คำเทศนาอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2019 (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

“จุดติดไฟ…มีไฟมากขึ้น”

จุดติดไฟ ยังไม่ได้หมายความว่า ไฟจะติดตลอด  อาจดับได้ ต้องเป่า ต้องทำให้มีไฟมากขึ้น ไฟนั้นจะคงอยู่นาน

มีเรื่องเล่าว่า คนตาบอดกำลังเดินทางกลับบ้านในเวลากลางคืน  ก็มีคนจุดตะเกียงและมอบให้กับคนตาบอด แต่คนตาบอดตอบว่า เขาไม่จำเป็นต้องมีตะเกียง เพราะตาของเขามองไม่เห็น คนที่มอบให้ตอบว่า ให้ไว้ เพื่อคนอื่นจะมองเห็นและไม่เดินมาชน  เมื่อคนตาบอดถือตะเกียงเดินทางไปสักระยะหนึ่ง ก็มีคนมาชนคนตาบอด ที่ยังถือตะเกียงอยู่ ก็โวยวายว่า ไม่เห็นหรือไงว่า มีตะเกียงอยู่  คนที่ชนก็ตอบคนตาบอดว่า ตะเกียงนี้มันดับ ไม่ได้ส่องสว่าง

ลูกา 11:34-36  34 ตา​เป็น​ประทีป​ของ​ร่างกาย เมื่อ​ตา​ของ​ท่าน​ปกติ ทั้งตัว​ก็​พลอย​สว่าง​ไป​ด้วย แต่​เมื่อ​ตา​ของ​ท่าน​ผิดปกติ ทั้งตัว​ของ​ท่าน​ก็​พลอย​มืด​ไป​ด้วย​​35 เหตุ​ฉะนั้น​จง​ระวัง​ให้​ดี ไม่ให้​ความ​สว่าง​ซึ่ง​อยู่​ใน​ท่าน​เป็น​ความ​มืด​นั่นเอง36 เหตุ​ฉะนั้น​ถ้า​กาย​ทั้งสิ้น​ของ​ท่าน​เต็ม​ด้วย​ความ​สว่าง ไม่​มี​ที่​มืด​เลย ​ก็​จะ​สว่าง​ตลอด เหมือน​อย่าง​แสง​สว่าง​ของ​ตะเกียง​ที่​ส่อง​มา​ให้​ท่าน”

ในยุคโบราณ ใช้ไฟ ที่จุดติดขึ้น ให้แสงสว่างในเวลากลางคืน ด้วยตะเกียง เป็นอุปกรณ์สำหรับจุดติดไฟ มีไส้ตะเกียงกับน้ำมัน ทำให้ไฟนั้นยังคงอยู่  ความสะอาดของไส้ตะเกียงก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งด้วยเช่นกัน  ที่อาจทำให้ไฟของตะเกียงรีบหรี่ จวนดับ ไฟก็จะหมดไป คำสอนของพระเยซูที่ใช้ตะเกียงเปรียบเหมือนชีวิตของสาวกของพระองค์  เพื่อเตือนถึงการดำเนินชีวิตในโลกนี้ ที่เป็นเหมือนกลางคืน ต้องการแสงสว่างนำทาง

ลูกา 12:35  35 “ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​คาด​เอว​ของ​ท่าน​ไว้ และ​ให้​ตะเกียง​ของ​ท่าน​จุด​อยู่

พระเยซูคริสต์ทรงสอนถึงการดำเนินชีวิตในโลกนี้ของสาวก ควรอยู่ในท่าทีเหมือนผู้รับใช้ที่รอคอยที่จะปรนนิบัติเจ้านาย ที่กำลังจะมา  หากจะพูดตามภาษาในยุคของเรา ก็คือ จงเป็นคนที่มี service mind  นิสัยบริการ ปรนนิบัติคน  service mind มักเป็นบุคคลิกของคนที่มีความกระตือรือร้น มีไฟในการปรนนิบัติ

พระเยซูทรงตรัสถึงพระองค์เองว่า….

มาระโก 10:45  45 เพราะ​ว่า​บุตร​มนุษย์​มิ​ได้มา​เพื่อ​รับ​การ​ปรนนิบัติ แต่​ท่าน​มา​เพื่อ​จะ​ปรนนิบัติ​เขา และ​ประทาน​ชีวิต​ของ​ท่าน​ให้​เป็น​ค่า​ไถ่​คน​เป็น​อัน​มาก”

พระเยซูทรงเป็นต้นแบบของ service mind   หัวใจการบริการ  พระองค์เป็นต้นแบบของสังคมสงเคราะห์ทั้งหลาย อย่างครบองค์รวม ทรงช่วยคนทั้งร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ

พระเยซูทรงทำพันธกิจ เหน็ดเหนื่อย และพระองค์ทรงใช้เวลาพักเพื่อจะชาร์ตพลัง ด้วยการอธิษฐาน เราไม่เคยเห็นพระเยซูหมดไฟ พระคัมภีร์ได้พยากรณ์ถึงพระเยซูว่า ไส้ตะเกียงของพระเยซูไม่ริบหรี่

อิสยาห์ 42:4 4 ท่าน​จะ​ไม่​ริบหรี่​หรือ​ชอก​ช้ำ จนกว่า​ท่าน​จะ​สถาปนา​ความ​ยุติธรรม​ไว้​ใน​โลก และ​แผ่นดิน​ชายทะเล​รอ​คอย​พระ​ธรรม​ของ​ท่าน

ไส้ตะเกียง ไม่ริบหรี่ เพราะไส้ตะเกียงนั้น สะอาดตลอดเวลา พระคัมภีร์ได้กล่าวถึง พระเยซูทรงปราศจากบาป  ความบาป ทำให้แสงสว่างในชีวิตของมนุษย์หมองลง หรี่ลง สาวกของพระเยซูต้องทำความสะอาดไส้ตะเกียง ก็คือการสำรวจความบาปในชีวิตเสมอ และสารภาพบาป กลับใจใหม่ตลอดเวลา  แปลว่า สาวกมีโอกาสผิดพลาดได้ แต่สาวกสามารถรับการให้อภัยบาป จากพระเจ้าได้ด้วยเช่นกัน

การฟื้นฟู คือการกลับใจใหม่บ่อยๆ ในชีวิตของสาวก และนี่คือการรักษาไฟของพระวิญญาณในชีวิตของสาวก ให้ลุกโชติช่วงตลอดเวลา

ช่วงนี้ พวกเรา ทั้งผู้ใหญ่และอนุชน เพิ่งกลับจากค่าย  ความรู้สึกตอนนี้ เรากำลังสดชื่น รับการฟื้นฟู จิตใจร่างกาย และจิตวิญญาณ  ได้ใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น  รู้สึกร้อนรน หิวกระหายพระคำ กระหายหาพระเจ้า และกระหายความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน  นี่คือไฟที่จุดติดขึ้นแล้ว  ถ้าจะไม่ให้ดับ ต้องทำให้ไฟมีมากขึ้น ร้อนมากขึ้น

เราจะทำได้อย่างไร?  ให้ไฟที่จุดติดแล้ว จะมีมากขึ้น ร้อนมากขึ้น อย่าให้ริบหรี่ หรือจวนดับ หรือดับไปอีก

ลูกา 12:35  35 “ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​คาด​เอว​ของ​ท่าน​ไว้ และ​ให้​ตะเกียง​ของ​ท่าน​จุด​อยู่

คำอุปมาเรื่องหญิงพรมจารีสิบคน ห้าคนฉลาด และห้าคนโง่  คือเรื่องของการจุดติดไฟ และรักษาไฟไม่ให้ดับ หรือจวนดับเด็ดขาด

มัทธิซ 25:1-13  1 “เมื่อ​ถึง​วัน​นั้น แผ่นดิน​สวรรค์​จะ​เปรียบ​เหมือน หญิง​พรหมจารี​สิบ​คน​ถือ​ตะเกียง​ของ​ตน ออกไป​รับ​เจ้าบ่าว​2 เป็น​คน​โง่​ห้า​คน เป็น​หญิง​มี​ปัญญา​ห้า​คน​3 ฝ่าย​คน​โง่​นั้น​เอา​ตะเกียง​ของ​ตน​ไป แต่​หา​ได้​เอา​น้ำ​มัน​ไป​ด้วย​ไม่​4 คน​ที่​มี​ปัญญา​นั้น​ได้​เอา​น้ำ​มัน​ใส่​กา​ไป​กับ​ตะเกียง​ของ​ตน​ด้วย​5 เมื่อ​เจ้าบ่าว​ยัง​ช้า​อยู่ ​ก็​พา​กัน​ง่วง​เหงา​และ​หลับ​ไป​6 ครั้น​เวลา​เที่ยง​คืน​ก็​มี​เสียง​ร้อง​มา​ว่า ‘เจ้าบ่าว​มา​แล้ว จง​ออกมา​รับ​ท่าน​เถิด’7 พวก​หญิง​พรหมจารี​เหล่า​นั้น​ก็​ลุก​ขึ้น​ตกแต่ง​ตะเกียง​ของ​ตน​8 พวก​ที่​โง่​นั้น​ก็​พูด​กับ​พวก​ที่​มี​ปัญญา​ว่า ‘ขอ​แบ่ง​น้ำ​มัน​ของ​ท่าน​ให้​เรา​บ้าง ตะเกียง​ของ​เรา​จวน​จะ​ดับ​อยู่​แล้ว​’9 พวก​ที่​มี​ปัญญา​จึง​ตอบ​ว่า ‘น่า​กลัว​น้ำ​มัน​จะ​ไม่​พอ​สำหรับ​เรา​และ​เจ้า จง​ไป​หา​คนขาย ซื้อ​สำหรับ​ตัวเอง​จะ​ดีกว่า’  10 เมื่อ​กำลัง​ไป​ซื้อ​นั้น​เจ้าบ่าว​ก็​มาถึง ผู้​ที่​พร้อม​อยู่​แล้ว ​ก็​ได้​ไป​กับ​ท่าน​ใน​การ​เลี้ยง​เนื่อง​ใน​งาน​สมรส​แล้ว​ประตู​ก็​ปิด​11 ภายหลัง​หญิง​พรหมจารี​อีก​ห้า​คน ​ก็​มา​ร้อง​ว่า ‘ท่าน​เจ้า​ข้าๆ ขอ​เปิด​ให้​ข้าพเจ้า​เข้า​ไป​ด้วย’12 ฝ่าย​ท่าน​ตอบ​ว่า ‘เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า เรา​ไม่​รู้จัก​ท่าน’13 เหตุ​ฉะนั้น จง​เฝ้า​ระวัง​อยู่ เพราะ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ไม่​รู้​กำหนด​วัน​หรือ​โมง​นั้น​

จุดติดไฟ…มีไฟมากขึ้น    ตรงกันข้ามกับสภาพตะเกียงจวนจะดับ   จุดติดไฟ…มีไฟมากขึ้น คือความพร้อม

หญิงพรมจารีห้าคนที่พระเยซูทรงเรียกว่า หญิงมีปัญญา ได้เตรียมความพร้อมด้วยตะเกียงของนางจุดติดไฟ และไฟไม่ริบหรี่จวนดับ คือต้องมีไฟมากขึ้น   ไฟที่มากขึ้น เกิดจากปัจจัยสองอย่าง คือ กากาศ ที่สนับสนุนให้เกิดการเผาไหม้ และเชื้อเพลิงที่นอกจากจะจุดติดไฟแล้ว ยังหล่อเลี้ยงให้ไฟเผาไหม้ได้ตลอดเวลา  การเผาไหม้ ได้ถูกนำมาใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อนเครื่องยนต์ เครื่องจักร ต่างๆ มากมาย  ทำนองเดียวกัน ใจที่มีพลังขับเคลื่อนชีวิตของการเป็นสาวกของพระเยซู ต้องการการเผาไหม้ เผาผลาญอย่างตะเกียง พระเยซูทรงเรียกสาวกว่า เป็นตะเกียงที่ถูกจุดขึ้นแล้ว

พลังชีวิตของสาวกของพระเยซู ต้องการการเผาผลาญจากไฟ ที่จุดตะเกียงความสว่างของชีวิตเช่นกัน  พระเยซูทรงเปรียบเทียบสาวกเป็นเหมือนตะเกียงที่จุดติดแล้ว ไม่มีการเอาถึงมาครอบ (ขาดอากาศ ไฟก็จะดับ)

มัทธิว 5: 14-16  14 “ท่าน​ทั้ง​หลาย​เป็น​ความ​สว่าง​ของ​โลก นคร​ซึ่ง​อยู่​บน​ภูเขา​จะ​ปิดบัง​ไว้​ไม่ได้​15 เมื่อ​จุด​ตะเกียง​แล้ว ไม่​มี​ผู้ใด​เอา​ถัง​ครอบ​ไว้ ย่อม​ตั้ง​ไว้​บน​เชิง​ตะเกียง จะ​ได้​ส่อง​สว่าง​แก่​ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​เรือน​นั้น​16 ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​เหมือนกับ​ตะเกียง จง​ส่อง​สว่าง​แก่​คน​ทั้ง​ปวง เพื่อ​ว่า​เมื่อ​เขา​ได้​เห็น​ความ​ดี​ที่​ท่าน​ทำ เขา​จะ​ได้​สรรเสริญ​พระ​บิดา​ของ​ท่าน ผู้​ทรง​อยู่​ใน​สวรรค์

พระวิญญาณบริสุทธิ์ถูกเปรียบเทียบเป็นเหมือนลม (อากาศ) ที่จะทำให้ไฟที่ถูกจุดติดภายในสาวก  ไม่ดับ และยังเผาไหม้เผาผลาญได้มากขึ้น

สาวกของพระเยซูคริสต์ ต้องเป็นตะเกียงที่มีทั้งลมและน้ำมัน คือพระวิญญาณบริสุทธิ์เติมเต็มล้นตลอดเวลา  การบังเกิดใหม่ คือจุดเริ่มต้นของการให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ จุดติดไฟ…และให้พระองค์พัดกระพือไฟมากขึ้นด้วย การทำหน้าที่ ของพระวิญญาณเหมือนลม(อากาศ)ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ จากการมีวินัย ในการอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ และสามัคคีธรรมกับพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างสม่ำเสมอ

ไฟที่อ่อนลง หรือจวนจะดับ จะจุดติดขึ้นมาใหม่ ด้วยการทำความสะอาดไส้ตะเกียง และเติมน้ำมัน ทำนองเดียวกันกับการไปรับการฟื้นฟู ในงานต่างๆ แต่เมื่อฟื้นฟู จุดติดแล้ว ระวัง จะแฟบ คือไฟดับ ถ้าไม่มีไฟมากขึ้น

ยอห์น 3:8 8 ลม​ใคร่​จะ​พัด​ไป​ข้าง​ไหน​ก็​พัด​ไป​ข้าง​นั้น และ​ท่าน​ได้​ยิน​เสียง​ลม​นั้น แต่​ท่าน​ไม่​รู้​ว่า​ลม​มา​จาก​ไหน​และ​ไป​ที่​ไหน คน​ที่​บังเกิด​จาก​พระ​วิญญาณ​ ​ก็​เป็น​อย่าง​นั้น​ทุก​คน”

จุดติดไฟ…มีไฟมากขึ้น   คือวิถีชีวิตของสาวกของพระเยซู   ไม่หมดไฟ ไม่เย็นๆ ไม่เฉยๆ แต่เคลื่อนไปด้วยกันได้กับพระเจ้า พระเจ้าไปด้วยกันได้กับเรา ความหิวกระหายการทรงสถิตของพระเจ้า กลายเป็นธรรมชาติของการมีไฟมากขึ้น

หญิงพรมจารี ห้าคนที่มีปัญญา พร้อมสำหรับไปด้วยกันกับเจ้าบ่าว

​….ที่​พร้อม​อยู่​แล้ว ​ก็​ได้​ไป​กับ​ท่าน​ใน​การ​เลี้ยง​เนื่อง​ใน​งาน​สมรส…

การมีไฟมากขึ้น คือความพร้อมอยู่แล้ว  คือความกระหายต้องการที่จะพบกับพระเยซู  หญิงพรมจารีโง่ห้าคน มัวแต่สาละวนกับการไปหาซื้อน้ำมัน เพื่อเติมตะเกียงของตนเองให้มีไฟ เพียงแค่ ไม่ให้ไฟดับ นี่คือความไม่พร้อม ไม่กระตือรือร้นที่จะไป นางเหล่านี้ เป็นแค่ ผู้ที่อยากจะร่วมงาน  แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานนั้น ต่างกันกับผู้ที่พร้อมอยู่แล้ว คือมีไฟที่ร้อน สว่าง ไม่มีอาการของไฟที่จวนจะดับ

พระเยซูทรงใช้คำนี้ เพื่อจะบอกว่า พระองค์ต้องการคนที่มี sense of belonging  แปลว่า ความเป็นเจ้าของ หากจะเรียกก็คือ ร่วมเป็นเจ้าภาพกับพระเจ้า ในงานของพระองค์  ความเป็นเจ้าของ ทำให้เราไม่ทิ้ง ไม่ละงานของพระเจ้า ความเป็นเจ้าภาพร่วมกับพระเจ้า ทำให้เรายอมละทิ้งความปรารถนาส่วนตัวของตัวเราเอง เพื่อให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จ ในภาพรวม

จุดติดไฟ…มีไฟมากขึ้น คือความพร้อมอยู่แล้วสำหรับการมีส่วนร่วม  หญิงพรมจารีมีปัญญาห้าคน  ทำให้การมาของเจ้าบ่าว น่าชื่นชมยินดี เพราะบรรยากาศไม่เงียบเหงา เศร้าซืมไปกับความมืด สลัวๆ แต่กลับมีแสงสว่าง การต้อนรับ จากผู้ที่รอคอย

ส่วนคำตอบที่หญิงพรมจารีโง่ห้าคนได้รับ เมื่อมาเคาะประตูงานที่ปิดไปแล้วว่า

11 ภายหลัง​หญิง​พรหมจารี​อีก​ห้า​คน ​ก็​มา​ร้อง​ว่า ‘ท่าน​เจ้า​ข้าๆ ขอ​เปิด​ให้​ข้าพเจ้า​เข้า​ไป​ด้วย’12 ฝ่าย​ท่าน​ตอบ​ว่า ‘เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า เรา​ไม่​รู้จัก​ท่าน’

ในคำอุปมาของพระเยซูอีกตอนได้กล่าวถึงความไม่พร้อมที่จะร่วมงานเลี้ยง ด้วยการปฏิเสธเมื่อถูกเชิญ  หนึ่งในนั้นก็คือ

ลูกา 14:17-21 17 เมื่อ​ถึง​เวลา​เลี้ยง​แล้ว เขา​ก็​ใช้​บ่าว​ของ​ตน​ไป​บอก​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​ได้รับ​เชิญ​ไว้​แล้ว​ว่า ‘เชิญ​มา​เถิด เพราะ​สิ่ง​สารพัด​เตรียม​ไว้​พร้อม​แล้ว​’18 บรรดา​คน​เหล่า​นั้น​ก็​พา​กัน​ขอ​ตัว คน​แรก​ว่า ‘ข้าพเจ้า​ได้​ซื้อ​นา​ไว้ และ​จะต้อง​ไป​ดู​นา​นั้น ข้าพเจ้า​ขอ​ตัว​เถอะ’  19 อีก​คน​หนึ่ง​ว่า ‘ข้าพเจ้า​ได้​ซื้อ​โค​ไว้​ห้า​คู่ และ​จะต้อง​ไป​ลอง​ดู​โค​นั้น ข้าพเจ้า​ขอ​ตัว​เถอะ’20 อีก​คน​หนึ่ง​ว่า ‘ข้าพเจ้า​พึ่ง​แต่งงาน​ใหม่ เหตุ​ฉะนั้น​ข้าพเจ้า​ไป​ไม่ได้’21 บ่าว​นั้น​จึง​กลับมา​เล่า​เนื้อความ​ให้​นาย​ฟัง นาย​ก็​โกรธ จึง​สั่ง​บ่าว​ว่า ‘จง​ออกไป​โดยเร็ว​ตาม​ถนน​ใหญ่ ตรอก​น้อย​ใน​เมือง​ พา​คน​จน คน​พิการ คน​ตา​บอด และ​คน​เขยก​เข้า​มา​ที่นี่’

การเสด็จมาของพระเยซู จะมีคนที่ไม่ได้ไป เพราะความไม่พร้อมด้วยว่า ตะเกียงริบหรี่  ไฟจวนดับ และมัวแต่ไปสาละวนกับเรื่องของตนเอง  การติดไฟ….และมีไฟเพิ่ม เป็นเพียงแค่วาระพิเศษ ในการร่วมงานฟื้นฟู   และพบกับประสบการณ์ฟูแล้วก็แฟบ

ผู้ที่มีนิมิต  จะเป็นผู้จุดติดไฟได้ด้วยตัวเอง และจุดติดให้กับคนอื่น   นิมิตที่มาจากการสำแดงของพระเจ้า จะขับเคลื่อนไปด้วยน้ำมันและลมของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ไม่ใช่ลมปากของมนุษย์

สุภาษิต 29:18   18 ที่​ที่​ไม่​มี​นิมิต ประ​ชา​ชน​ก็​ปล่อยตัว แต่​คน​ที่​รัก​ษา​ธรรม​บัญ​ญัติ​ย่อม​เป็น​สุข

ฮาบากุก 2:2-3  2 และ​พระ​เจ้า​ตรัส​ตอบ​ข้าพเจ้า​ว่า “จง​เขียน​นิมิต​นั้น​ลง​ไป จง​เขียน​ไว้​บน​แผ่น​ป้าย​ให้​กระจ่าง เพื่อให้​คน​ที่​วิ่ง​อ่าน​ได้​คล่อง 3 เพราะ​ว่า​นิมิต​นั้น​ยัง​รอ​เวลา​ของ​มัน​อยู่ มัน​กำลัง​รีบ​ไป​ถึง​ความ​สำเร็จ มัน​ไม่​มุสา ถ้า​ดู​ช้า​ไป ​ก็​จง​คอย​สัก​หน่อย มัน​จะ​บังเกิด​ขึ้น​เป็น​แน่ คง​ไม่​ล่าช้า​นัก

จุดติดไฟ….มีไฟมากขึ้น  จะวิ่งตามนิมิตที่มองเห็นชัดเจน  และรอคอยนิมิตนั้นด้วยความเชื่อ  แม้จะช้าก็รอได้  ร้อนรน ไม่ใช่ใจร้อน

จุดติดไฟ….มีไฟมากขึ้น   มีนิมิตเป้าหมายที่ชัดเจนนำไปสู่ความสำเร็จทั้งมวล

ลูกา 12:35  35 “ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​คาด​เอว​ของ​ท่าน​ไว้ และ​ให้​ตะเกียง​ของ​ท่าน​จุด​อยู่

1 เธสะโลนิหา 5:19  19 อย่า​ดับ​พระ​วิญญาณ​   

 จุดติดไฟ….มีไฟมากขึ้น