คำเทศนาอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2019 (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

“สันติสุขที่ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้…อาจหลุดมือไป”

ยอห์น 14:27  27 เรา​มอบ​สันติ​สุข​ไว้​ให้แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย สันติ​สุข​ของ​เรา​ที่​ให้แก่​ท่าน​นั้น เรา​ให้​ท่าน​ไม่​เหมือน​โลก​ให้ อย่า​ให้​ใจ​ของ​ท่าน​วิตก และ​อย่า​กลัว​เลย​

ทำไมจึงต้องมีสันติสุข เพราะสันติสุขจะทำให้เราสามารถรักษาความเชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้าเอาไว้ได้

บ่อยครั้งที่เรามักจะพบว่า ที่เรากำลังทำอะไรหลายอย่างวุ่นวายมากมาย กับภารกิจต่างๆ  จนเมื่อมานั่งลงคิดให้ดี ว่าตนเองกำลังต้องการอะไร บางคนอาจตอบไม่ถูก หรือไม่มีคำตอบที่แน่ชัด และถึงกับอึ้งว่า ไม่รู้ว่าตนเอง กำลังต้องการอะไร  เราอยู่ในยุคที่มีการกระตุ้นความรู้สึกให้เกิดความต้องการมากมาย แต่จริงๆแล้ว เราอาจไม่ต้องการเลยก็ได้ และที่กำลังดิ้นรนเพื่อให้ได้มา เพียงเพราะแรงกระตุ้นจากโฆษณา  คำบางคำ อารมณ์บางอารมณ์  ที่เราได้เข้าไปร่วมในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น   เราคงต้องมาสำรวจชีวิตของเราว่า เรากำลังมุ่งหน้า ก้าวต่อไปของชีวิต ด้วยกำหนดของอะไร จากไหน  พระคัมภีร์ได้กล่าวถึงเป้าหมายของการเป็นคริสตจักร  การเป็นคริสเตียน ไว้อย่างชัดเจนว่า

เอเฟซัส 4:14 14 เพื่อ​เรา​จะ​ไม่​เป็น​เด็ก​อีก​ต่อไป ถูก​ซัด​ไป​ซัด​มา​และ​หัน​ไป​เหมา​ด้วย​ลมปาก​แห่ง​คำ​สั่ง​สอน​ทุก​อย่าง และ​ด้วย​เล่ห์​กล​ของ​มนุษย์​ตาม​อุบาย​ฉลาด​อัน​เป็น​การ​ล่อลวง​

ในพระคัมภีร์ตอนนี้ กล่าวถึง ถูก​ซัด​ไป​ซัด​มา​และ​หัน​ไป​เหมา​ด้วย​ลมปาก….  คำพูดที่ออกมาได้ทั้งคำสั่งสอน และด้วยการล่อลวง

เป็นเรื่องปกติ  ที่เด็กจะต้องรับการสั่งสอน เพื่อให้เป็นผู้ใหญ่ แต่สิ่งที่ผิดปกติ คือ การล่อลวง ที่ไม่ใช่การสั่งสอน ซึ่งเด็กอาจรับเข้ามาในเวลาเดียวกัน

วิธีที่จะป้องกัน ก็คือ ต้องทำให้เด็กเติบโตทางความคิด  เป็นผู้ใหญ่  ให้เร็วที่สุด (แม้ว่า ทางกายภาค ต้องใช้เวลา)  ซึ่งกษัตริย์ดาวิดได้เขียนหนังสือสดุดีในบทที่ ยาวที่สุด สดุดี 119 ได้พรรณาเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้ท่านเติบโตทางความคิด ในขณะที่ท่านเป็นเด็ก เป็นวัยรุ่น สิ่งนั้นก็คือ พระคำ พระวจนะ ธรรมบัญญัติ ข้อบังคับ กฏเกณฑ์ กฏหมาย ของพระเจ้า

สดุดี 119: 100, 99,98  100 ข้า​พระ​องค์​เข้าใจ​มากกว่า​คน​สูงอายุ เพราะ​ข้า​พระ​องค์​รักษา​ข้อบังคับ​ของ​พระ​องค์…99 ข้า​พระ​องค์​มี​ความ​เข้าใจ​มากกว่า​บรรดา​ครู​ของ​ข้า​พระ​องค์ เพราะ​บรรดา​พระ​โอวาท​ของ​พระ​องค์​เป็น​คำ​ภาวนา​ของ​ข้า​พระ​องค์… 98 ​พระ​บัญญัติ​ของ​พระ​องค์​กระทำ​ให้​ข้า​พระ​องค์​ฉลาด​กว่า​ศัตรู​ของ​ข้า​พระ​องค์ เพราะ​พระ​บัญญัติ​นั้น​อยู่​กับ​ข้า​พระ​องค์​เสมอ

ในวัยเด็กของเด็กชายดาวิด พ่อแม่ของเขา เป็นผู้เลือกสิ่งที่เด็กจำเป็นและต้องการ (สำคัญที่สุด) คือการวางรากฐานทางความคิดด้วยพระคำของพระเจ้า  ตามที่พระเจ้าทรงสั่งโมเสสไว้ว่า…

เฉลยธรรมบัญญัติ 6: 1-3 1 “ต่อไปนี้​เป็น​บัญญัติ กฎเกณฑ์​และ​กฎหมาย​ซึ่ง​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย ทรง​บัญชา​ให้​สอน​ท่าน เพื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​กระทำ​ตาม​ใน​แผ่นดิน​ซึ่ง​ท่าน​จะ​ข้าม​ไป​ยึด​ครอง​นั้น​2 เพื่อ​ว่า​พวก​ท่าน​จะ​ได้​ยำเกรง​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​โดย​รักษา​กฎเกณฑ์​และ​พระ​บัญญัติ​ของ​พระ​องค์​ทั้งสิ้น ซึ่ง​ข้าพเจ้า​บัญชา​ท่าน​ทั้งตัว​ท่าน​และ​บุตร​หลาน​ของ​ท่าน ตลอด​วัน​คืน​แห่ง​ชีวิต​ของ​ท่าน เพื่อ​ว่า​วัน​คืน​ของ​พวก​ท่าน​จะ​ได้​ยืน​ยาว​3 โอ คน​อิสราเอล​ทั้ง​หลาย เหตุ​ฉะนั้น​ขอ​จง​ฟัง และ​จง​ระวัง​ที่​จะ​กระทำ​ตาม​เพื่อ​พวก​ท่าน​จะ​ไป​ดี​มา​ดี และ​เพื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ทวี​มาก​ยิ่ง​นัก ใน​แผ่นดิน​ที่​มี​น้ำนม​และ​น้ำผึ้ง​ไหล​บริบูรณ์ ดังที่​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​แห่ง​บรรพ​บุรุษ​ของ​ท่าน​ได้​ทรง​สัญญา​กับ​ท่าน

พระคัมภีร์เฉลยธรรมบัญญัตินี้ มีคำว่า วันคืน…ยืนยาว และ ไปดีมาดี  หมายถึง มีสุขภาพที่ดี และประสบความสำเร็จในชีวิต (ทำอะไรก็สำเร็จ)

คำสอนของพระเจ้า ในพระคัมภีร์ มีทั้งเรื่อง การกิน การอยู่ การใช้ชีวิต ที่มีจุดมุ่งหมาย ชัดเจนของการมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และการทำหน้าที่การงาน การบริหารทุกอย่างที่ครอบครองอย่างสมดุล เป็นผู้มีความสุขที่สุดที่แท้จริง

และนี่คือสิ่งที่คนเป็นพ่อแม่อิสราเอลทั้งหลายจะปลูกฝังคำสอนนี้ไว้ในลูกหลานของตนเอง  น้ำพระทัยพระเจ้าต้องการให้คนของพระองค์ มีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่ ตั้งแต่พวกเขายังเป็นเด็ก (ทางกายภาค)  พระเจ้าได้ให้เครื่องมือสำคัญคือพระวจนะของพระองค์ และคนอิสราเอลได้รับเครื่องมือนี้เป็นชนชาติแรก  แต่เมื่อคนอิสราเอลล้มเหลวในการนำเครื่องมือนี้ส่งต่อไปให้กับชนชาติอื่นๆ   พระเจ้าจึงใช้คริสตจักรของพระเยซูคริสต์เป็นเครื่องมือต่อไป พระเยซูคริสต์ทรงตรัสว่า เราจะตั้งคริสตจักรของเรา

มัทธิว 16:18  18 ฝ่าย​เรา​บอก​ท่าน​ว่า​ท่าน​คือ​เปโตร​​ และ​บน​ศิลา​นี้ เรา​จะ​สร้าง​คริสตจักร​ของ​เรา​ไว้ และ​พลัง​แห่ง​ความ​ตาย​จะ​มี​ชัย​ต่อ​คริสตจักร​นั้น​หา​มิได้​

คริสตจักรที่พระเยซูทรงสร้าง เพื่อจะเปิดเผยสิ่งที่ต้องการ….มีสิ่งเดียว  ไม่ใช่ไปกระวนกระวายทำหลายสิ่งมากมาย และสิ่งที่พระเจ้าประทานให้กับคริสตจักรเพื่อจะนำคริสตจักรไปถึงวัตถุประสงค์ เป้าหมายสูงสุดของการมีชีวิตอยู่ และรักษาชีวิต สังคมที่น่าอยู่อย่างไร ปรากฏในหนังสือเอเฟซัส

เอเฟซัส 4:11-16 11 ของ​ประทาน​ของ​พระ​องค์ ​ก็​คือ​ให้​บาง​คน​เป็น​อัครทูต บาง​คน​เป็น​ผู้เผย​พระ​วจนะ บาง​คน​เป็น​ผู้​เผยแพร่​ข่าว​ประเสริฐ บาง​คน​เป็นศิษ​ยาภิ​บาล​และ​อาจารย์​12 เพื่อ​เตรียม​ธรรมิก​ชน​ให้​เป็น​คน​ที่​จะ​รับ​ใช้ เพื่อ​เสริมสร้าง​พระ​กาย​ของ​พระ​คริสต์​ให้​จำเริญ​ขึ้น​13 จนกว่า​เรา​ทุก​คน​จะ​บรรลุ​ถึง​ความ​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน​ใน​ความ​เชื่อ และ​ใน​ความ​รู้​ถึง​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า จนกว่า​เรา​จะ​โต​เป็น​ผู้ใหญ่​เต็มที่ คือ​เต็ม​ถึง​ขนาด​ความ​ไพบูลย์​ของ​พระ​คริสต์​14 เพื่อ​เรา​จะ​ไม่​เป็น​เด็ก​อีก​ต่อไป ถูก​ซัด​ไป​ซัด​มา​และ​หัน​ไป​เหมา​ด้วย​ลมปาก​แห่ง​คำ​สั่ง​สอน​ทุก​อย่าง และ​ด้วย​เล่ห์​กล​ของ​มนุษย์​ตาม​อุบาย​ฉลาด​อัน​เป็น​การ​ล่อลวง​15 แต่​ให้​เรา​ยึด​ความ​จริง​ด้วย​ใจ​รัก เพื่อ​จะ​จำเริญ​ขึ้น​ทุก​อย่าง​สู่​พระ​องค์​ผู้​เป็น​ศีรษะ คือ​พระ​คริสต์​16 คือ​เนื่องจาก​พระ​องค์​นั้น ร่างกาย​ทั้งสิ้น​ที่​ติดต่อ​สนิท​และ​ประสานกัน​โดย​ทุกๆ ข้อ​ต่อ​ที่​ทรง​ประทาน ได้​จำเริญ​เติบโต​ขึ้น​ด้วย​ความ​รัก เมื่อ​อวัยวะ​ทุก​อย่าง​ทำงาน​ตาม​ความ​เหมาะสม​แล้ว​

สังคมที่น่าอยู่ที่สุด คือ ทุกคนเป็นผู้ใหญ่ (ในขณะที่มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่อยู่ร่วมกัน)  คนที่อยู่ร่ววมกัน รู้บทบาทหน้าที่ของตนเองว่าต้องทำอะไร อยู่ตรงไหน และเชื่อมต่อกับใคร

คริสตจักร คือสังคมที่พระเจ้าทรงคาดหวังให้ทุกคนเป็นผู้ใหญ่ ทุกคน  แม้แต่เด็ก ก็มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ อ.เปาโลเอง (ระดับการศึกษาขั้นปัจจุบันของเราเรียกว่า ด๊อกเตอร์  ท่านยังพบความจริงหลังจากมาเป็นคริสเตียนว่า ท่านเคยมีอาการเด็ก และเมื่อเป็นคริสเตียนแล้ว ท่านก็เลิกอาการเด็ก เป็นผู้ใหญ่ในสังคมใหม่ คือคริสตจักรของพระเยซูคริสต์

1โครินธ์ 13:11 11 เมื่อ​ข้าพเจ้า​ยัง​เป็น​เด็ก ข้าพเจ้า​พูด​อย่าง​เด็ก คิด​อย่าง​เด็ก ใคร่​ครวญหา​เหตุผล​อย่าง​เด็ก แต่​เมื่อ​ข้าพเจ้า​เป็น​ผู้ใหญ่ ข้าพเจ้า​ก็​เลิก​อาการ​เด็ก​เสีย​

คริสตจักร เป็นสังคมที่จะรู้จัก คำว่า  “สันติสุขที่ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้” มากที่สุด เพราะพระเยซูทรงเป็นเจ้าของวลีนี้ และเป็นผู้ให้สันติสุขนี้  และพระองค์เป็นผู้ตรัสว่า

มัทธิซ 16:18  18 ….บน​ศิลา​นี้ เรา​จะ​สร้าง​คริสตจักร​ของ​เรา​ไว้ และ​พลัง​แห่ง​ความ​ตาย​จะ​มี​ชัย​ต่อ​คริสตจักร​นั้น​หา​มิได้​

“สันติสุขที่ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้”  เกิดจากคริสตจักรที่พระเยซูคริสต์เป็นผู้สร้าง ไม่ใช่ความพยายามของมนุษย์ที่จะสร้างคริสตจักรให้กับพระเยซู

มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า การพยายามที่จะสร้างคริสตจักรให้กับพระเยซู  คริสตจักรก็จะออกมาหน้าตาแบบที่ไม่มีแบบแปลนในการสร้าง

มีคนเปรียบเทียบการสร้างบ้านแบบไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนก่อน  บ้านก็จะไม่เป็นบ้าน   บ้างก็เริ่มที่ห้องน้ำก่อน เพราะว่าจำเป็น บ้านที่สร้างไม่เสร็จก็มีแต่ส้วม บ้างก็เริ่มที่กำแพง บ้านสร้างไม่เสร็จจึงไม่สามารถใช้หลบแดดหลบฝน หรือใช้อาศัยได้

พระเยซูทรงมีพระประสงค์ที่จะสร้างคริสตจักรของพระองค์เอง และพระองค์มีแบบแปลนแล้ว ว่าคริสตจักร (บ้านหลังนี้) จะมีสันติสุขที่ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้ และคนที่พระองค์จะใช้ให้สร้างคริสตจักรให้กับพระองค์  พระองค์จะให้คนๆนั้นเห็นแบบแปลนของพระองค์ พระองค์จะให้คนๆนั้น  มีของประทานห้าอย่าง ได้แก่ อัครทูต ผู้ประกาศ ผู้เผยพระวจนะ ศิษยาภิบาล และอาจารย์ เป็นผู้ที่จะเตรียมธรรมิกชนเพื่อการรับใช้ และพระเยซูก็จะให้คนที่อยู่ในคริสตจักร มีส่วนในการสร้างคริสตจักรร่วมกัน ด้วยของประทานที่จะทำให้คริสตจักรแข็งแรง ก็คือ คนที่มีของประทานยี่สิบกว่าอย่าง ในพระคัมภีร์  ของประทานเหล่านี้ กระจายอยู่ตามพี่น้องที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

สดุดี 133:1,3 1 ดู​เถิด ซึ่ง​พี่​น้อง​อาศัย​อยู่​ด้วย​กัน​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน ​ก็​เป็น​การ​ดี และ​น่า​ชื่น​ใจ​มาก​สัก​เท่าใด…3 …เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​บังคับ​บัญชา​พระ​พร​ที่​นั่น คือ​ชีวิต​จำเริญ​เป็น​นิตย์​

พระเจ้ายังทรงเป็นผู้บังคับบัญชาการสร้างคริสตจักรของพระองค์ ในพระคัมภีร์สดุดีข้อนี้ ใช้คำว่า  บังคับบัญชาพระพรที่นั่น คือชีวิตจำเริญเป็นนิตย์ ซึ่งในหนังสือเอเฟซัสใช้คำว่า

….เพื่อ​เสริมสร้าง​พระ​กาย​ของ​พระ​คริสต์​ให้​จำเริญ​ขึ้น​13 จนกว่า​เรา​ทุก​คน​จะ​บรรลุ​ถึง​ความ​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน​ใน​ความ​เชื่อ และ​ใน​ความ​รู้​ถึง​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า จนกว่า​เรา​จะ​โต​เป็น​ผู้ใหญ่​เต็มที่ คือ​เต็ม​ถึง​ขนาด​ความ​ไพบูลย์​ของ​พระ​คริสต์

คริสตจักรทีมี “สันติสุขที่ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้”  คือสังคมที่น่าอยู่ ที่โลกนี้หาไม่ได้ ไม่มี  เกิดจากคริสตจักรที่ถูกสร้างขึ้นด้วยของประทานที่พระเยซูคริสต์เจ้าประทานให้ ภายใต้การบังคับบัญชาพระพรของพระเจ้า เนื่องด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

เหตุการณ์หนึ่งในขณะพระเยซูทรงทำพันธกิจ น่าจะให้บทเรียนแก่เราทั้งหลายในวันนี้    ดังต่อไปนี้

ลูกา 10:38-42  38 เมื่อ​พระ​องค์​กับ​เหล่า​สาวก​กำลัง​เดินทาง​ไป ​พระ​องค์​จึง​ทรง​เข้า​ไป​ใน​หมู่​บ้าน​แห่ง​หนึ่ง มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง ชื่อ​มารธา​ต้อนรับ​พระ​องค์​ไว้​ใน​เรือน​ของ​เธอ​39 มารธา​มี​น้องสาว​ชื่อ​มารีย์ และ​มารีย์​ก็​นั่ง​ใกล้​พระ​บาท​พระ​เยซู​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​พระ​องค์​ด้วย​40 แต่​มารธา​ยุ่ง​ใน​การ​ปรนนิบัติ​มาก จึง​มา​ทูล​พระ​องค์​ว่า “​พระ​องค์​เจ้า​ข้า ​พระ​องค์​ไม่​สน​พระ​ทัย​หรือ ซึ่ง​น้องสาว​ของ​ข้า​พระ​องค์​ปล่อย​ให้​ข้า​พระ​องค์​ทำ​การ​ปรนนิบัติ​แต่​คน​เดียว ขอ​พระ​องค์​สั่ง​เขา​ให้​มา​ช่วย​ข้า​พระ​องค์”41 แต่​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ตรัส​ตอบ​เธอ​ว่า “มารธา มารธา​เอ๋ย เธอ​กระวน​กระวาย​และ​ร้อน​ใจ​ด้วย​หลาย​สิ่ง​นัก​42 สิ่ง​ซึ่ง​ต้อง​การ​นั้น​มี​แต่​สิ่ง​เดียว มารีย์​ได้​เลือก​เอา​ส่วน​ดี​นั้น ใคร​จะ​ชิง​เอา​ไป​จาก​เธอ​ไม่ได้”

ความจริง สันติสุขที่ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้มาถึงบ้านของหญิงที่ชื่อ มารธา เมื่อพระเยซูคริสต์ (เจ้าชายแห่งสันติสุข) เสด็จเข้ามาในบ้านของนาง แต่ว่า อะไรเกิดขึ้น

1.เพราะรู้สึกแต่ว่าตนเองถูกเอาเปรียบ

​40 แต่​มารธา​ยุ่ง​ใน​การ​ปรนนิบัติ​มาก จึง​มา​ทูล​พระ​องค์​ว่า “​พระ​องค์​เจ้า​ข้า ​พระ​องค์​ไม่​สน​พระ​ทัย​หรือ ซึ่ง​น้องสาว​ของ​ข้า​พระ​องค์​ปล่อย​ให้​ข้า​พระ​องค์​ทำ​การ​ปรนนิบัติ​แต่​คน​เดียว ขอ​พระ​องค์​สั่ง​เขา​ให้​มา​ช่วย​ข้า​พระ​องค์”

มารธารู้สึกว่า น้องสาวของเธอ คือมารีย์ กำลังเอาเปรียบเธอ  ปล่อยให้นางทำงานหนักอยู่คนเดียว และตอนนี้ มารธากำลังตำหนิ พระเยซู หาว่า พระองค์ไม่สนใจ ความเดือดร้อนของนาง ที่ไม่มีใครช่วยเหลือ นางต้องทำงานคนเดียว จะว่า ตาขวางก็ว่าได้แล้วตอนนี้ อารมณ์ก็น่าจะโกรธทั้งน้องสาว และก็พาลโกรธพระเยซูไปด้วย (บางทีก็อาจจะคิดว่า พระเยซูไม่น่าจะมาเลย ) มาแล้ว ตนเองต้องวุ่นวาย ทำโน่นนี่นั่นอยู่คนเดียว

2.เพราะวุ่นวายใจกับหลายสิ่ง

41 แต่​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ตรัส​ตอบ​เธอ​ว่า “มารธา มารธา​เอ๋ย เธอ​กระวน​กระวาย​และ​ร้อน​ใจ​ด้วย​หลาย​สิ่ง​นัก​

พระเยซูคริสต์ทรงอ่านใจของมารธาออกว่า  สิ่งที่ทำให้นางไม่สงบ ไม่มีสันติสุขที่แท้จริง ทั้งๆที่พระองค์เสด็จเข้ามาในบ้าน เพื่อให้บ้านนี้ มีสันติสุข แต่มารธากลับไปมองเรื่องการรับใช้ ทำโน่นนี่นั่น ตามที่นางคิดเองว่า พระเยซูน่าจะต้องการอย่างนั้น อย่างนี้  โดยมองข้ามการเสด็จมาของพระเยซูว่า พระองค์กำลังนำสันติสุขที่ไม่เหมือนโลกนี้มาให้

พระเยซูเป็นคนสมถะ กินง่ายอยู่ง่าย  ไม่เรียกร้องอะไรที่พิเศษ ซึ่งนางมารธา อาจมองว่า พระเยซูมีชื่อเสียง เป็นพระอาจารย์ ที่ต้องมีอะไรพิเศษ เลยต้องทำมากเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่านางคิดว่า ในความพิเศษนั้น นางคาดหวังจะได้รับอะไรพิเศษตอบแทนกลับมาหรือเปล่า เช่น ความชื่นชอบเป็นพิเศษจากพระเยซู และเหล่าสาวก  ทั้งหมดนี้ จึงกลายเป็นความกระวนกระวายในหลายสิ่งนัก ของมารธา และพาลไปโกรธนางมารีย์ ที่ไม่ทำอย่างที่ตนเองอยากทำ  ที่เรียกว่า งานรับใช้…..

3.เพราะใกล้เกลือ…กินด่าง

42 สิ่ง​ซึ่ง​ต้อง​การ​นั้น​มี​แต่​สิ่ง​เดียว มารีย์​ได้​เลือก​เอา​ส่วน​ดี​นั้น ใคร​จะ​ชิง​เอา​ไป​จาก​เธอ​ไม่ได้”

พระเยซูสอนมารธา เรื่องการรู้ว่า ตนเองต้องการอะไร และยิ่งกว่านั้น ควรรู้ว่า พระองค์ต้องการอะไร  มารีย์ตอบสนองการเข้ามาในบ้านของพระเยซูคืออยู่ใกล้พระองค์ และนั่งฟังคำของพระองค์

….มารีย์​ก็​นั่ง​ใกล้​พระ​บาท​พระ​เยซู​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​พระ​องค์​ด้วย

มารีย์ได้สันติสุขที่ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้  ไม่ทุกข์ร้อน ไม่หิว ไม่กระวนกระวาย และที่สำคัญ นางไม่โกรธพี่สาว ที่มาว่านาง เรื่องสัพเพเหระทั้งหลาย

พระเยซูตรัสว่า  42 สิ่ง​ซึ่ง​ต้อง​การ​นั้น​มี​แต่​สิ่ง​เดียว มารีย์​ได้​เลือก​เอา​ส่วน​ดี​นั้น ใคร​จะ​ชิง​เอา​ไป​จาก​เธอ​ไม่ได้”

คำว่า ใครจะชิงเอาไปได้  คือสำนวนคำเดียวกัน กับที่พระเยซูใช้สอน เรื่องเมล็ดที่ตกลงไปในพื้น

ลูกา 8:12  12 ที่​ตก​ตาม​หนทาง​ได้แก่ คน​เหล่า​นั้น​ที่​ได้​ยิน​แล้ว​มาร​มา​ชิง​เอา​พระ​วจนะ​จาก​ใจ​ของ​เขา เพื่อ​ไม่ให้​เชื่อ​และ​รอด​ได้​

หัวใจที่เป็นเพียงแค่หนทาง ที่เมล็ดแห่งพระวจนะตกแล้วก็ถูกมารมาชิงไป หมายถึง การไม่ยอมให้พระวจนะฝังลงในจิตใจ จิตใจที่ไม่ให้พระวจนะฝังลง คือจิตใจที่ไม่ยอมจำนน ไม่ให้พระวจนะทำงาน เป็นเพียงผู้ฟังพระวจนะ แล้วก็ผ่านไปเท่านั้น หัวใจของมารีย์ เป็นดินดี พร้อมรับพระวจนะให้ฝังลงไป  นางมารีย์ให้ความสำคัญกับถ้อยคำของพระเยซูคริสต์  แต่มารธาที่เอาแต่รับใช้ๆ  เพราะมารธาคิดว่า นั่นคือการทำให้พระเยซูพอใจ กับการปรนนิบัติอย่างนั้น สันติสุขที่มาถึงแล้ว จึงหลุดไปจากมือของมารธา กลับกลายเป็นความกระวนกระวายใจแทน  มารธาจึงกลายเป็นคนที่ใกล้เกลือ แทนที่จะได้กินเกลือ แต่กลับกลายเป็นใกล้เกลือ…กินด่าง คือ  การพลาดไปจาก  “สันติสุขที่ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้” ที่มาถึงบ้านของนางแล้ว

4.สันติสุขที่ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้…จะรักษาความเชื่อที่แท้จริงจนถึงที่สุด

เมื่อครอบครัวของมารธาและมารีย์เผชิญกับวิกฤต ในการสูญเสียลาซารัส น้องชายผู้เป็นที่รักไป  ยอห์น 11:17-44

ยอห์น  11:21-27,28-29,32-33  21 มารธา​ทูล​พระ​เยซู​ว่า “​พระ​องค์​เจ้า​ข้า ถ้า​พระ​องค์​อยู่​ที่นี่​น้อง​ชาย​ของ​ข้า​พระ​องค์​ก็​คง​ไม่​ตาย​22 ถึงแม้​เดี๋ยวนี้​ข้า​พระ​องค์​ก็​ทราบ​ว่า​สิ่ง​ใดๆ ที่​พระ​องค์​จะ​ทูล​ขอ​จาก​พระ​เจ้า ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​โปรด​ประทาน​แก่​พระ​องค์” ​23พระ​เยซู​ตรัส​กับ​นาง​ว่า “น้อง​ชาย​ของ​เจ้า​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา​อีก”24 มารธา​ทูล​พระ​องค์​ว่า “ข้า​พระ​องค์​ทราบ​แล้ว​ว่า​เขา​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา​อีก​ใน​วัน​สุดท้าย เมื่อ​คน​ทั้ง​ปวง​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา”25 ​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เธอ​ว่า “เรา​เป็น​เหตุ​ให้​คน​ทั้ง​ปวง​เป็น​ขึ้น​และ​มี​ชีวิต ผู้​ที่​วางใจ​ใน​เรา​นั้น ถึงแม้ว่า​เขา​ตาย​แล้ว​ก็​ยัง​จะ​มี​ชีวิต​อีก​26 และ​ทุก​คน​ที่​มี​ชีวิต​และ​วางใจ​ใน​เรา​จะ​ไม่​ตาย​เลย เจ้า​เชื่อ​อย่าง​นี้​ไหม”27 มารธา​ทูล​พระ​องค์​ว่า “เชื่อ​พระ​องค์​เจ้า​ข้า ข้า​พระ​องค์​เชื่อ​ว่า​พระ​องค์​ทรง​เป็น​พระ​คริสต์​ ​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ที่​เสด็จ​มา​ใน​โลก”​

28 เมื่อ​เธอ​ทูล​ดังนี้​แล้ว เธอ​ก็​กลับไป​เรียก​มารีย์​น้องสาว กระซิบ​ว่า “​พระ​อาจารย์​เสด็จ​มา​แล้ว และ​ทรง​เรียก​เจ้า”29 เมื่อ​มารีย์​ได้​ยิน​แล้ว​เธอ​ก็​รีบ​ลุก​ขึ้น​ไป​เฝ้า​พระ​องค์​30 ฝ่าย​พระ​เยซู​ยัง​ไม่​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​หมู่​บ้าน​ แต่​ยัง​ประทับ​อยู่ ณ ที่​ซึ่ง​มารธา​พบ​พระ​องค์​นั้น​…32 ครั้น​มารีย์​มาถึง​ที่​ซึ่ง​พระ​เยซู​ประทับ​อยู่​และ​เห็น​พระ​องค์​แล้ว จึง​กราบ​ลง​ที่​พระ​บาท​ของ​พระ​องค์​ทูล​ว่า “​พระ​องค์​เจ้า​ข้า ถ้า​พระ​องค์​ประทับ​อยู่​ที่นี่ น้อง​ชาย​ของ​ข้า​พระ​องค์​ก็​คง​ไม่​ตาย”

33 เมื่อ​พระ​เยซู​ทรง​เห็น​เธอ​ร้องไห้ และ​พวก​ยิว​ที่มา​กับ​เธอ​ก็​ร้องไห้​ด้วย ​พระ​องค์​ก็​ทรง​สะเทือน​พระ​ทัย​และ​ทรง​เป็น​ทุกข์​34 ​พระ​องค์​ตรัส​ว่า “พวก​เจ้า​เอา​ศพ​เขา​ไป​ไว้​ที่​ไหน” เขา​ทูล​พระ​องค์​ว่า “​พระ​องค์​เจ้า​ข้า เชิญ​เสด็จ​มา​ดู​เถิด”35 ​พระ​เยซู​ทรง​พระ​กันแสง​

มารีย์พูดกับพระเยซู  ประโยคเดียวกันกับที่มารธาพูด   แต่ทำให้พระเยซูร้องไห้  ไม่ต้องมีคำพูดที่แสดงความเชื่อมาก แต่เป็นคำพูดที่เต็มไปด้วยความเชื่อที่มาจากสันติสุขที่ไม่เหมือนโลกนี้ให้ เป็นสิ่งที่พระเยซูทรงตรัสว่า ไม่มีใครจะชิงไปจากนางได้  แม้วิกฤตชีวิตจะเข้ามาโถมทับ มารีย์ยังมีความเชื่อ และความเชื่อนี้แหล่ะที่ทำให้ลาซารัสฟื้นขึ้นมาจากความตาย

สันติสุขที่ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้  ทำให้เราสามารถรับมือกับวิกฤตที่เข้ามาในชีวิตของเราได้ ระวัง….

สันติสุขที่ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้…อาจหลุดมือไป

  1. เพราะรู้สึกแต่ว่า ตนเองถูกเอาเปรียบ
  2. เพราะวุ่นวายใจด้วยหลายสิ่ง
  3. เพราะใกล้เกลือ…กินด่าง
  4.  สันติสุขที่ไม่เหมือนกับโลกนี้ให้…จะรักษาความเชื่อที่แท้จริงจนถึงที่สุด