คำเทศนาอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2019 (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

“นัดหมายสวรรค์ นำเราออกจากกับดักความตาย”

มีบทวิเคราะห์ภาวะของคนในยุคนี้ว่า กำลังถูกโรคซืมเศร้าครองโลก   สถิติคนไทยฆ่าตัวตายกำลังมีมากขึ้น อย่างน่าเป็นห่วง และวิธีฆ่าตัวตายที่กำลังนิยม คือ  จุดเตาถ่านในรถ รมควันตัวเองตาย   มีบทความเกี่ยวกับ คนในยุคนี้ว่า  กำลังอยู่กับตัวเองไม่เป็น  โดยเป็นสาวกมือถือ สังคมก้มหน้า ไปไหน ก็มีแต่คนก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์มือถือ ในโบสถ์ก็ยังมีขณะนมัสการ ขณะฟังคำเทศนา มีคำแนะนำว่า ให้เอาตะกร้าสำหรับให้ทุกคนเอามือถือใส่ก่อนที่จะเริ่มนมัสการ ฟังเทศน์  ต้องทำถึงขนาดนั้นเชียวหรือ ทำไมเราบังคับควบคุมตัวเราเองไม่ได้  นี่คือกับดักชีวิตอยู่หรือเปล่า  กับดักที่นำเราไปถึงคำว่า กับดักความตาย

มีการวิเคราะห์คนที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ เพราะ ไม่มีใครที่เขาจะสามารถนัดได้ และที่ฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ เพราะเขายังมีนัดหมายอยู่  จึงมีคำแนะนำวิธีช่วยเหลือคนที่คิดฆ่าตัวตาย คือ นัดหมายคนๆนั้นให้ได้ เพราะคนที่คิดจะฆ่าตัวตายมักจะคิดว่า ไม่มีใครที่สนใจ ใส่ใจเขาแล้ว แต่นัดหมายคือความสำคัญที่คนที่คิดฆ่าตัวตายยังหลงเหลืออยู่ในวินาทีสุดท้าย   มีการเก็บข้อมูลจำนวนครั้งการโทรศัพท์ของคนที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ ปรากฏว่า คนที่เขาโทรหา ไม่รับสาย และมักจะmissed call ถึง 30 ครั้ง  คุณคือคนที่ไม่รับใม่รับสายใครอยู่หรือเปล่า?

คนที่อยู่กับตัวเองไม่เป็น   ทำอะไร  การอยู่กับตัวเองให้เป็น  ไม่ใช่การโดดเดี่ยว ไม่ใช่ความซืมเศร้า โรคซืมเศร้า คือโรคที่อยู่กับตัวเองไม่เป็น  ไม่สามารถพาตัวเองออกจากปัญหา ความซึมเศร้าของตนเอง  ทุกวันนี้ เรากำลังถูกพาเข้าไปสู่กับดักของโรคซึมเศร้าอยู่หรือเปล่า โรคซึมเศร้า จะมีอาการแยกตัวเองออกจากสังคม เก็บตัว  การติดโทรศัพท์มือถือ ไม่เงยหน้ามองผู้คน คือการแยกตัวเองออกจากสังคม  ในลักษณะทางจิตจดจ่อ   แม้จะอยู่กับคนมากมาย ในรถไฟฟ้า ในห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร หรือบนโต๊ะอาหารในบ้าน แต่เรากำลังแยกตัวเองออกจากสังคมที่เรากำลังอยู่ ด้วยจิตที่จดจ่ออยู่กับสิ่งเราสนใจในโทรศัพท์มือถือ  และเมื่อมาถึงจุดๆหนึ่งโทรศัพท์มือถือไม่สามารถตอบโจทย์ของชีวิตได้ อะไรจะเกิดขึ้น ภาวะ ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนที่มีชีวิต มีแต่ภาวะที่เรียกว่า โลกเสมือนจริง ที่ความโหยหาลึกๆของวิญญาณมนุษย์ทุกคน  จะบอกว่า มันไม่ใช่ ไม่ใช่ และสิ้นหวังกับคน หันไปทางไหน ก็จะเจอกับคำว่า  Toxic people  คนที่อยู่ใกล้แล้วเครียด  เรารู้หรือไม่ว่า สังคมกำลังยัดยียดให้เรามองคนแบบ Toxic people  อยู่ใกล้แล้วเครียด  เราเครียดเอง หรือคนๆนั้นมีอิทธิพลกับเราขนาดนั้นเชียวหรือ  นี่หรือไม่ ที่กำลังเป็น….กับดักความตาย

2 โครินธ์ 2:15-16  15 เพราะ​ว่า​เรา​เป็น​กลิ่น​อัน​หอม​หวาน ที่​พระ​คริสต์​ถวาย​พระ​เจ้า​ใน​หมู่​คน​ที่​กำลัง​จะ​รอด และ​คน​ที่​กำลัง​ประสบ​ความ​พินาศ16 ฝ่าย​หนึ่ง​เป็น​กลิ่น​แห่ง​ความ​ตาย​ซึ่ง​นำไปสู่​ความ​ตาย และ​อีก​ฝ่าย​หนึ่ง​เป็น​กลิ่น​หอม​แห่ง​ชีวิต​ซึ่ง​นำไปสู่​ชีวิต ใคร​เล่า​จะ​มี​ความ​สามารถ​เหมาะสม​กับ​พันธ​กิจ​เหล่า​นี้​

สิ่งที่พระคัมภีร์ตอนนี้กล่าวถึง ชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในยุคของเรา กลิ่นของความตายอยู่ไปทั่วทุกสิ่งรอบตัวเรา  เราลองดมอย่างตั้งใจ แม้แต่อาหารก็ยังมีกลิ่นของความตาย ถ้าเราไม่ระวัง ไม่เลือก ไม่ใส่ใจ  ทุกอย่างที่เรากำลังใช้เพื่อดำรงชีวิต แต่มันกำลังทำลายชีวิตอยู่หรือไม่   แน่นอนว่า มนุษย์ทุกคนต้องตาย แต่จะตายเพื่อมีชีวิต หรือตายเพื่อจบชีวิต  คำสอนของพระเยซูกำลังนำให้คนคิด และแสวงทางที่ควรจะเดินไปให้ถูกทาง แม้ตายก็ยังมีชีวิตต่อไปได้  จิตวิญญาณเป็นที่ให้ชีวิต

ยอห์น 6: 63  63 จิต​วิญญาณ​เป็น​ที่​ให้​มี​ชีวิต ส่วน​เนื้อ​หนัง​ไม่​มี​ประโยชน์​อัน​ใด ถ้อยคำ​ซึ่ง​เรา​ได้​กล่าว​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​นั้น เป็น​จิต​วิญญาณ​และ​เป็น​ชีวิต​

มาระโก 8:34-37  34 ​พระ​องค์​จึง​ทรง​ร้อง​เรียก​ประชาชน​กับ​เหล่า​สาวก​ให้​เข้า​มา แล้ว​ตรัส​แก่​เขา​ว่า “ถ้า​ผู้ใด​จะ​ใคร่​ตาม​เรา​มา ให้​ผู้​นั้น​เอาชนะ​ตัวเอง และ​รับ​กางเขน​ของ​ตน​แบก และ​ตาม​เรา​มา35 เพราะ​ว่า​ผู้ใด​ใคร่​จะ​เอา​ชีวิต​รอด ผู้​นั้น​จะ​เสียชีวิต แต่​ผู้ใด​จะ​เสียชีวิต​เพราะ​เห็น​แก่​เรา​และ​ข่าว​ประเสริฐ ผู้​นั้น​จะ​ได้​ชีวิต​รอด36 เพราะ​ถ้า​ผู้ใด​จะ​ได้​สิ่งของ​สิ้น​ทั้ง​โลก แต่​ต้อง​เสียชีวิต​ของ​ตน ผู้​นั้น​จะ​ได้​ประโยชน์​อะไร​37 เพราะ​ว่า​ผู้​นั้น​จะ​นำ​อะไร​ไป​แลก​เอา​ชีวิต​ของ​ตน​กลับคืน​มา​​

การดำเนินชีวิตติดตามในทางของพระเยซู จะทำให้เราได้พบกับนัดหมายสวรรค์ จะช่วยให้เราเดินออกจากกับดักของความตาย ได้

หนังสือกิจการได้บันทึกตัวอย่างของ “นัดหมายจากสวรรค์” Divine Appointment   สำหรับคนสองคน คนหนึ่งเป็นต่างชาติ อีกคนคือคริสเตียนยิว

กิจการ 10:1-5, 14-20,33-43  1 ยัง​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​โคร​เน​ลิอัส อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​ซีซารียา​ เป็น​นาย​ร้อย​อยู่​ใน​กอง​ทหาร​ที่​เรียก​ว่า กองอิ​ตา​เลีย​2 ทั้ง​ท่าน​และ​ครอบครัว​เป็น​คน​ยำเกรง​พระ​เจ้า ท่าน​เคย​ให้​ทาน​มาก​มาย​แก่​ประชาชน และ​อธิษฐาน​พระ​เจ้า​เสมอ​3 เวลา​ประมาณ​บ่าย​สาม​โมง นาย​ร้อย​นั้น​เห็น​นิมิตแจ่​มก​ระ​จ่าง คือ​เห็น​ทูต​องค์​หนึ่ง​ของ​พระ​เจ้า​เข้า​มา​หา​ตน​กล่าว​ว่า “โคร​เน​ลิอัส​เอ๋ย”4 และ​เมื่อ​โคร​เน​ลิอัส​เขม้น​ดู​ทูต​องค์​นั้น ด้วย​ความ​ตกใจ​กลัว จึง​ถาม​ว่า “นี่​เป็น​ประการ​ใด ​พระ​เจ้า​ข้า” ทูตสวรรค์​จึง​ตอบ​ท่าน​ว่า “คำ​อธิษฐาน​และ​ทาน​ของ​ท่าน​นั้น ได้​ขึ้น​ไป​เป็น​เหตุ​ให้​พระ​เจ้า​ระลึก​ถึง​แล้ว​5 บัดนี้​จง​ใช้​คน​ไป​ยัง​เมือง​ยัฟฟา เชิญ​ซีโมน​ที่​เรียก​ว่า​เปโตร​มา​

น่าสนใจว่า ทำไม พระเจ้าสำแดงกับนายร้อย คนต่างชาติ ซึ่งเป็นคนดี คนตั้งใจดำเนินชีวิตเป็นคนดี ให้ทาน และรู้จักพระเจ้าระดับหนึ่ง แต่พระเจ้าไม่เปิดเผยเรื่องพระเยซูให้นายร้อยเลย พระเจ้าส่งทูตสวรรค์มาปรากฏแก่นายร้อย ก็น่าจะเชื่อถือได้แล้ว่า พระเยซูเป็นของจริง แต่พระเจ้ากลับให้ทูตสวรรค์นัดหมายให้นายร้อยโครเนลิอัสคนนี้ ไปตามหาเปโตร (สาวกของพระเยซู) มาพบ

และในขณะเดียวกัน พระเจ้าก็สำแดงกับเปโตรเป็นนิมิต ขณะที่เปโตรกำลังหิว และรออาหาร ที่ยังไม่พร้อมเสริฟ  พระเจ้าสำแดงแก่เปโตรเป็นภาพของสัตว์ที่เป็นมลทินสำหรับคนยิว ที่จะไม่กิน ตามธรรมบัญญัติของโมเสส

14 ฝ่าย​เปโตร​จึง​ทูล​ว่า “มิได้ ​พระ​เจ้า​ข้า เพราะ​ว่า​สิ่ง​ซึ่ง​เป็น​ของ​ต้องห้าม หรือ​ของ​มลทิน​นั้น ข้า​พระ​องค์​ไม่​เคย​รับประทาน​เลย”15 แล้ว​จึง​มี​พระ​สุรเสียง​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง​ว่า​แก่​ท่าน​ว่า “ซึ่ง​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​ชำระ​แล้ว​อย่า​ว่า​เป็น​ของ​ต้องห้าม”16 เห็น​อย่าง​นั้น​ถึง​สาม​ครั้ง แล้ว​สิ่ง​นั้น​ก็​ถูก​รับ​ขึ้น​ไป​ใน​นภา​กาศ​ทันที 17 เมื่อ​เปโตร​ยัง​คิด​สงสัย​เรื่อง​นิมิต​ที่​เห็น​นั้น​ว่า​มี​ความ​หมาย​อย่างไร ดู​เถิด คน​ที่​โคร​เน​ลิอัส​ใช้​ไป​นั้น เมื่อ​ถาม​หา และ​พบ​ตึก​ของ​ซีโมน​แล้ว ​ก็​มา​ยืน​อยู่​หน้า​ประตู​รั้ว​18 และ​ร้อง​ถาม​ว่า ซีโมน​ที่​เรียก​ว่า​เปโตร​พักอ​ยู่​ที่​นั่น​หรือ​ไม่​

19 เมื่อ​เปโตร​ต​ริ​ตรอง​เรื่อง​นิมิต​นั้น ​พระ​วิญญาณ​ก็​ตรัส​กับ​ท่าน​ว่า “ดู​เถิด ชาย​สาม​คน​มา​หา​เจ้า​20 จง​ลุก​ขึ้น​ลง​ไป​ข้างล่าง​และ​ไป​กับ​เขา​เถิด อย่า​ลังเล​ใจ​เลย เพราะ​ว่า​เรา​ได้​ใช้​เขา​มา”

นัดหมายของสวรรค์  เกิดขึ้นแล้ว และพระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสกับเปโตร ในเวลานั้น เปโตรคุ้นเคยกับพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้ว เปโตรเชื่อฟัง และตอบสนองต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์บ่อย เปโตรตอบรับนัดหมายคนของโครเนลิอัส และเดินทางไป (ใช้เวลาสี่วันในการเดินทาง)  เมื่อเปโตรพบกับโครเนลิอัส

25 ครั้น​เปโตร​เข้า​ไป โคร​เน​ลิอัส​ก็​ต้อนรับ​เปโตร​และ​หมอบ​ที่​เท้า​กราบ​ไหว้​ท่าน​26 ฝ่าย​เปโตร​จึง​จับ​ตัว​โคร​เน​ลิอัส​ให้​ลุก​ขึ้น และ​กล่าว​ว่า “จง​ยืน​ขึ้น​เถิด ข้าพเจ้า​ก็​เป็น​แต่​มนุษย์​เหมือน​กัน”27 เมื่อ​กำลัง​สนทนา​กัน​อยู่ เปโตร​จึง​เข้า​ไป แล​เห็น​คน​เป็น​อัน​มาก​มา​พร้อม​กัน​28 จึง​กล่าว​แก่​คน​เหล่า​นั้น​ว่า “ท่าน​ทั้ง​หลาย​ทราบ​แล้ว​ว่า คน​ชาติยิว​นั้น​จะ​คบ​ให้​สนิท​กับ​คน​ต่างชาติ หรือ​เข้า​เยี่ยม​ก็​เป็น​ที่​ห้าม แต่​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​สำแดง​แก่​ข้าพเจ้า​แล้ว​ว่า ไม่​ควร​เรียก​คน​หนึ่ง​คน​ใด​ว่า​เป็น​ที่​ห้าม​หรือ​มลทิน​29 เหตุ​ฉะนั้น​เมื่อ​ท่าน​ใช้​คน​ไป​เชิญ​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​ก็​มา​โดย​ไม่​ขัด ข้าพเจ้า​ขอ​ถาม​ว่า ท่าน​เชิญ​ข้าพเจ้า​มา​ด้วย​ประสงค์​อะไร”

โครเนลิอัสจึงเล่าเรื่องราวว่า มีทูตสวรรค์จากพระเจ้า มาปรากฏแก่เขา และสั่งให้ไปเชิญเปโตรมาหา  เขารู้ว่า เปโตรต้องมีข่าวสารที่พระเจ้าต้องการให้เขารู้ (แต่น่าแปลกที่พระเจ้าไม่บอกทีเดียว  ทำไมต้องนัดหมายให้พบ…)

33 ข้าพเจ้า​จึง​ใช้​คน​ไป​เชิญ​ท่าน​มา​ทันที ที่​ท่าน​มา​ก็​ดี​แล้ว บัดนี้​พวก​ข้าพเจ้า​อยู่​พร้อม​กัน​ต่อ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า เพื่อ​จะ​ฟัง​สิ่ง​สารพัด ซึ่ง​พระ​องค์​ได้​ตรัส​สั่ง​ท่าน​ไว้”34 ฝ่าย​เปโตร​จึง​กล่าว​ว่า “ข้าพเจ้า​เห็น​จริง​แล้ว​ว่า ​พระ​เจ้า​ไม่​ทรง​เลือก​หน้า​ผู้ใด35 แต่​คน​ใดๆ ใน​ทุก​ชาติ​ที่​เกรง​กลัว​พระ​องค์ และ​ประพฤติ​ตาม​ทาง​ชอบธรรม​ก็​เป็น​ที่​ชอบ​พระ​ทัย​พระ​องค์

​36 เรื่อง​ที่​พระ​องค์​ได้​ทรง​ฝาก​ไว้​กับ​พวก​อิสราเอล คือ​ทรง​ประกาศ​ข่าว​ดี​เรื่อง​สันติ​สุข​โดย​พระ​เยซู​คริสต์​ ผู้​เป็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​คน​ทั้ง​ปวง  ​37 เรื่อง​นั้น​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​รู้ คือ​เรื่อง​ที่​ได้​เล่า​กัน​ตั้งแต่​ต้น ที่​แคว้น​กาลิลี​ไป​จน​ตลอด​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย ภายหลัง​การ​บัพติศมา​ที่​ยอห์น​ได้​ประกาศ​นั้น​38 คือ​เรื่อง​พระ​เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ ว่า​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​เจิม​พระ​องค์​ด้วย​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์ และ​ด้วย​ฤทธานุภาพ​อย่างไร และ​พระ​เยซู​เสด็จ​ไป​กระทำ​คุณประโยชน์ และ​รักษา​บรรดา​คน​ซึ่ง​ถูก​มาร​เบียดเบียน เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​สถิต​กับ​พระ​องค์​39 เรา​ทั้ง​หลาย​เป็น​พยาน​ถึง​กิจการ​ทั้ง​ปวง ซึ่ง​พระ​องค์​ทรง​กระทำ ใน​แคว้น​ยูเดีย​และ​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม ​พระ​องค์​นั้น​เขา​ได้​ฆ่า​โดย​แขวน​ไว้​ที่​ต้นไม้​40 ​ใน​วันที่​สาม ​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​ให้​พระ​องค์​คืน​พระ​ชนม์​และ​ทรง​ให้​ปรากฏ​41 มิใช่​ทรง​ให้​ปรากฏ​แก่​คน​ทั่วไป แต่​ทรง​ปรากฏ​แก่​เรา​พวก​พยาน​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​เลือก​ไว้​แต่​ก่อน คือ​ทรง​ปรากฏ​แก่​พวก​เรา​ที่​ได้​รับประทาน​และ​ดื่ม​กับ​พระ​องค์ เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​คืน​พระ​ชนม์​แล้ว

42 ​พระ​องค์​ทรง​สั่ง​ให้​เรา​ทั้ง​หลาย​ประกาศ​แก่​คน​ทั้ง​ปวง และ​เป็น​พยาน​ว่า ​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​ตั้ง​พระ​องค์​ไว้​เป็น​ผู้​พิพากษา​ทั้ง​คน​เป็น​และ​คน​ตาย43 ผู้เผย​พระ​วจนะ​ทั้ง​หลาย​ย่อม​เป็น​พยาน​ถึง​พระ​องค์​ว่า ทุกๆ คน​ที่​เชื่อ​ถือ​ใน​พระ​องค์​นั้น ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ยก​ความ​ผิด​บาป​ของ​เขา เพราะ​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์”

44 เมื่อ​เปโตร​ยัง​กล่าว​คำ​เหล่า​นั้น​อยู่ ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​ก็​เสด็จ​ลง​มา​สถิต​กับ​คน​ทั้ง​ปวง​ที่​ฟัง​พระ​วจนะ​นั้น​

นัดหมายสวรรค์ที่จะนำคนออกจากกับดักของความตาย คือข่าวดี เรื่องสันติสุขของพระเยซูคริสต์  ผู้เป็นพระเจ้าของคนทั้งปวง

พระเยซูเป็นผู้พิพากษาทั้งคนเป็นและคนตาย  คนที่เชื่อถือในพระองค์จะไดรับการยกความผิดบาป

นัดหมายสวรรค์ สำเร็จ ในกระบวนการของการส่งข่าวสาร เปโตรได้ทำหน้าที่ผู้สื่อสาร ผู้ที่พระเยซูใช้ออกไป แม้จะมีเงื่อนไขความจำกัดของตัวเปโตรในฐานะคนยิวที่ไม่คบหา ไม่ไปหาคนต่างชาติ ไม่เข้าบ้านของคนต่างชาติ แต่เมื่อพระเยซูสั่ง เปโตรทำตาม โดยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ โครเนลิอัสกับครอบครัว เพื่อนฝูงได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ทันที  นัดหมายสวรรค์ ได้นำคนเหล่านี้ ไปสู่ชีวิต

การดำเนินชีวิตของโครเนลิอัส คือลักษณะของคนที่หิวกระหายความดี ความชอบธรรม การทำดี  พระเจ้าทรงพอพระทัย แต่คนเหล่านี้ไม่สามารถจะพบกับการเติมเต็มได้ จนกว่าจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์

วันนี้ ข้าพเจ้าเขียนสูจิบัตรในหัวเรื่อง ชื่อว่า ไม่กระหายอีกเลย

ยอห์น 7:37-39   37 ในวันสุดท้ายของงานเทศกาลซึ่งเป็นวันใหญ่นั้น พระเยซูทรงยืนและประกาศว่า “ถ้าผู้ใดกระหาย ผู้นั้นจงมาหาเราและดื่ม38 ผู้ที่วางใจในเราตามที่มีคำเขียนไว้แล้วว่า ‘แม่น้ำที่มีน้ำธำรงชีวิต จะไหลออกมาจากภายในผู้นั้น’ ”39 สิ่งที่พระเยซูตรัสนั้นหมายถึงพระวิญญาณ ซึ่งผู้ที่วางใจในพระองค์จะได้รับ เหตุว่ายังไม่ได้ประทานพระวิญญาณให้ เพราะพระเยซูยังมิได้ประสบเกียรติกิจ

ยอห์น 4:14  14 แต่ผู้ที่ดื่มน้ำซึ่งเราจะให้แก่เขานั้น จะไม่กระหายอีกเลย น้ำซึ่งเราจะให้เขานั้น จะบังเกิดเป็นบ่อน้ำพุในตัวเขาพลุ่งขึ้นถึงชีวิตนิรันดร์”

ความกระหาย ที่พระเยซูทรงตรัสในพระคัมภีร์สองตอนนี้ หมายถึงความกระหายภายในจิตใจของมนุษย์ ซึ่งไม่เคยเปลี่ยน สองพันปีที่แล้ว เป็นอย่างไร ก็ยังเป็นความกระหายอย่างเดียวกัน เพียงแค่รูปแบบของการแสวงหาและการเสพอาจแตกต่างกันไปตามยุคสมัย คำไทย มีคำว่า ถมเท่าไหร่ ไม่รู้จักเต็ม บริโภคเท่าไร ไม่รู้จักพอ  ภาษาวัยรุ่นอาจจะเรียกว่า เบื่อ เซ็ง  จึงต้องโหยหาอะไรที่เรียกว่า ใหม่ๆ ไม่ซ้ำเหมือนเดิม  แต่ปัญญาจารย์เมื่อก่อนสองพันปีที่แล้วได้กล่าวบทสรุปของคำว่า ใหม่ๆ ไว้ว่า…

ปัญญาจารย์ 1:8,10   8 สารพัดเหนื่อยกันหมด คนใดๆ ก็พูดไม่ออก นัยน์ตาก็ดูไม่อิ่ม หรือหูก็ฟังไม่เต็ม  สิ่งที่เป็นขึ้นแล้ว คือสิ่งที่จะเป็นขึ้นอีก สิ่งที่ทำกันแล้ว คือสิ่งที่จะต้องทำกันอีก และไม่มีสิ่งใดใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์ 10 มีสักสิ่งหนึ่งหรือที่เขาจะพูดได้ว่า “ดูซี สิ่งนี้ใหม่” สิ่งนั้นมีอยู่แล้ว ในสมัยก่อนเราทั้งหลาย

สิ่งที่ปัญญาจารย์กล่าวขัดแย้งกับพระคัมภีร์ใหม่เรื่องสิ่งใหม่ๆหรือเปล่า คำตอบคือ ไม่ใช่ เพราะสิ่งที่ปัญญาจารย์กล่าวเป็นเรื่องของเนื้อหนัง พระคัมภีร์ใหม่ได้กล่าวถึง หว่านเนื้อหนังก็เก็บเกี่ยวเนื้อหนัง แต่หว่านในย่านพระวิญญาณก็เก็บเกี่ยวในย่านพระวิญญาณ ซึ่งนี่ก็คือ สิ่งที่พระเยซูได้ตรัสถึงน้ำที่ดื่มนี้จะไม่กระหายอีกเลย คือจบครบ พอใจภายใน แม้ภายนอกดูจะไม่มี ไม่ครบ ไม่ได้ อย่างค่านิยมของโลกนี้

ไม่กระหายอีกเลย เป็นความพอใจ อิ่มเอิบใจ กับสิ่งที่มี สิ่งที่เป็น สิ่งที่ได้มา หรือไม่ได้มา ตัวตัดสินความสุข ความสมบูรณ์ของชีวิต ที่เรียกว่า perfect ในมุมมองของพระคัมภีร์ คือเส้นทางการไปถึงความไพบูลย์ของพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป

เอเฟซัส4:13  13 จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อ และในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า จนกว่าเราจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ คือเต็มถึงขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์

39 สิ่งที่พระเยซูตรัสนั้นหมายถึงพระวิญญาณ ซึ่งผู้ที่วางใจในพระองค์จะได้รับ

44 เมื่อ​เปโตร​ยัง​กล่าว​คำ​เหล่า​นั้น​อยู่ ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​ก็​เสด็จ​ลง​มา​สถิต​กับ​คน​ทั้ง​ปวง​ที่​ฟัง​พระ​วจนะ​นั้น​

นี่คือนัดหมายสวรรค์ เพื่อนำออกจากกับดักของความตาย ก็คือ ความหิวกระหาย  อย่างโครเนลิอัส และคนในสังคมของเขาที่กำลังแสวงหา แม้จะเป็นทางที่ดีอย่างคนดี ก็ยังเป็นความหิวกระหายที่ไม่จบ ไม่ครบ ยังไปไม่ถึงชีวิตที่ครบบริบูรณ์  ยังรู้สึกไม่เต็ม ไม่อิ่ม  และน่าจะเป็นเหตุผลว่า ทำไมทูตของพระเจ้า ที่มาหาโครเนลิอัส จึงไม่เล่าเรื่องพระเยซูคริสต์ และสำแดงว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าเสียเลย ทำไมต้องมีนัดหมายสวรรค์ให้ต้องได้เจอกับเปโตร และเปโตรเองก็ต้องทำตามพระบัญชาของพระเยซู

คำตอบคือ  ประสบการณ์จริงของเปโตร ทำให้โคเนลิอัสและคนรอบข้างของเขาเชื่อ ในพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่ เพราะประสบการณ์ของโครเนลิอัสที่ได้ฟังแค่เรื่องเล่าของทูตสวรรค์เท่านั้น

หนังสือกิจการในพระคัมภีร์ เป็นบันทึกเรื่องราวการทำกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผ่านสาวกของพระเยซูทุกคน ตั้งแต่ ระดับที่ได้ใกล้ชิดใช้เวลากับพระเยซูตัวเป็นๆ จนมีประสบการณ์กับการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู จนถึงระดับสาวกที่เกิดจากอัครสาวก และสาวกจากสาวกธรรมดาๆอย่างฟิลิป หรือแม้แต่ขันทีชาวเอธิโอเปีย  พระวิญญาณบริสุทธิ์ไปกับสาวก ที่สาวกไป และสาวกเป็นพยานตามนัดหมายสวรรค์ทำให้คนมากมายเดินออกจากกับดักความตาย  อ.เปาโลได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

1โครินธ์ 15:55  55 โอ มัจจุราช​เอ๋ย ชัย​ชนะ​ของ​เจ้า​อยู่​ที่​ไหน โอ มัจจุราช​เอ๋ย เหล็กไน​ของ​เจ้า​อยู่​ที่​ไหน

คริสตจักรในวันนี้ คือ หนังสือกิจการหน้าต่อไป ที่กำลังบันทึกถึงเรื่องราวการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตของสาวกของพระเยซู พระองค์กำลังนำเราไปสู่นัดหมายของสวรรค์ และนำเราออกจากกับดักของความตาย

มาระโก 8:34-37  34 ​พระ​องค์​จึง​ทรง​ร้อง​เรียก​ประชาชน​กับ​เหล่า​สาวก​ให้​เข้า​มา แล้ว​ตรัส​แก่​เขา​ว่า “ถ้า​ผู้ใด​จะ​ใคร่​ตาม​เรา​มา ให้​ผู้​นั้น​เอาชนะ​ตัวเอง และ​รับ​กางเขน​ของ​ตน​แบก และ​ตาม​เรา​มา35 เพราะ​ว่า​ผู้ใด​ใคร่​จะ​เอา​ชีวิต​รอด ผู้​นั้น​จะ​เสียชีวิต แต่​ผู้ใด​จะ​เสียชีวิต​เพราะ​เห็น​แก่​เรา​และ​ข่าว​ประเสริฐ ผู้​นั้น​จะ​ได้​ชีวิต​รอด36 เพราะ​ถ้า​ผู้ใด​จะ​ได้​สิ่งของ​สิ้น​ทั้ง​โลก แต่​ต้อง​เสียชีวิต​ของ​ตน ผู้​นั้น​จะ​ได้​ประโยชน์​อะไร​37 เพราะ​ว่า​ผู้​นั้น​จะ​นำ​อะไร​ไป​แลก​เอา​ชีวิต​ของ​ตน​กลับคืน​มา​​

“นัดหมายสวรรค์ นำเราออกจากกับดักความตาย”