คำเทศนาอาทิตย์ที่ 5 มกราคม 2014 (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

“เกิดผลในพระคริสต์….จบดี”

การเริ่มต้นปีใหม่ด้วยเป้าหมายของการจบดี น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่จะคิด ตรวจสอบชีวิต และวางแผนการดำเนินชีวิตให้ดี มีวินัย  จัดระเบียบชีวิตใหม่ หรือมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็มีหลายคนที่พอมาถึงการวางแผนก็ดูดี แต่มักจะกลายเป็นแผนที่ถูกวางไว้โดยไม่ได้มีการกระทำตามแผน planning  แผนเหล่านั้นจึงไม่ได้เริ่ม หรือไปไม่รอด หรือมีทีท่าที่จะจบไม่ดี คิดจะทำแต่ไม่ได้ทำ ก็ไม่มีประโยชน์ นานเข้ากลายเป็นคนไม่วางแผนอะไรเลยก็มี คือทำอะไรตามความรู้สึกอยากทำหรือไม่อยากทำ แล้วก็หาเหตุผลว่า ไม่มีโอกาส ไม่มีเวลา หรือแบบกำปั้นทุบดินว่าขี้เกียจ  เพราะฉะนั้น สัปดาห์แรกของปีใหม่นี้ เราน่าจะเริ่มต้นด้วยความตั้งใจและตามการทรงนำของพระเจ้า หัวข้อประจำปีใหม่ของคริสตจักรในปีนี้ คือ “เกิดผลในพระคริสต์” และข้าพเจ้าขอเริ่มต้นการเกิดผลในพระคริสต์ด้วย ความรู้สึกอยากจะ…จบดี” และแน่นอน เรามีแบบอย่างที่คลาสสิคและที่สุดของการจบดี คือพระเยซูคริสต์กับสาวกของพระองค์ พระคัมภีร์ที่เราจะศึกษาในวันนี้จากหนังสือกิจการ 1:1-11 1 ท่าน​เธโอ​ฟีลัส ใน​หนัง​สือ​ฉบับ​แรก​นั้น ข้าพ​เจ้า​กล่าว​แล้ว​ถึง​ทุก​สิ่ง​ที่​พระ​เยซู​ทรง​ตั้งต้น​ทำ​และ​สั่งสอน2 จน​ถึง​วัน​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​รับ​พระ​องค์​ขึ้น​ไป หลัง​จาก​ตรัส​สั่ง​โดย​เดช​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​กับ​บรร​ดา​อัคร​ทูต​ซึ่ง​พระ​องค์​ทรง​เลือก​ไว้3 เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​ทน​ทุกข์​ทร​มาน​แล้ว พระ​องค์​ทรง​สำแดง​พระ​องค์​กับ​พวก​เขา​ด้วย​หลัก​ฐาน​หลาย​อย่าง พิสูจน์​ว่า​พระ​องค์​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่ ทรง​ปรากฏ​แก่​เขา​ทั้ง​หลาย​ระหว่าง​สี่​สิบ​วัน และ​ได้​ทรง​กล่าว​ถึง​เรื่อง​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า4 ขณะ​พระ​องค์​ทรง​พำนัก​อยู่​กับ​พวก​อัครทูต ทรง​กำชับ​พวก​เขา​ว่า “อย่า​ออก​ไป​จาก​กรุง​เยรู​ซา​เล็ม แต่​ให้​รอ​คอย​รับ​ตาม​พระ​สัญ​ญา​ของ​พระ​บิดา ซึ่ง​พวก​ท่าน​ได้​ยิน​จาก​เรา5 นั่น​ก็​คือ​ยอห์น​ให้​รับ​บัพ​ติศ​มา​ด้วย​น้ำ แต่​อีก​ไม่​นาน​พวก​ท่าน​จะ​รับ​บัพ​ติศ​มา​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์” 6 เมื่อ​เขา​ทั้งหลาย​ประชุม​พร้อม​กัน พวก​เขา​จึง​ทูล​ถาม​พระ​องค์​ว่า “องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า พระ​องค์​จะ​ทรง​ตั้ง​ราช​อา​ณา​จักร​ขึ้น​ใหม่ ให้​ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​ใน​ครั้ง​นี้​หรือ?”7 พระ​องค์​ตรัส​ตอบ​เขา​ทั้ง​หลาย​ว่า “ไม่​ใช่​ธุระ​ของ​พวก​ท่าน​ที่​จะ​รู้​เวลา​และ​วาระ​ที่​พระ​บิดา​ทรง​กำหนด​ไว้​โดย​สิทธิ​อำ​นาจ​ของ​พระ​องค์8 แต่​พวก​ท่าน​จะ​ได้​รับ​พระ​ราช​ทาน​ฤทธา​นุภาพ เมื่อ​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​เสด็จ​มา​เหนือ​ท่านและ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​สักขี​พยาน​ของ​เรา​ใน​กรุง​เยรู​ซา​เล็ม ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย ทั่ว​แคว้น​สะมา​เรีย และ​จน​ถึง​ที่​สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก”9 เมื่อ​พระ​องค์​ตรัส​เช่น​นั้น​แล้ว พระ​เจ้า​ทรง​รับ​พระ​องค์​ขึ้น​ไป​ต่อ​หน้า​ต่อ​ตา​พวก​เขา และ​มี​เมฆ​คลุม​พระ​องค์​ให้​พ้น​สายตา​ของ​เขา10 เมื่อ​พวก​เขา​กำ​ลัง​เขม้น​มอง​ดู​ฟ้า ใน​ขณะ​ที่​พระ​องค์​เสด็จ​ขึ้น​ไป มี​ชาย​สอง​คน​สวม​เสื้อ​ขาว​มา​ยืน​อยู่​ข้างๆ พวก​เขา11 สอง​คน​นั้น​กล่าว​ว่า “ชาว​กา​ลิลี​เอ๋ย ทำไม​พวก​ท่าน​ถึง​ยืน​จ้อง​มอง​ฟ้า​สวรรค์? พระ​เยซู​องค์​นี้​ที่​ทรง​รับ​ไป​จาก​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ขึ้น​ไป​ยัง​สวรรค์​นั้น จะ​เสด็จ​มา​อีก​ใน​ลักษณะ​เดียว​กับ​ที่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​เห็น​พระ​องค์​เสด็จ​ไป​ยัง​สวรรค์​นั้น”  

หนังสือกิจการเป็นพระกิตติคุณที่ถูกบันทึกโดยหมอลูกาเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่มีการเรียงลำดับเหตุการณ์ต่อเนื่องจากหนังสือลูกาซึ่งเป็นหนังสือเรื่องแรกที่หมอลูกาได้กล่าวถึง​ทุก​สิ่ง​ที่​พระ​เยซู​ทรง​ตั้งต้น​ทำ​และ​สั่งสอน2 จน​ถึง​วัน​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​รับ​พระ​องค์​ขึ้น​ไป พระเยซูคริสต์เจ้าทรงจบดีด้วยการถูกรับขึ้นไปบนสวรรค์ต่อหน้าต่อตาเหล่าสาวก พระ​เจ้า​ทรง​รับ​พระ​องค์​ขึ้น​ไป​ต่อ​หน้า​ต่อ​ตา​พวก​เขา และ​มี​เมฆ​คลุม​พระ​องค์​ให้​พ้น​สายตา​ของ​เขา10 เมื่อ​พวก​เขา​กำ​ลัง​เขม้น​มอง​ดู​ฟ้า ใน​ขณะ​ที่​พระ​องค์​เสด็จ​ขึ้น​ไป มี​ชาย​สอง​คน​สวม​เสื้อ​ขาว​มา​ยืน​อยู่​ข้างๆ พวก​เขา11 สอง​คน​นั้น​กล่าว​ว่า “ชาว​กา​ลิลี​เอ๋ย ทำไม​พวก​ท่าน​ถึง​ยืน​จ้อง​มอง​ฟ้า​สวรรค์? พระ​เยซู​องค์​นี้​ที่​ทรง​รับ​ไป​จาก​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ขึ้น​ไป​ยัง​สวรรค์​นั้น จะ​เสด็จ​มา​อีก​ใน​ลักษณะ​เดียว​กับ​ที่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​เห็น​พระ​องค์​เสด็จ​ไป​ยัง​สวรรค์​นั้น”  การจบดีของพระเยซูคริสต์ คือการจบบทบาทความเป็นมนุษย์ของพระองค์อย่างสวยงาม พระองค์ทรงถ่อมโดยไม่ถือว่าพระองค์เท่าเทียมกับพระเจ้า และถ่อมจนถึงความมรณาแม้กระทั่งการมรณาที่กางเขน ซึ่งเป็นการยอมเสียสละชีวิตเพื่อเป็นค่าไถ่คนเป็นอันมาก เส้นทางกางเขนที่ต้องเอาชนะตนเอง แบกกางเขนและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนั้น ในสายตาของคนมากมาย มองว่าเป็นการจบชีวิตที่น่าสงสาร แต่ความจริงคือ กางเขนไม่ได้เป็นจุดจบของพระเยซูคริสต์  แต่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตมนุษย์มากมายที่ได้รับโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ในพระเจ้า การจบดีของพระเยซูในบทบาทของมนุษย์คือการปรากฏอีกครั้งหลังจากฟื้นขึ้นมาจากความตาย และถูกรับขึ้นไปสู่สวรรค์ต่อหน้าต่อตาเหล่าสาวก แม้พระเยซูคริสต์เจ้าจะถูกรับขึ้นไปบนสวรรค์แล้ว แต่พระองค์ก็ยังทรงสามารถปรากฏพระองค์กับสาวกคนอื่นได้อย่างที่พระองค์ต้องการ 1โครินธ์ 15:5-9 5 ​พระ​องค์​ทรง​ปรากฏ​แก่​เคฟาส แล้ว​แก่​อัครทูต​สิบ​สอง​คน6 ภายหลัง ​พระ​องค์​ทรง​ปรากฏ​แก่​พวก​พี่​น้อง​กว่า​ห้า​ร้อย​คน​ใน​คราว​เดียว ซึ่ง​ส่วนมาก​ยัง​อยู่​จนถึง​ทุก​วันนี้ แต่​บาง​คน​ก็​ล่วง​หลับ​ไป​แล้ว​7 ภายหลัง​พระ​องค์​ทรง​ปรากฏ​แก่​ยากอบ​ แล้ว​แก่​อัครทูต​ทั้งหมด​8 ครั้ง​หลัง​ที่สุด​พระ​องค์​ทรง​ปรากฏ​แก่​ข้าพเจ้า ผู้​เป็น​เสมือน​เด็ก​ที่​คลอด​ก่อน​กำหนด​9 เพราะ​ว่า​ข้าพเจ้า​เป็น​ผู้น้อย​ที่สุด​ใน​พวก​อัครทูต และ​ไม่​สมควร​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​อัครทูต เพราะ​ว่า​ข้าพเจ้า​ได้​เคี่ยวเข็ญ​คริสตจักร​ของ​พระ​เจ้า นี่เป็นคำพยานของอ.เปาโลที่กล่าวถึงการปรากฏของพระแยซูแก่ท่านขณะที่ท่านกำลังเดินทางไปเมืองดามัสกัสเพื่อข่มเหงคริสเตียน อ.เปาโลเกือบจะจบไม่ดีในเส้นทางที่ท่านคิดว่า คือการรับใช้พระเจ้า แต่พระเยซูคริสต์ได้ทรงปรากฏแก่ท่านเพื่อให้ท่านรู้ความจริงว่า ท่านกำลังเดินผิดทาง และอ.เปาโลต้องหันกลับจากทางที่ตนเองตั้งใจจะเดินและสามารถไปถึงสุดทางในน้ำพระทัยพระเจ้า การจบดีของพระเยซูคริสต์คือการเดินไปจนถึงสุดทางและทรงดำรงอยู่นิรันดร ไม่ใช่การดับสูญ หรือว่างเปล่า ไร้ตัวตน หรือเป็นแค่พลังงาน พระองค์ยังคงความเป็นบุคคล เป็นพระเจ้าที่มีลักษณะความเป็นพระเจ้าสามลักษณะ คือ ทรงฤทธานุภาพ Omnipotence ทรงสัพพัญญู Omniscience และทรงอยู่ทุกหนแห่งอย่างที่ทรงต้องการได้ Omnipresence การทรงถูกรับไปบนสวรรค์ต่อหน้าต่อหน้าสาวกคือลักษณะของการเสด็จกลับมาอีกครั้งของพระองค์ มิใช่มาเกิดเป็นมนุษย์อีก แต่กลับมาอย่างพระเจ้า ทั้งหมดนี้คือการจบดีของพระเยซูคริสต์ เมื่อพระเยซูคริสต์ทรงทำสำเร็จในเรื่องของการจบดี พระองค์ไม่ได้ทำเพื่อตัวพระองค์เอง แต่พระองค์ทรงเป็นผู้บุกเบิกคนแรกเพื่อให้สาวกของพระองค์ทุกคนจบดีเหมือนกับพระองค์ด้วยฮีบรู 12:1-8 1 เหตุ​ฉะนั้น​เมื่อ​เรา​มี​พยาน​พรั่ง​พร้อม​อยู่​รอบ​ข้าง​เช่นนี้​แล้ว ​ก็​ขอ​ให้​เรา​ละ​ทิ้ง​ทุก​อย่าง​ที่​ถ่วง​อยู่ และ​บาป​ที่​เกาะ​แน่น ขอ​ให้​เรา​วิ่ง​แข่ง​ด้วย​ความ​เพียร​พยายาม ตาม​ที่​ได้​กำหนด​ไว้​สำหรับ​เรา​2 หมาย​เอา​พระ​เยซู​เป็น​ผู้​บุกเบิก​ความ​เชื่อ และ​ผู้​ทรง​ทำ​ให้​ความ​เชื่อ​ของ​เรา​สมบูรณ์ ​พระ​องค์​ได้​ทรง​อดทน​ต่อ​กางเขน เพื่อ​ความ​รื่น​เริง​ยินดี​ที่​ได้​เตรียม​ไว้​สำหรับ​พระ​องค์ ทรง​ถือ​ว่า​ความ​ละอาย​นั้น​ไม่​เป็น​สิ่ง​สำคัญ​และ​พระ​องค์​ได้​ประทับ ณ เบื้อง​ขวา​พระ​ที่​นั่ง​ของ​พระ​เจ้า 3 ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​คิดถึง​พระ​องค์​ผู้​ได้​ทรง​ยอม​ทน​ต่อ​คำ​คัดค้าน​ของ​คน​บาป เพื่อ​ว่า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​ไม่​รู้สึก​ท้อถอย​4 ​ใน​การ​ต่อสู้​กับ​บาป​นั้น ท่าน​ทั้ง​หลาย​ยัง​ไม่ได้​สู้​จน​ถึงกับ​ต้อง​เสีย​โลหิต​เลย​5 และ​ท่าน​ได้​ลืม​คำ​เตือน ที่​พระ​องค์​ได้​ทรง​เตือน​ใน​ฐานะ​ที่​เป็น​บุตร​ว่า บุตร​ชาย​ของ​เรา​เอ๋ย อย่า​ละเลย​ต่อ​การ​ตี​สอน​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า และ​อย่า​ท้อถอย​ใน​เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​ตี​สอน​นั้น 6 เพราะ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​ตี​สอน​ผู้​ที่​พระ​องค์​ทรง​รัก และ​เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​รับ​ผู้ใด​เป็น​บุตร ​พระ​องค์​ก็​ทรง​ตี​สอน​ผู้​นั้น 7 ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​รับ​และ​ทน​เอา​เถอะ​เพราะ​เป็น​การ​ตี​สอน ​พระ​เจ้า​ทรง​ปฏิบัติ​ต่อ​ท่าน​ใน​ฐานะ​ที่​ท่าน​เป็น​บุตร​ของ​พระ​องค์ ด้วย​ว่า​มี​บุตร​คน​ใด​เล่า​ที่​บิดา​ไม่ได้​ตี​สอน​เขา​บ้าง​8 แต่​ถ้า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ไม่ได้​ถูก​ตี​สอน​เช่น​เดียว​กับ​คน​อื่นๆ ท่าน​ก็​ไม่ได้​เป็น​บุตร แต่​เป็น​ลูก​ที่​ไม่​มี​พ่อ และนี่คือกระบวนการของการจบดี ที่ต้องมีการขับเคี่ยวชีวิต ที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า shaping ภาษาไทยในพระคัมภีร์ใช้คำว่า ตกแต่งจนกว่าเราจะสวยงามเพื่อวันรอคอยการเสด็จกลับมาอีกครั้งของพระเยซูคริสต์เจ้า 1เธสะโลนิกา 4:14,16-17 14 เพราะ​ใน​เมื่อ​เรา​เชื่อ​ว่า​พระ​เยซู​ทรง​สิ้น​พระ​ชนม์ และ​ทรง​คืน​พระ​ชนม์​แล้ว โดย​พระ​เยซู​นั้น ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​นำ​บรรดา​คน​ที่​ล่วง​หลับ​ไป​แล้ว​นั้น มา​กับ​พระ​องค์… 16 ด้วย​ว่า​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​จะ​เสด็จ​มา​จาก​สวรรค์​ด้วย​พระ​ดำรัส​สั่ง ด้วย​สำเนียง​เรียก​ของ​เทพบดี​และ​ด้วย​เสียง​แตร​ของ​พระ​เจ้า และ​คน​ทั้ง​ปวง​ใน​พระ​คริสต์​ที่​ตาย​แล้ว​จะ​เป็น​ขึ้น​มา​ก่อน​17 หลังจาก​นั้น​เรา​ทั้ง​หลาย​ซึ่ง​ยัง​เป็นอยู่ จะ​ถูก​รับ​ขึ้น​ไป​ใน​เมฆ​พร้อม​กับ​คน​เหล่า​นั้น และ​จะ​ได้​พบ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ใน​ฟ้า​อากาศ อย่าง​นั้น​แหละ เรา​ก็​จะ​อยู่​กับ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เป็น​นิตย์ พระคัมภีร์ตอนนี้บอกให้เรารู้ว่า คริสเตียนผู้เป็นสาวกของพระเยซูคริสต์เจ้าไม่ว่า คนเป็นหรือคนตายที่เดินในแนวทางเดียวกันกับพระเยซูคริสต์   ชีวิตจะเกิดผลอย่างพระเยซูคริสต์และ จบดีที่สวรรค์ ไม่ใช่นรก ถูกรับขึ้นไป มิใช่ถูกทิ้งไว้ ดังนั้น กุญแจสำคัญคือคำตรัสที่พระเยซูคริสต์ได้ตรัสกับสาวกก่อนถูกรับขึ้นไป 8 แต่​พวก​ท่าน​จะ​ได้​รับ​พระ​ราช​ทาน​ฤทธา​นุภาพ เมื่อ​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​เสด็จ​มา​เหนือ​ท่าน และ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​สักขี​พยาน​ของ​เรา​ใน​กรุง​เยรู​ซา​เล็ม ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย ทั่ว​แคว้น​สะมา​เรีย และ​จน​ถึง​ที่​สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก” พระเยซูไม่ได้บอกว่า พวกท่านจะต้องมีอย่างนั้น อย่างนี้ ต้องเก่ง ต้องมีความสามารถ ต้องร่ำรวย ต้องฉลาด จึงจะจบดี แต่พระเยซูทรงตรัสถึงแต่​พวก​ท่าน​จะ​ได้​รับ​พระ​ราช​ทานฤทธา​นุภาพ เมื่อ​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​เสด็จ​มา​เหนือ​ท่าน และ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​สักขี​พยาน​ของ​เรา​ นี่คือประโยคทองคำ ที่ให้บทเรียนแก่สาวกของพระเยซูคริสต์ในยุคนั้น และยุคต่อๆมา ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกับคำว่า ฤทธานุภาพ ที่สาวกจะได้รับจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ รากศัพท์ภาษากรีกดูนามิส แปลว่า “ฤทธานุภาพ” เรามักจะสนใจไปที่เรื่องของการอัศจรรย์ พลังเหนือธรรมชาติ แต่คำแรกของคำแปลกรีกนี้ที่น่าสนใจคือคำว่า force แปลว่า กำลัง ความเข้มแข็ง ความกระฉับกระเฉง และคำตรงกันข้ามของคำเหล่านี้ในพจนานุกรมเล็กซิตรอน ให้คำตรงกันข้ามว่า ความอ่อนแอ ไร้เรี่ยวแรง (ความเจ็บป่วย, จุดอ่อน,เปราะบาง,อ่อนกำลัง) พระเยซูตรัสกับสาวกว่าให้รอคอยจนกว่าจะรับพระราชทานฤทธิ์เดชเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาเหนือท่าน นั่นหมายถึง กระบวนการสู่การจบดีอย่างพระเยซู  ต้องพึ่งพากำลังที่มาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์  ซึ่งจะแสดงออกเป็นผลฝ่ายวิญญาณที่ตรงกันข้ามกับการงานของเนื้อหนัง กาลาเทีย 5:19-25 19 การ​งาน​ของ​เนื้อ​หนัง​นั้น​เห็น​ได้​ชัด คือ​การ​ล่วง​ประเวณี การ​โสโครก การ​ลามก​20 การ​นับ​ถือ​รูป​เคารพ การ​ถือ​วิทยาคม การ​เป็น​ศัตรู​กัน การ​วิวาท​กัน การ​ริษยา​กัน การ​โกรธ​กัน การ​ใฝ่​สูง การ​ทุ่ม​เถียง​กัน การ​แตก​ก๊ก​กัน​21 การ​อิจฉา​กัน การ​เมา​เหล้า การ​เล่น​เป็น​พาล​เกเร และ​การ​อื่นๆ ใน​ทำนอง​นี้​อีก​เหมือน​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​เตือน​ท่าน​มา​ก่อน บัดนี้​ข้าพเจ้า​ขอ​เตือน​ท่าน​เหมือนกับ​ที่​เคย​เตือน​มา​แล้ว​ว่า คน​ที่​ประพฤติ​เช่นนั้น​จะ​ไม่​มี​ส่วน​ใน​แผ่นดิน​ของ​พระ​เจ้า (แปลว่า จบไม่ดี)​22 ฝ่าย​ผล​ของ​พระ​วิญญาณ​นั้น คือ​ความ​รัก ความ​ปลาบ​ปลื้ม​ใจ สันติ​สุข ความ​อด​กลั้น​ใจ ความ​ปรานี ความ​ดี ความ​สัตย์​ซื่อ​23 ความ​สุภาพ​อ่อน​น้อม การ​รู้จัก​บังคับ​ตน เรื่อง​อย่าง​นี้​ไม่​มีธรรม​บัญญัติ​ห้าม​ไว้​เลย​24 ผู้​ที่​อยู่​ฝ่าย​พระ​เยซู​คริสต์​ได้​เอา​เนื้อ​หนัง​กับ​ความ​อยาก และ​ตัณหา​ของ​เนื้อ​หนัง​ตรึง​ไว้​ที่​กางเขน​แล้ว​ 25 ถ้า​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​พระ​วิญญาณ ​ก็​จง​ดำเนิน​ชีวิต​ตาม​พระ​วิญญาณ​ด้วย​  การงานเนื้อหนังถูกเปรียบเทียบกับผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ นั่นก็หมายถึงการงานของเนื้อหนังก็คือผลที่แสดงออกมาเป็นการกระทำ คือผลของเนื้อหนัง ซึ่งพระเยซูได้ตรัสถึงการรู้จักต้นไม้ด้วยผลของมัน มัทธิว 7:17-20 17 ต้นไม้​ดี​ย่อม​ให้​แต่​ผลดี ต้นไม้​เลว​ก็​ย่อม​ให้ผล​เลว​18 ต้นไม้​ดี​จะ​เกิดผล​เลว​ไม่ได้ หรือ​ต้นไม้​เลว​จะ​เกิด​ผลดี​ก็​ไม่ได้​19 ต้นไม้​ซึ่ง​ไม่​เกิด​ผลดี​ย่อม​ต้อง​ถูก​ฟัน​ลง​และ​ทิ้ง​เสีย​ใน​ไฟ20 เหตุ​ฉะนั้น ท่าน​จะ​รู้จัก​เขา​ได้​เพราะ​ผล​ของ​เขา  ต้นไม้ที่ไม่เกิดผลดีย่อมต้องถูกฟันลงและทิ้งเสียในไฟ คือความหมายเดียวกันกับการไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้าก็คือ ไม่ได้เข้าแผ่นดินสวรรค์ หมายถึงการอยู่ในบึงไฟนรก นั่นคือจบไม่ดี   คำที่ยุคของเราใช้เพื่อปรามคนให้กลัว ก็คือคำว่า นรกมีจริง เพื่อใช้กับคนที่ชอบ ไปในที่ไม่ควรไป คบคนที่ไม่ควรคบ ติดสิ่งที่ไม่ควรติด ดำเนินชีวิตอย่างที่ไม่ควรเป็น  รู้ทั้งรู้ว่า ไม่ควร แต่ก็อยากจะทำ  พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นกับคริสเตียนได้ เมื่อคริสเตียนไม่ใส่ใจต่อคำเตือนของพระคัมภีร์ 1ยอห์น2:15-16 15 อย่า​รัก​โลก​หรือ​สิ่งของ​ใน​โลก ถ้า​ผู้ใด​รัก​โลก ความ​รัก​ต่อ​พระ​บิดา​ไม่ได้​อยู่​ใน​ผู้​นั้น​16 เพราะ​ว่า​สารพัด​ซึ่ง​มี​อยู่​ใน​โลก คือ​ตัณหา​ของ​เนื้อ​หนัง​และ​ตัณหา​ของ​ตา และ​ความ​ทะนง​ใน​ลาภ​ยศ​ไม่ได้​เกิด​มา​จาก​พระ​บิดา แต่​เกิด​มา​จาก​โลก​    เมื่ออาดัมและเอวาทำบาปก็ซ่อนตัวจากพระเจ้า ไม่อยากพบพระเจ้า เราจะเห็นว่า คนที่ซ่อนตัวคือคนที่รู้จักพระเจ้า กษัตริย์ดาวิดก็เคยซ่อนความบาปของตัวเองจากพระเจ้า และพบความจริงว่า เขาไม่สามารถซ่อนได้ จนเขาได้เขียนบทเพลงสดุดีตอนหนึ่งว่า สดุดี 139:7-8 7 ข้า​พระ​องค์​จะ​ไป​ไหน ให้​พ้น​พระ​วิญญาณ​ของ​พระ​องค์​ได้ หรือ​ข้า​พระ​องค์​จะ​หนี​ไป​ไหน​ให้​พ้น​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์ 8 ถ้า​ข้า​พระ​องค์​ขึ้น​ไป​ยัง​สวรรค์ ​พระ​องค์​ทรง​สถิต​ที่​นั่น ถ้า​ข้า​พระ​องค์​จะ​ทำ​ที่​นอน​ไว้​ใน​แดน​ผู้ตาย ​พระ​องค์​ทรง​สถิต​ที่​นั่น การไม่สามารถซ่อนความบาปของเราได้ คือสิ่งที่บอกเราว่า เราจะต้องรับผลของความบาป ด้วยการจบเห่ ไม่ใช่จบดี ความบาปคืออะไร ความบาปแปลว่า พลาดไปจากเป้าหมายหรือน้ำพระทัยพระเจ้า อะไรคือน้ำพระทัยพระเจ้า คริสเตียนยิ่งเก่า ยิ่งแก่ มักหาข้ออ้างว่า ไม่รู้ว่าน้ำพระทัยพระเจ้าคืออะไร  และอ้างว่า การไม่รู้ไม่ผิด ความจริงนี่คือการแก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ มีคำสอนในพระคัมภีร์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการรู้จักน้ำพระทัยพระเจ้าในหนังสือโรม 12:2  2 อย่า​ประพฤติ​ตาม​อย่าง​คน​ใน​ยุค​นี้ แต่​จง​รับ​การ​เปลี่ยนแปลง​จิตใจ แล้ว​อุปนิสัย​ของ​ท่าน​จึง​จะ​เปลี่ยน​ใหม่ เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​ทราบ​น้ำ​พระ​ทัย​ของ​พระ​เจ้า จะ​ได้​รู้​ว่า​อะไร​ดี อะไร​เป็น​ที่​ชอบ​พระ​ทัย​และ​อะไร​ดี​ยอด​เยี่ยม การจะรู้จักน้ำพระทัยพระเจ้าต้องเริ่มต้นจากการเลิกพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ ไม่ไปในที่ไม่ควรไป ไม่ติดสิ่งที่ไม่ควรติด เพราะสิ่งเหล่านี้คือรูปเคารพทั้งสิ้น มีเพลงคริสเตียนเก่าๆเพลงหนึ่งร้องเล่นๆกันว่า ท่านกำลังหาอะไรอยู่ในโลกนี้ (หารถเก๋ง) ท่านกำลังหาอะไรอยู่ในโลกนี้ (หาผู้หญิง) ท่านกำลังหาอะไรอยู่ในโลกนี้ (หาเงินทอง) ท่านกำลังหาอะไรอยู่ในโลกนี้ (หาข้อมูลด้วยการดูทีวี) ท่านกำลังหาอะไรอยู่ในโลกนี้ (หาความสนุก) ท่านกำลังหาอะไรอยู่ในโลกนี้ วิญญาณท่านจะต้องตายชั่วนิรันดร์ มาหาพระเยซูผู้ทรงรักท่าน ๆ  2ทิโมธี 3:1-9 1 แต่​จง​เข้าใจ​ข้อ​นี้ คือ​ว่า​ใน​สมัย​จะ​สิ้น​ยุค​นั้น จะ​เกิด​เหตุการณ์​กลี​ยุค​2 เพราะ​มนุษย์​จะ​เห็น​แก่​ตัว เห็น​แก่​เงิน เย่อหยิ่ง ยโส ชอบ​ด่า​ว่า ไม่​เชื่อ​ฟัง​คำ​บิดา​มารดา อกตัญญู ไร้​ศีลธรรม​3 ไร้​มนุษยธรรม ไม่ให้​อภัย​กัน ใส่​ร้าย​กัน ไม่​ยับยั้ง​ชั่ง​ใจ ดุ​ร้าย เกลียด​ชัง​ความ​ดี​4 ทรยศ มุทะลุ หัว​สูง รัก​ความ​สนุก​ยิ่ง​กว่า​รัก​พระ​เจ้า​5 ถือ​ศาสนา​แต่​เปลือก​นอก ส่วน​แก่น​แท้​ของ​ศาสนา​เขา​ไม่​ยอมรับ คน​เช่นนั้น​ท่าน​อย่า​คบ​6 เพราะ​ใน​บรรดา​คน​เหล่า​นั้น มี​คน​ที่​แอบ​ไป​ตาม​บ้าน​ แล้ว​ลวง​หญิง​ที่​เบา​ปัญญา​หนา​ด้วย​บาป และ​หลงใหล​ไป​ด้วย​ตัณหา​ต่างๆ ไป​เป็น​เชลย​7 หญิง​พวก​นี้​จะ​ฟัง​ทุก​คน​ที่​พูด แต่​ไม่​อาจ​ที่​จะ​เข้าถึง​หลัก​แห่ง​ความ​จริง​ได้​เลย​8 ยันเนส​กับยัมเบรส์​ได้​ต่อต้าน​โมเสส​ฉัน​ใด คน​เหล่า​นี้​ก็​ต่อต้าน​ความ​จริง​ฉัน​นั้น เขา​เป็น​คน​ใจ​ทราม และ​ใน​เรื่อง​ความ​เชื่อ​นั้น​เขา​ใช้​ไม่ได้​เลย​9 แต่​เขา​จะ​ไป​ได้​ไม่กี่​น้ำ เพราะ​ความ​โง่​ของ​เขา​จะ​ปรากฏ​แก่​คน​ทั้ง​ปวง เช่น​เดียว​กับ​ความ​โง่​ของ​ชาย​สอง​คน​นั้น​ พระคัมภีร์กล่าวถึงสิ่งบอกยุคว่าเป็นยุคสุดท้าย และในยุคของเรามีลักษณะของคนที่พระคัมภีร์กล่าวทั้งสิ้น นั่นหมายถึงคนที่อ้างว่าตนเองเป็นคริสเตียนแต่ไม่ได้ดำเนินชีวิตอย่างที่ตนเองอ้าง ก็เหมือนกับ ยันเนสกับยัมเบรส์ซึ่งเป็นนักมายากลที่ฟาโรห์เรียกมาเพื่อเลียนแบบไม้เท้ากลายเป็นงูที่โมเสสได้ทำตามที่พระเจ้าสั่ง แต่ไม้เท้าของโมเสสได้กลืนงูจากไม้เท้าของคนเหล่านั้น ฟาโรห์ต้องการให้นักมายากลสองคนแสดงว่าพวกเขาก็ทำอย่างที่พระเจ้าสั่งให้ทำได้ นี่คือการเปรียบเทียบที่อ.เปาโลได้กล่าวถึงคนที่เลียนแบบวิถีชีวิตคริสเตียนที่คิดว่าการเป็นคริสเตียนแบบเนื้อหนังก็เป็นได้ ​8 ยันเนส​กับยัมเบรส์​ได้​ต่อต้าน​โมเสส​ฉัน​ใด คน​เหล่า​นี้​ก็​ต่อต้าน​ความ​จริง​ฉัน​นั้น เขา​เป็น​คน​ใจ​ทราม และ​ใน​เรื่อง​ความ​เชื่อ​นั้น​เขา​ใช้​ไม่ได้​เลย​9 แต่​เขา​จะ​ไป​ได้​ไม่กี่​น้ำ เพราะ​ความ​โง่​ของ​เขา​จะ​ปรากฏ​แก่​คน​ทั้ง​ปวง เช่น​เดียว​กับ​ความ​โง่​ของ​ชาย​สอง​คน​นั้น​ คริสเตียนที่เป็นแบบชายสองคนนั้นก็จะจบเห่เหมือนกัน อ.เปาโลยังกล่าวถึงคริสเตียนที่จบเห่ในหนังสือ ทิตัส 1:16 16 เขา​แสดง​ตัว​ว่า​รู้จัก​พระ​เจ้า แต่​ว่า​ใน​การ​กระทำ​ของ​เขา เขา​ก็​ปฏิเสธ​พระ​องค์ เขา​เป็น​คน​น่า​ชัง ไม่​เชื่อ​ฟัง​ใคร และ​ไม่​เหมาะ​ที่​จะ​กระทำ​กรรม​ดี​ใดๆ เลย​   พระเยซูได้ให้กุญแจสำคัญแก่สาวกของพระองค์เพื่อการจบดี และนี่คือสิ่งที่เราทั้งหลายในวันนี้จะนำไปสำรวจเพื่อวางแผนปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตใหม่เพื่อ…..จบดี   มีดังนี้

1.ขอกำลังขอฤทธิ์เดช กิจการ 1:8ก

8 แต่​พวก​ท่าน​จะ​ได้​รับ​พระ​ราช​ทาน​ฤทธา​นุภาพ เมื่อ​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​เสด็จ​มา​เหนือ​ท่าน

การที่คนเราจะขอกำลังขอฤทธิ์เดช นั่นหมายความว่า คนๆนั้นจะต้องมาถึงการยอมรับว่าตนเองนั้นขาดกำลังและอยู่ในสภาวะที่ความช่วยเหลือของมนุษย์ก็ช่วยไม่ได้ มันต้องเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้าล้วนๆ ความตระหนักในเรื่องนี้จึงจะทำให้มาถึงการขอกำลังและขอฤทธิ์เดชจากพระเจ้า ซึ่งพระเจ้าได้ประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์รอไว้ล่วงหน้าแล้ว การที่พระเยซูคริสต์เจ้าทรงตรัสให้สาวกรอคอยการเสด็จมาเหนือสาวก คือช่วงเวลาแห่งความเชื่อที่จะได้รับ การใช้เวลาแห่งความเชื่อที่จะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์  หมอลูกาได้บันทึกในกิจการบทนี้ในข้อ 4 -5  4 ขณะ​พระ​องค์​ทรง​พำนัก​อยู่​กับ​พวก​อัครทูต ทรง​กำชับ​พวก​เขา​ว่า “อย่า​ออก​ไป​จาก​กรุง​เยรู​ซา​เล็ม แต่​ให้​รอ​คอย​รับ​ตาม​พระ​สัญ​ญา​ของ​พระ​บิดา ซึ่ง​พวก​ท่าน​ได้​ยิน​จาก​เรา5 นั่น​ก็​คือ​ยอห์น​ให้​รับ​บัพ​ติศ​มา​ด้วย​น้ำ แต่​อีก​ไม่​นาน​พวก​ท่าน​จะ​รับ​บัพ​ติศ​มา​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์”คนที่รับบัพติศมาด้วยน้ำจากยอห์น เริ่มจากท่าทีกลับใจใหม่และขอการยกโทษบาปจากพระเจ้าด้วยการรับบัพติศมาด้วยน้ำ  เช่นเดียวกัน คนที่จะรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ก็ต้องเริ่มต้นด้วยความเชื่อตามพระสัญญาของพระบิดา ลูกา 11:9-10,13 9 เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า จง​ขอ​แล้ว​จะ​ได้ จง​หา​แล้ว​จะ​พบ จง​เคาะ​แล้ว​จะ​เปิด​ให้แก่​ท่าน​10 เพราะ​ว่า​ทุก​คน​ที่​ขอ​ก็​ได้ ทุก​คน​ที่​แสวงหา​ก็​พบ และ​ทุก​คน​ที่​เคาะ​ก็​จะ​เปิด​ให้​เขา….​13 เพราะ​ฉะนั้น​ถ้า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เอง​ผู้​เป็น​คน​บาป​ยัง​รู้จัก​ให้​ของ​ดี​แก่​บุตร​ของ​ตน ยิ่ง​กว่า​นั้น​สัก​เท่าใด ​พระ​บิดา​ผู้​ทรง​สถิต​ใน​สวรรค์ จะ​ทรง​ประทาน​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​แก่​ผู้​ที่​ขอ​ต่อ​พระ​องค์”เรามักจะใช้พระคัมภีร์ตอนนี้เพื่อขอในสิ่งที่เราต้องการ เพื่อแก้ปัญหาที่เราเผชิญ เราคาดหวังคำตอบแบบสำเร็จรูป แต่หากเราพิจารณาดูดีๆ เราจะพบว่า นี่คือการแนะนำให้ขอกำลัง ขอฤทธิ์เดช ให้กับตัวเราเองเพื่อเราจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นด้วยกำลังที่มาจากพระเจ้า คริสเตียนมักจะโยนความรับผิดชอบในส่วนที่เป็นของตนเองให้กับพระเจ้า โดยอธิษฐานขอและเฝ้ารอคอยให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น นี่คือการขอให้พระเจ้าสำแดงผล แต่ชีวิตของตัวเราไม่เกิดผล พระเยซูให้สาวกรอคอยเพื่อจะรับพระราชทานฤทธิ์เดช การรอคอยก็คือการขอ  เราเคยเห็นคนมายืนรอเพื่อขอ เรารู้ว่า การยืนรอ คือการขอ รอจนคนให้ต้องเอามาให้ และนี่คือการที่เราจะได้รับกำลังรับฤทธิ์เดช ข้าพเจ้าอยากให้เราได้สำรวจตัวเราขณะนี้ว่า เราเป็นคนเปราะบาง อ่อนไหว อ่อนแอ ขาดกำลังไ ร้เรี่ยวแรง อย่างไร ขอให้เราได้เริ่มต้นที่จะขอกำลัง ขอฤทธิ์เดชจากพระเจ้า ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงสถิตภายในผู้เชื่อ ทรงทำกิจของพระองค์ ให้เราเอาชนะการงานของเนื้อหนัง อันได้แก่ ​การ​ล่วง​ประเวณี การ​โสโครก การ​ลามก​20 การ​นับ​ถือ​รูป​เคารพ การ​ถือ​วิทยาคม การ​เป็น​ศัตรู​กัน การ​วิวาท​กัน การ​ริษยา​กัน การ​โกรธ​กัน การ​ใฝ่​สูง การ​ทุ่ม​เถียง​กัน การ​แตก​ก๊ก​กัน​21 การ​อิจฉา​กัน การ​เมา​เหล้า การ​เล่น​เป็น​พาล​เกเร และ​การ​อื่นๆ ใน​ทำนอง​นี้ หากเรายังมีสิ่งเหล่านี้อยู่ในชีวิตของเรา ขอให้เราเริ่มต้นความตั้งใจที่จะต่อสู่กับการงานของเนื้อหนังเหล่านี้นับจากวินาทีนี้ และขอให้ความตั้งใจที่เริ่มในห้องประชุมนี้ได้ถูกดำเนินต่อไป แม้จะออกไปจากห้องนี้ก็ขอให้มีตัวช่วย ช่วยเรา ไม่ว่าจะเป็นภรรยา สามี ลูก พี่ น้อง น้าอา พ่อแม่ เพื่อนรอบข้าง ขอให้เขาเป็นตัวช่วย ขออย่าให้เรามองคนเหล่านั้นเป็นคนขัดคอ หมูจะหามเอาคานมาสอด อย่าให้เรามองว่าเขาเป็นตำรวจคอยจับผิดเรา แต่ขอให้เราเปลี่ยนมุมมองว่านี่คือการช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นการช่วยให้เราจบดี มีชีวิตที่เกิดผลที่ดี เป็นต้นไม้ที่ดี  นี่แหล่ะคือกำลังและฤทธิ์เดชที่พระเจ้าประทานมาให้อยู่ใกล้ตัวเรา บอกกับคนข้างๆว่า ขอบคุณที่คอยช่วยฉัน อย่างน้อยก็ให้ฉันไม่ลืมว่า ยังมีพระเจ้าที่ฉันต้องยำเกรง  มีคนเคยเล่าให้ข้าพเจ้าฟังถึงความหมายของหมวกใบเล็กกลมๆบนศรีษะของผู้ชายยิว มีความหมายว่า เหนือชีวิตของเขายังมีพระเจ้าที่เขาต้องยำเกรงเสมอ ข้าพเจ้าเชื่อว่า นี่คือท่าทีของคนที่ต้องการจะจบดี เป็นท่าทีของคนที่ถ่อมใจและรู้ว่า เหนือเขายังมีพระเจ้า และประการสุดท้ายของการดำเนินชีวิตที่จะจบดี…

2.เปิดเผยความจริงของพระเยซูคริสต์ กิจการ 1:8ข

และ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​สักขี​พยาน​ของ​เรา​ใน​กรุง​เยรู​ซา​เล็ม ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย ทั่ว​แคว้น​สะมา​เรีย และ​จน​ถึง​ที่​สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก”

คำว่า พยาน witness ในพจนานุกรมเล็กซิตรอนให้ความหมาย คือ การเปิดเผยความจริง และพระเยซูคริสต์ทรงตรัสถึงสาวกที่รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะมีชีวิตที่เปิดเผยความจริง  และต้องเป็นความจริงของพระเยซูคริสต์เท่านั้น ความจริงของพระเยซูคริสต์ไม่เปลี่ยน แม้สาวกจะอยู่ที่ไหน ไกลแค่ไหน นั่นหมายความว่า สาวกจะแข็งแรง ไม่เปราะบาง หรือแตกหักเมื่อพบกับแรงต่อต้านความจริง  เพราะความจริงก็ยังคงเป็นความจริง และย่อมชนะเสมอ เหมือนกับไม้เท้าของโมเสสที่กลายเป็นงูกลืนงูที่มาจากไม้เท้าของยันเนสและยัมเบรส์ ซึ่งหมายถึงการพยายามใดที่ต่อต้านความจริงของพระเจ้าก็จะพ่ายแพ้ไป หากประยุกต์ใช้กับชีวิตที่ใกล้ตัวเรา นั่นหมาย ความว่า การดำเนินชีวิตอยู่ในความจริง ไม่โกหก ก็คือการเป็นสักขีพยานของพระเยซูคริสต์ สาวกของพระเยซูจะไม่อยู่ในการหลอกลวง มีความน่าเชื่อถือได้ ไม่ดำเนินชีวิตที่ทำลายความน่าไว้วางใจ  สุภาษิต 19:22 22 สิ่ง​ที่​น่า​ปรารถนา​ใน​ตัว​มนุษย์​คือ​ความ​จงรักภักดี และ​คน​ยากจน​ยัง​ดีกว่า​คน​มุสา ขอให้เราทั้งหลายจงดำเนินชีวิตที่เปิดเผยความจริง แต่ไม่ใช่โพทนาความน่าอายของตัวเองหรือของคนอื่น แต่หมายถึงการไม่ใช้ชีวิตอยู่ในการโกหก มุสา  เฉไฉ ตอแหล ข้าพเจ้าจำตัวอย่างที่อาจารย์ประยูรเคยให้ไว้เมื่อสมัยท่านหนุ่มๆว่า มีคนชอบพูดความจริงแค่ครึ่งเดียว เพื่อให้คนเข้าใจอย่างนั้น แต่ไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด นั่นก็คือการโกหก กาลเวลาผ่านไปหลายสิบปี ในยุคของเรา มีคนมากขึ้นมากจริงๆ (โดยเฉพาะคริสเตียน) ที่ชอบพูดความจริงแค่ครึ่งเดียวเพื่อให้คนเข้าใจอย่างที่ตนเองต้องการ คริสเตียนอย่างนี้จบไม่ดีแน่ๆ หากเรากำลังเป็นคริสเตียนที่เปิดเผยความจริงเพียงเป็นเครื่องมือให้ตัวเราปกปิดความบาปในชีวิตของเราต่อไป เรากำลังเดินคนละทางกับความจริงของพระเยซูคริสต์เจ้า จบเห่แน่ๆ เพราะเส้นทางการติดตามพระเยซูคริสต์นั้นต้องเปิดเผยความจริงของพระเยซูคริสต์เท่านั้น มัทธิว 3:8-10  8 เหตุ​ฉะนั้น​จง​พิสูจน์​การ​กลับ​ใจ​ของ​เจ้า​ด้วย​ผล​ที่​เกิดขึ้น​9 อย่า​นึก​เหมา​เอา​ใน​ใจ​ว่า​ตัว​มี​อับราฮัม​เป็น​บิดา เพราะ​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า ​พระ​เจ้า​ทรง​ฤทธิ์​อาจจะ​ให้​บุตร​เกิดขึ้น​แก่​อับราฮัม​จาก​ก้อน​หิน​เหล่า​นี้​ได้​10 บัดนี้​ขวาน​วาง​ไว้​ที่​โคน​ต้นไม้​แล้ว และ​ทุก​ต้น​ที่​ไม่​เกิด​ผลดี​จะต้อง​ตัด​แล้ว​โยน​ทิ้ง​ใน​กอง​ไฟ

“เกิดผลในพระคริสต์….จบดี”

1.ขอกำลังขอฤทธิ์เดช

2.เปิดเผยความจริงของพระเยซูคริสต์