คำเทศนาอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2020 (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

“จากคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา” (From Ordinary  to Extraordinary)

คลิปวิดีโอ เปโตรกับยอห์นพบขอทานหน้าพระวิหาร

1ยอห์น 5:4-5 4 เพราะ​ทุก​คน​ที่​เกิด​จาก​พระ​เจ้า ​ก็​มี​ชัย​ต่อ​โลก และ​ความ​เชื่อ​ของ​เรา​นี่​แหละ​เป็น​ชัย​ชนะ​ที่​ชนะ​โลก​5 ใคร​เล่า​ชนะ​โลก ไม่ใช่​คน​อื่น คือ​ผู้​ที่​เชื่อ​ว่า​พระ​เยซู​ทรง​เป็น​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​นั่นเอง​

หนังสือหนึ่งยอห์น เขียนโดยยอห์น คือคนเดียวกัน กับยอห์นที่มีประสบการณ์เดียวกันกับเปโตร  ตั้งแต่เริ่มต้น ยอห์นได้เห็นเปโตรเปลี่ยนไปคนละคน จากเปโตรที่ขี้กลัว และหนีเอาตัวรอด เมื่อครั้งพระเยซูทรงถูกจับก่อนไปตรึงที่กางเขน  ยอหน์ที่เห็นเปโตรทุกชอต  จากกลัว จากสงสัย และจนถึงไม่เชื่อว่าพระเยซูทรงฟื้นขึ้นมาจากความตาย ยอห์นคนเดียวกันที่วิ่งไปยังอุโมงค์ฝังศพของพระเยซูกับเปโตร และวิ่งเร็วกว่าเปโตร  ในเช้าวันอาทิตย์วันที่สามหลังจากถูกตรึง เมื่อมีคนมาบอกว่า มีคนมาขโมยเอาพระศพของพระเยซูไป

ยอห์น 20:1-10 1 วัน​อาทิตย์​เวลา​เช้า​มืด มารีย์​ชาว​มักดาลา​มาถึง​อุโมงค์​ฝัง​ศพ นาง​เห็น​หิน​ออก​จาก​ปาก​อุโมงค์​อยู่​แล้ว​2 นาง​จึง​วิ่ง​ไป​หา​ซีโมน​เปโตร และ​สาวก​อีก​คน​หนึ่ง​ที่​พระ​เยซู​ทรง​รัก​นั้น และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “เขา​เอา​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ออกไป​จาก​อุโมงค์​แล้ว และ​พวก​เรา​ไม่​รู้​ว่า​เขา​เอา​พระ​องค์​ไป​ไว้​ที่​ไหน”3 ​เปโตร​จึง​ออกไป​ยัง​อุโมงค์​กับ​สาวก​คน​นั้น​4 เขา​วิ่ง​ไป​ทั้ง​สอง​คน แต่​สาวก​คน​นั้น​วิ่ง​เร็ว​กว่า​เปโตร​จึง​มาถึง​อุโมงค์​ก่อน​5 เขา​ก้ม​ลง​มองดู​เห็น​ผ้า​ป่าน​วาง​อยู่ แต่​เขา​ไม่ได้​เข้า​ไป​ข้าง​ใน​6 ซีโมน​เปโตร​ตาม​มาถึง​ภายหลัง แล้ว​เข้า​ไป​ใน​อุโมงค์​เห็น​ผ้า​ป่าน​วาง​อยู่​7 และ​ผ้า​พัน​พระ​เศียร​ของ​พระ​องค์​ไม่ได้​วาง​อยู่​กับ​ผ้า​อื่น แต่​พับ​ไว้​ต่างหาก​8 แล้ว​สาวก​คน​นั้น​ที่​มาถึง​ก่อน​ก็​ตาม​เข้า​ไป​ด้วย เขา​ได้​เห็น​และ​เชื่อ​9 เพราะ​ว่า​ขณะนั้น​เขา​ยัง​ไม่​เข้าใจ​ข้อ​พระ​ธรรม​ที่​เขียน​ไว้​ว่า ​พระ​องค์​จะต้อง​ฟื้น​ขึ้น​มา​จาก​ความ​ตาย​10 แล้ว​สาวก​ทั้ง​สอง​ก็​กลับไป​ยัง​บ้าน​ของ​ตน​  

ความเป็นคนธรรมดา ของทั้งยอห์น และเปโตร ที่ไม่เข้าใจ เรื่องการฟื้นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์  พระศพของพระเยซูหายไป ต้องถูกขโมยแน่ ไม่มีทางที่พระเยซูตายแล้วจะฟื้น เพราะขนาดพระเยซูทรงอยู่บนไม้กางเขน พระองค์ยังลงมาเองไม่ได้ ความเป็นคนธรรมาดทำให้สาวกไม่เข้าใจ สิ่งที่เกิดขึ้นกับพระเยซู….  และเมื่อพระเยซูทรงปรากฏตัว หลังจากฟื้นขึ้นมาจากความตาย เป็นระยะๆตลอดสี่สิบวัน ก่อนที่พระองค์จะถูกรับไปบนฟ้าต่อหน้าต่อตาของสาวกและผู้เชื่อ

อ.เปาโลได้เขียนหนังสือ หนึ่งโครินธ์สำหรับคริสเตียนที่เมืองโครินธ์ถึงการปรากฏของพระเยซูหลังจากพระองค์ฟื้นขึ้นมาจากความตาย  เรียงลำดับตั้งแต่ เปโตร และสาวกที่เหลืออีกสิบสองคน(ยูดาสตายไปแล้ว คนที่สิบสองที่ถูกเลือกภายหลัง ก็มีประสบการณ์กับพระเยซู และปรากฏกับคนห้าร้อยคน ตาห้าร้อยคู่ ได้เห็นพร้อมๆกัน และกับยากอบพี่ชายของยอห์น และจนถึงตัวของอ.เปาโลเอง  บุคคลที่อ.เปาโลได้กล่าวถึงเหล่านี้ ต่างเป็นคนธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา และแม้แต่เปาโลเองที่เคยคิดว่า สิ่งที่ตนเองมีพิเศษกว่าชาวบ้าน ท่านกลับเห็นว่า มันเป็นเพียงแค่หยากเยื่อ เมื่อเทียบกับประสบการณ์ในการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ ได้เปลี่ยน คนธรรมดาให้ไม่ธรรมดา พระคัมภีร์ได้บันทึกในกิจการว่า….

กิจการ 4:13 13 เมื่อ​เขา​เห็น​ความ​กล้า​หาญ​ของ​เปโตร​กับ​ยอห์น​ และ​รู้​ว่า​ท่าน​ทั้ง​สอง​ขาด​การศึกษา​และ​เป็น​คน​สามัญ ​ก็​ประหลาด​ใจ แล้ว​สำนึก​ว่า​คน​ทั้ง​สอง​เคย​อยู่​กับ​พระ​เยซู​”

เขาที่เห็นความกล้าหาญของเปโตรและยอห์น คือบรรดาผู้อาวุโส 70 คนที่ถูกคัดเลือกสรรมาจากบรรดาผู้ทรงวัยวุฒิ และคุณวุฒิทางด้านกฏหมาย ธรรมบัญญัติ และมีประสบการณ์ชีวิตที่เป็นที่ยอมรับของคนในสังคม มีอำนาจในการลงมติตัดสิน คดีความ และปกครองคนยิวในเวลานั้น (แม้จะเป็นอาณานิคมของอาณาจักรโรมก็ตาม แต่โรมก็ได้มอบหมายให้ยิวปกครองกันเอง เพราะว่ากฏหมายของคนยิวแตกต่างจากชนชาติอื่นๆ) ดังนั้น สภานี้ ที่มีชื่อว่า สภาแซนเฮดดริน จึงเป็นเหมือนสภาสูงของคนยิว  เปโตรและยอห์น เป็นคนบ้านนอกที่เรียกว่า ชาวกาลิลี เคยมีอาชีพประมง  ในตอนนี้ มาประกาศเรื่องราวของพระเยซูคริสต์ อย่างคนที่รู้ตีความพระคัมภีร์ที่กล่าวคำพยากรณ์ ถึงความรอดของชนชาติยิว และของคนทั้งโลก ดังประโยคที่ว่า….

กิจการ 4:12 12 ​ใน​ผู้อื่น​ความ​รอด​ไม่​มี​เลย ด้วย​ว่า​นาม​อื่น​ซึ่ง​ให้​เรา​ทั้ง​หลาย​รอด​ได้ ไม่​ทรง​โปรด​ให้​มี​ใน​ท่ามกลาง​มนุษย์​ทั่ว​ใต้​ฟ้า”

ก่อนหน้านี้ เปโตรและยอห์นได้ทำสิ่งที่ไม่ธรรมดา ขณะที่ท่านทั้งสองได้ไปพระวิหารในเวลาบ่ายสามโมง เวลาปกติของคนยิวที่จะไปอธิษฐานที่นั่น ระหว่างทางก็พบกับคนขอทานขอเศษเงิน ท่านทั้งสองก็ถูกขอ ถูกมองอย่างคนธรรมดาที่น่าจะให้เงินกับขอทาน แต่ปรากฏว่า ท่านแย่กว่าคนธรรมดา คือไม่มีเงินติดตัวเลย  แต่เปโตรและยอห์นได้ตอบขอทานว่า….

กิจการ 3:6 6 ​เปโตร​กล่าว​ว่า “เงิน​และ​ทอง​เรา​ไม่​มี แต่​ที่​เรา​มี​อยู่​เรา​จะ​ให้​ท่าน คือ​ใน​พระ​นาม​แห่ง​พระ​เยซู​คริสต์​ชาว​นาซาเร็ธ จง​เดิน​เถิด”

และขอทานก็ลุกขึ้นได้จริงๆ แถมวิ่งไปร้องสรรเสริญพระเจ้าไป  และวิ่งเข้าไปในพระวิหาร ไปที่เฉลียงซาโลมอน ลองคิดดูว่า เวลาบ่ายสามโมง เป็นเวลาที่คนยิวมากมายจะมาที่นี่ เหมือนกัน คือมาอธิษฐาน  แล้วพวกคนเหล่านี้ก็จำขอทานได้ว่า ขอทานคนนี้ เป็นง่อยเดินไม่ได้ตั้งแต่เกิด คนยิวพวกนี้ ก็มาพระวิหารตั้งแต่เกิดเหมือนกัน ตั้งแต่พ่อแม่พามา จนตัวเองโต ก็มากันเองได้  ขอทานง่อยหายง่อย และดีใจ ที่ตนเองได้เข้าไปพระวิหารได้อย่างคนอื่นๆ (เพราะตามธรรมบัญญัติ ของโมเสส ผู้ชายยิวจะเข้าบริเวณพระวิหารได้ ต้องมีครบสามสิบสองประการ) คนพิการเข้าไม่ได้  คนง่อยคนนี้ แน่ใจว่า เขาหายดีครบสามสิบสองประการ พร้อมเผชิญกับการตรวจสอบของปุโรหิต การได้เข้าไปในบริเวณพระวิหารเป็นยอดของความปรารถนาของผู้ชายยิว มันคือสิทธิ์เฉพาะ และความภูมิใจ ทีเดียว  และผู้คนก็ถามว่า เกิดเรื่องนี้ได้อย่างไร คนขอทานก็เลยชี้ไปที่เปโตรกับยอห์น

และเปโตรกับยอห์นจึงต้องมายืนอยู่ต่อหน้าสภาแซนเฮดดริน  และต้องตอบคำถามของเหล่าผู้ทรงคุณวุฒิวัยวุฒิเหล่านี้

กิจการ 4:8-10 8 ขณะนั้น​เปโตร​ประกอบด้วย​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​กล่าว​แก่​เขา​ว่า “ดูก่อน ท่าน​ผู้​ครอบ​ครอง​พล​เมือง​และ​พวก​ผู้ใหญ่​ทั้ง​หลาย​9 ถ้า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ถาม​ข้าพเจ้า​ใน​วันนี้ ถึง​การ​กุศล​ซึ่ง​ได้​ทำ​แก่​คน​ป่วย​นี้​ว่า เขา​หาย​เป็น​ปกติ​โดย​เหตุ​อัน​ใด​แล้ว​10 ​ก็​ให้​ท่าน​ทั้ง​หลาย​กับ​บรรดา​ชน​อิสราเอล​ทราบ​เถิด​ว่า โดย​พระ​นาม​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​ชาว​นาซาเร็ธ ซึ่ง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ตรึง​ไว้​ที่​กางเขน และ​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​โปรด​ให้​คืน​พระ​ชนม์ โดย​พระ​องค์​นั้น​แหละ​ชาย​คน​นี้​ที่​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้า​ท่าน จึง​ได้​หาย​โรค​เป็น​ปกติ​

เปโตรได้ตอบคำถามถึงการเปลี่ยนแปลง ขอทานง่อย ที่ป่วยคนนี้ หายเป็นปกติ เพราะพระนามของพระเยซูคริสต์ สาระสำคัญที่เปโตรได้กล่าวคือ พระเยซูทรงถูกตรึงให้ตายบนกางเขน และ​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​โปรด​ให้​คืน​พระ​ชนม์  พระนามของพระเยซูคริสต์ มีฤทธิ์อำนาจ เพราะเป็นพระนามของพระเจ้าผู้มีชีวิต ไม่ใช่พระเจ้าที่ตายแล้ว  ชีวิตได้ต่อชีวิต Life on Life และพระนามของพระเยซูคริสต์ได้ทำให้คนธรรมดา ไม่ธรรมดา

น่าสนใจว่า พระคัมภีร์กิจการตอนนี้ได้บันทึกว่า ขณะนั้น​เปโตร​ประกอบด้วย​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์  ฉบับแปล2011 แปลว่า เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์  Fill with Holy Spirit หมายความว่า อยู่ภายใต้การนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ พูดตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ให้พูด

ก่อนหน้านี้ พระเยซูได้ตรัสกับเหล่าสาวกของงพระองค์ว่า เมื่อพระองค์เสด็จไป พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมา และอยู่ภายในผู้ที่เชื่อในพระองค์

ยอห์น 14:26-27  26 แต่​องค์​ผู้ช่วย​คือ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​ซึ่ง​พระ​บิดา​จะ​ทรง​ใช้​มา​ใน​นาม​ของ​เรา​นั้น จะ​ทรง​สอน​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ทุก​สิ่ง และ​จะ​ให้​ท่าน​ระลึก​ถึง​ทุก​สิ่ง​ที่​เรา​ได้​กล่าว​ไว้​แก่​ท่าน​แล้ว​ 27 เรา​มอบ​สันติ​สุข​ไว้​ให้แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย สันติ​สุข​ของ​เรา​ที่​ให้แก่​ท่าน​นั้น เรา​ให้​ท่าน​ไม่​เหมือน​โลก​ให้ อย่า​ให้​ใจ​ของ​ท่าน​วิตก และ​อย่า​กลัว​เลย​

มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า คนเราจะมีสติได้ เมื่อมีความนิ่งสงบ คำว่า สันติสุขที่ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้ ที่พระเยซูคริสต์ทรงตรัสในเวลานี้ peace เอเรเน่ เกิดจาก การทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่พระเยซูคริสต์ทรงประทานให้กับสาวกของพระองค์  และสิ่งที่พิสูจน์ว่า สันติสุขที่ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้มีอยู่จริงหรือไม่  ก็คือในวินาทีที่คับขัน ไม่รู้ว่าจะพูด คือคิดไม่ออก  คนๆนั้นจะยังนิ่งสงบและทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์จะนำถ้อยคำในการพูดมาให้  พระเยซูทรงใช้คำว่า อย่ากังวล…. ถึงเวลา ก็จะมีถ้อยคำนั้นออกมา….

มัทธิว 10:19-20 19 แต่​เมื่อ​เขา​อายัด​ท่าน​ไว้​นั้น​อย่า​เป็น​กังวล​ว่า​จะ​พูด​อย่างไร เพราะ​เมื่อ​ถึง​เวลา​คำ​ที่​ท่าน​จะ​พูด​นั้น ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ประทาน​แก่​ท่าน​ใน​เวลา​นั้น​20 เพราะ​ว่า​ผู้​ที่​พูด​มิใช่​ตัว​ท่าน​เอง แต่​เป็น​พระ​วิญญาณ​แห่ง​พระ​บิดา​ของ​ท่าน​ผู้​ตรัส​ทาง​ท่าน

จากคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา  คือวิถีชีวิตของสาวกของพระเยซูคริสต์  สาวกแปลว่า ศิษย์ (นักเรียน) ศิษย์จะเป็นเหมือนอาจารย์ พระเยซูคริสต์ทรงมาบังเกิดเป็นคนธรรมดา เกิดในรางหญ้า ในครอบครัวที่ยากจน เกิดในความไม่มีอะไรพร้อมสักอย่าง  เพื่อจะเป็นข่าวดีต่อคนธรรมดาๆว่า จากคนธรรมดานี่แหล่ะที่จะทำให้เป็นคนไม่ธรรมดาได้

1โครินธิ์ 1:26-31  26 ดูก่อน​พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย จง​พิจารณา​ดู​ว่า พวก​ท่าน​ที่​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​เรียก​มา​นั้น​เป็น​คน​พวก​ไหน มี​น้อย​คน​ที่​โลก​นิยม​ว่า​มี​ปัญญา มี​น้อย​คน​ที่​มี​อำนาจ มี​น้อย​คน​ที่​มี​ตระกูล​สูง​27 แต่​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​เลือก​คน​ที่​โลก​ถือ​ว่า​โง่​เขลา เพื่อ​ทำ​ให้​คน​มี​ปัญญา​อับ​อาย และ​ได้​ทรง​เลือก​คน​ที่​โลก​ถือ​ว่า​อ่อนแอ เพื่อ​ทำ​ให้​คน​ที่​แข็งแรง​อับ​อาย​28 ​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​เลือก​สิ่ง​ที่​โลก​ถือ​ว่า​ต่ำ​ต้อย​และ​ดู​หมิ่น และ​เห็น​ว่า​ไร้​สาระ เพื่อ​ทำลาย​สิ่ง​ซึ่ง​โลก​เห็น​ว่า​สำคัญ​29 เพื่อ​มิ​ให้​มนุษย์​สัก​คน​หนึ่ง​อวด​ต่อ​พระ​เจ้า​ได้ 30 โดย​พระ​องค์ ท่าน​จึง​อยู่​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​ เพราะ​พระ​เจ้า​ทรง​ตั้ง​พระ​องค์​ให้​เป็น​ปัญญา​และ​ความ​ชอบธรรม​ของ​เรา และ​เป็น​ผู้​ทรง​ชำระ​เรา​ให้​บริสุทธิ์ และ​ทรง​เป็น​ผู้​ไถ่​เรา​ไว้​ให้​พ้น​บาป​31 เพื่อให้​เป็นไป​ตาม​พระ​คัมภีร์​ที่​เขียน​ว่า ให้​ผู้​โอ้​อวด อวด​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ​

จากคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา  ไม่ได้ขึ้นอยู่กับศึกษา ฐานะ ทรัพย์สินเงินทอง ความมั่งคั่ง แต่คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา คือคนที่มีความกล้าหาญ ที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ได้  อย่างผู้มีชัยชนะเหนือทุกเหตุการณ์ อย่างผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์

1ยอห์น 5:4-5 4 เพราะ​ทุก​คน​ที่​เกิด​จาก​พระ​เจ้า ​ก็​มี​ชัย​ต่อ​โลก และ​ความ​เชื่อ​ของ​เรา​นี่​แหละ​เป็น​ชัย​ชนะ​ที่​ชนะ​โลก​5 ใคร​เล่า​ชนะ​โลก ไม่ใช่​คน​อื่น คือ​ผู้​ที่​เชื่อ​ว่า​พระ​เยซู​ทรง​เป็น​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​นั่นเอง​

ยอห์นผู้เขียนหนึ่งยอห์นตอนนี้ได้เห็นประจักษ์ความจริงของผู้ที่เกิดใหม่ในพระเจ้า ผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ จากประสบการณ์ของท่านเอง และเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน คือเปโตรว่า  พวกเขาเป็นคนธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา ที่เรียกว่า เป็นผู้มีชัยต่อโลก คำตอบอยู่ในข้อที่ 14-15

1ยอห์น 5:14-15 14 และ​นี่​คือ​ความ​มั่นใจ​ที่​เรา​มี​ต่อ​พระ​องค์ คือ​ถ้า​เรา​ทูล​ขอ​สิ่ง​ใด​ที่​เป็น​พระ​ประสงค์​ของ​พระ​องค์ ​พระ​องค์​ก็​ทรง​โปรด​ฟัง​เรา​15 และ​ถ้า​เรา​รู้​ว่า ​พระ​องค์​ทรง​โปรด​ฟัง​เรา เมื่อ​เรา​ทูล​ขอ​สิ่ง​ใดๆ เรา​ก็​รู้​ว่า​เรา​ได้รับ​สิ่ง​ที่​เรา​ทูล​ขอ​นั้น​จาก​พระ​องค์​

จากคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เป็นเหมือนคนที่มีแก้ววิเศษ ที่ขอสิ่งใด พระเจ้าจะประทานให้   การอธิษฐานในพระนามของพระเยซูคริสต์ คือการเชื่อถึงสิทธิ์และอำนาจที่พระเจ้ามอบให้กับพระเยซูคริสต์ และนี่คือความหมายในพระมหาบัญชาที่พระเยซูคริสต์ทรงสัญญากับสาวกว่า พระองค์จะอยู่กับพวกเขาเสมอไป(ตลอดเวลา) จนกว่าจะสิ้นยุค  แปลว่า รูปแบบที่ต้องใช้พระนามของพระองค์ สำแดงความเชื่อ จะจบลง และได้อยู่กับพระองค์จริงๆ บนฟ้าสวรรค์  จากคนไม่ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา (แบบชั่วคราว) จะกลายเป็นถาวร นิรันดร์กาล

พระมหาบัญชา

มัทธิว 28:18-20 18 ​พระ​เยซู​จึง​เสด็จ​เข้า​มา​ใกล้​แล้ว​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ฤทธานุภาพ​ทั้งสิ้น​ใน​สวรรค์​ก็​ดี ใน​แผ่นดิน​โลก​ก็​ดี​ทรง​มอบ​ไว้​แก่​เรา​แล้ว​19 เหตุ​ฉะนั้น​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จง​ออกไป​สั่ง​สอน​ชน​ทุก​ชาติ ให้​เป็น​สาวก​ของ​เรา ให้​รับ​บัพติศมา​ใน​พระ​นาม​แห่ง​พระ​บิดา ​พระ​บุตร​และ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​20 สอน​เขา​ให้​ถือ​รักษา​สิ่ง​สารพัด​ซึ่ง​เรา​ได้​สั่ง​พวก​เจ้า​ไว้ นี่​แหละ​เรา​จะ​อยู่​กับ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​เสมอ​ไป จนกว่า​จะ​สิ้น​ยุค”

ดังนั้น ภารกิจที่พระเยซูทรงมอบหมายให้สาวกของพระองค์ทำ ก็คือ การประกาศนำคน  ให้เป็นคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา  ให้แตกต่างจากคนทั่วไป