้งเป้าหมายช่วยทุกคนให้รอดพ้นจากการพิพากษาโทษ  คนไทยใช้คำว่า กฏแห่งกรรม แต่พระคัมภีร์ใช้คำว่า พิพากษาโทษตามการกระทำของมนุษย์แต่ละคน การมิได้วางใจในพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า คือพระเยซูคริสต์ หมายถึงการไม่ยอมรับการให้อภัยของพระเจ้าผ่านการตายบนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์

ดังนั้น การเป็นคริสเตียนจึงไม่ใช่แค่การมีศาสนาเพื่อให้เราเป็นคนดีเท่านั้น แต่การเป็นคริสเตียนคือการได้รับความรอดจากการพิพากษาโทษ  และไม่ใช่รอดหลังจากความตาย แต่รอดในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ความรอด ในรากศัพท์กรีก Sozo โสโซ แปลว่า สุชภาพดีทั้งหมด มีอย่างเหลือล้น  พระเยซูทรงใช้คำเรียกความรอดนี้ว่า ชีวิตที่ครบบริบูรณ์

ยอห์น 10:10 10 ขโมย​นั้น​ย่อม​มา​เพื่อ​จะ​ลัก​และ​ฆ่า​และ​ทำลาย​เสีย เรา​ได้มา​เพื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​ชีวิต และ​จะ​ได้​อย่าง​ครบ​บริบูรณ์​

พระเจ้าทรงให้อภัย  เป็นปัจจุบัน  ไม่ใช่พระเจ้าเคยให้อภัย หรือจะให้อภัย ผู้ที่เชื่อวางใจในการให้อภัยของพระเจ้า จะมีเสรีภาพ อย่างแท้จริง ไม่ติดอยู่ในบ่วง พันธนาการของการไม่ให้อภัยอีกต่อไป

ในคำสอนของพระเยซูคริสต์เรื่องการอธิษฐานได้มีตอนหนึ่งกล่าวว่า ….

มัทธิว 6:12  12 และ​ขอ​ทรง​โปรด​ยก​บาป​ผิด​ของข้า​พระ​องค์ เหมือน​ข้า​พระ​องค์​ยกโทษ​ผู้​ที่​ทำ​ผิด​ต่อ​ข้า​พระ​องค์​นั้น

รากศัพท์กรีกคำว่า ยกโทษ forgive แปลว่า เอามันออกไปไกลๆ  โดยเฉพาะความผิด  และพระเยซูทรงตรัสถึงการให้อภัยของพระเจ้า ที่เป็นต้นแบบที่คนควรจะยกโทษให้แก่กันและกัน นั่นคือ การเอาความผิดออกไป  หนึ่งในนิยามของความรักในหนังสือหนึ่งโครินธ์ ใช้คำว่า ไม่ช่างจดจำความผิด….ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด….ทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น…และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ….

1โครินธ์ 13:4-7  4 ความ​รัก​นั้น​ก็​อดทน​นาน​และ​กระทำ​คุณ​ให้ ความ​รัก​ไม่​อิจฉา ไม่​อวด​ตัว ไม่​หยิ่ง​ผยอง​5 ไม่​หยาบ​คาย ไม่​คิดเห็น​แก่​ตนเอง​ฝ่าย​เดียว ไม่​ฉุนเฉียว ไม่​ช่าง​จดจำ​ความ​ผิด​6 ไม่​ชื่น​ชม​ยินดี​เมื่อ​มี​การ​ประพฤติ​ผิด แต่​ชื่น​ชม​ยินดี​เมื่อ​ประพฤติ​ชอบ​7 ความ​รัก​ทน​ได้​ทุก​อย่าง​แม้​ความ​ผิด​ของ​คน​อื่น และ​เชื่อ​ใน​ส่วน​ดี​ของ​เขา​อยู่​เสมอ และ​มี​ความ​หวัง​อยู่​เสมอ และ​ทน​ต่อ​ทุก​อย่าง

พระเจ้าทรงให้อภัย จากนิยามความรักนี้ ทำให้เรามั่นใจได้เสมอว่า พระเจ้าให้คำสอนอย่างไร พระองค์ก็ยิ่งพิสูจน์สิ่งที่พระองค์สอนอย่างนั้นด้วย

มีคนมากมายที่ผิดพลาดร้ายแรง จนยากที่คนจะให้อภัยกัน  เช่น สามีนอกใจภรรยา ยากที่ภรรยาจะให้อภัย พ่อแม่ทำผิดต่อลูก ยากที่ลูกจะให้อภัย  เรื่องเงินเรื่องทอง ที่เป็นของบาดใจ แม้แต่พี่น้องก็ตัดขาดกันเพราะเรื่องนี้  ยากที่จะให้อภัยกัน การสร้างบาดแผล ทำร้ายจิตใจกัน มากมาย เกิดขึ้นจนยากจะให้อภัยกัน  สิ่งเหล่านี้ ทำให้คนยากจะเชื่อว่า พระเจ้าทรงให้อภัยความผิดบาปของมนุษย์ได้หรือ?  แม้ตัวของคนบางคน ยังยากจะให้อภัยตนเอง  แต่พระเจ้าทรงให้อภัย

อิสยาห์ 1:18  18 ​พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า “มา​เถิด ให้​เรา​สู้​ความ​กัน ถึง​บาป​ของ​เจ้า​เหมือน​สี​แดง​เข้ม ​ก็​จะ​ขาว​อย่าง​หิมะ ถึง​มัน​จะ​แดง​อย่าง​ผ้า​แดง ​ก็​จะ​กลาย​เป็น​อย่าง​ขน​แกะ

ในกระบวนการ พระเจ้าทรงให้อภัย  ไม่ใช่แค่ทรงให้อภัย แต่มีขั้นตอน เพื่อจะเปลี่ยนแปลงคนให้ไปถึงการสำนึก สารภาพบาป และกลับใจใหม่  เป็นคนใหม่ ที่การทำผิด การผิดพลาดนั้น เป็นเหมือนไม่เคยทำบาป และจะไม่ทำบาป และไม่รู้จักบาปอีกเลย

1 ยอห์น 5:18  18 เรา​ทั้ง​หลาย​รู้​ว่า คน​ที่​เกิด​จาก​พระ​เจ้า​ไม่​ทำ​บาป แต่​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​คุ้มครอง​รักษา​เขา และ​มาร​ร้าย​ไม่​แตะ​ต้อง​เขา

ผู้ที่พระเจ้าทรงให้อภัยแล้ว มารร้าย จะไม่มาแตะต้อง แปลความว่า มากล่าวโทษไม่ได้อีก  นี่คือที่มาของหนังสือหนึ่งยอห์นบทแรกเรื่องการสารภาพบาป

1ยอห์น 1:19  9 ถ้า​เรา​สารภาพ​บาป​ของ​เรา ​พระ​องค์​ทรง​สัตย์​ซื่อ​และ​เที่ยง​ธรรม ​ก็​จะ​ทรง​โปรด​ยก​บาป​ของ​เรา และ​จะ​ทรง​ชำระ​เรา​ให้​พ้น​จาก​การ​อธรรม​ทั้งสิ้น​

พระคัมภีร์ตอนนี้ ไม่ได้เปิดช่องให้เราทำบาปครั้งแล้วครั้งเล่า แต่คือช่องของการทรงให้อภัยจากพระเจ้า เพื่อปิดช่องทางไม่ให้มารร้ายมากล่าวโทษได้อีก

พระเจ้าทรงให้อภัย คือโอกาส ให้สำนึก สารภาพบาป และกลับใจใหม่

มีผู้ชายคนหนึ่ง มาโบสถ์ฟังเทศน์ทีไร เมื่อนักเทศน์เชิญชวนให้ตอบสนองด้วยการสำนึก สารภาพบาป กลับใจใหม่ เขามักจะออกมาข้างหน้าเรื่อย  แต่มีอยู่วันหนึ่ง เขาไม่ออกมา และนักเทศน์ก็ยังเชิญชวน ชายคนนี้คิดว่า พระเจ้าคงไม่ให้อภัยเขาแล้ว เขาทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นร้อยๆครั้ง และในวันนั้น เขาตั้งใจว่า เขาจะไม่ตอบสนองต่อการเรียกของศิษยาภิบาลอีก  และเขาก็ทำตามที่ตนเองตั้งใจ  แต่ปรากฏ่า ในเช้าวันนั้น พระเจ้าทรงดลใจให้ศิษยาภิบาลกล่าวถ้อยคำมากกว่าที่เคยเชิญชวนด้วยคำว่า พระเจ้าไม่เคยจดจำว่า คุณทำผิดเป็นครั้งที่เท่าไหร่ พระองค์ทรงให้อภัยเสมอ เท่านั้นแหล่ะ ชายคนนี้ ก็ก้าวออกมาอีกครั้ง และนั่นเป็นครั้งสำคัญที่ทำให้ชายคนนี้ เลิกทำบาปที่เขาพ่ายแพ้มาตลอดชีวิตของเขาได้ อย่างสิ้นเชิง เมื่อเขาเชื่อในการให้อภัยของพระเจ้า มีฤทธิ์เดช ทำให้เขาสามารถชนะตัวเองได้

1ยอห์น 5: 4-5 4 เพราะ​ทุก​คน​ที่​เกิด​จาก​พระ​เจ้า ​ก็​มี​ชัย​ต่อ​โลก และ​ความ​เชื่อ​ของ​เรา​นี่​แหละ​เป็น​ชัย​ชนะ​ที่​ชนะ​โลก​5 ใคร​เล่า​ชนะ​โลก ไม่ใช่​คน​อื่น คือ​ผู้​ที่​เชื่อ​ว่า​พระ​เยซู​ทรง​เป็น​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​นั่นเอง​

พระเจ้าทรงให้อภัย  ทำให้เราก้าวเดินในกระบวนการสำนึก สารภาพบาป และกลับใจใหม่ นี่คือความเชื่อที่เป็นชัยชนะที่ชนะโลก หนังสือหนึ่งยอห์น กล่าวเริ่มต้นด้วยให้เชื่อในการให้อภัยของพระเจ้า ดำเนินไปด้วยการพิสูจน์การเกิดจากพระเจ้า ไม่ทำบาป ไม่หลงไปกับการยั่วยวนของโลก และปิดท้ายด้วยความเชื่อนี้ เป็นชัยชนะเหนือโลก

ยอห์น 2:15-17  15 อย่า​รัก​โลก​หรือ​สิ่งของ​ใน​โลก ถ้า​ผู้ใด​รัก​โลก ความ​รัก​ต่อ​พระ​บิดา​ไม่ได้​อยู่​ใน​ผู้​นั้น​16 เพราะ​ว่า​สารพัด​ซึ่ง​มี​อยู่​ใน​โลก คือ​ตัณหา​ของ​เนื้อ​หนัง​และ​ตัณหา​ของ​ตา และ​ความ​ทะนง​ใน​ลาภ​ยศ​ไม่ได้​เกิด​มา​จาก​พระ​บิดา แต่​เกิด​มา​จาก​โลก​17 และ​โลก​กับ​สิ่ง​ที่​ยั่วยวน​ของ​โลก​กำลัง​ล่วง​ไป แต่​ผู้​ที่​ประพฤติ​ตาม​พระ​ทัย​ของ​พระ​เจ้า​จะ​ดำรง​อยู่​เป็น​นิตย์​

พระเจ้าทรงให้อภัย เพื่อให้เราดำรงอยู่ แม้ทุกอย่างจะสูญสลายไปในที่สุด

2เปโตร 3:9 9 องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ไม่ได้​ทรง​เฉื่อย​ช้า​ใน​เรื่อง​พระ​สัญญา​ของ​พระ​องค์ ตาม​ที่​บาง​คน​คิด​นั้น แต่​พระ​องค์​ได้​ทรง​อด​กลั้น​พระ​ทัย​ไว้ เพราะ​เห็น​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​มา​ช้า​นาน ​พระ​องค์​ไม่​ทรง​ประสงค์​ที่​จะ​ให้​ผู้​หนึ่ง​ผู้ใด​พินาศ​เลย แต่​ทรง​ปรารถนา​ที่​จะ​ให้​คน​ทั้ง​ปวง​กลับ​ใจ​เสีย​ใหม่​

พระเจ้าทรงรอคอยให้คนกลับใจใหม่ เพื่อรับการให้อภัยจากพระองค์