สาส์นศิษยาภิบาลอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2014

“โง่เขลา…อ่อนแอ…และสำคัญผิด”

1โครินธ์1:27-28  27 แต่​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​เลือก​คน​ที่​โลก​ถือ​ว่า​โง่​เขลา เพื่อ​ทำ​ให้​คน​มี​ปัญญา​อับ​อาย และ​ได้​ทรง​เลือก​คน​ที่​โลก​ถือ​ว่า​อ่อนแอ เพื่อ​ทำ​ให้​คน​ที่​แข็งแรง​อับ​อาย​28 ​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​เลือก​สิ่ง​ที่​โลก​ถือ​ว่า​ต่ำ​ต้อย​และ​ดู​หมิ่น และ​เห็น​ว่า​ไร้​สาระ เพื่อ​ทำลาย​สิ่ง​ซึ่ง​โลก​เห็น​ว่า​สำคัญ​ ค่านิยม การยึดติด และการสำคัญผิด ล้วนตรงกันข้ามกับการทรงเลือกของพระเจ้า พระเจ้าทรงเลือกคนโง่เขลา คนอ่อนแอ คนต่ำต้อย คนที่ถูกดูหมิ่น คนที่ไม่สำคัญ พระคัมภีร์ได้กล่าวต่ออีกว่า การเลือกของพระเจ้า…เพื่อทำให้คนมีปัญญาอับอาย…คนที่แข็งแรงอับอาย…สิ่งที่โลกให้ความสำคัญถูกทำลาย…  นี่คือตอนจบ  เพราะฉะนั้น พี่น้องที่รักในพระคริสต์ หากท่านกำลังอยู่ในภาวะที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่พระเจ้าเลือก (ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่พระเจ้าต้องการทำให้อับอายหรือทำลาย) คุณจะกลัวไปทำไม คุณจะหวั่นไหวไปทำไม คุณจะแคร์ไปทำไม กับการหวงแหนสิ่งที่กำลังจะถูกทำลาย หรือห่วงกังวลเพื่อโอ้อวดว่ามีปัญญา หรือโอ้อวดความแข็งแรง ในยุคของเราในทุกวันนี้ มีคนไม่น้อยที่เป็นทุกข์กับการไม่ได้ดั่งใจ เพราะใจนั้นติดไปกระแสค่านิยมของคนรอบข้าง เช่น ต้องให้ลูกเรียนแพงๆ ต้องเทียบเทียมกับญาติพี่น้อง (เดี๋ยวน้อยหน้า) รู้สึกอับอาย รู้สึกขายหน้า รู้สึกไม่มีอะไรจะโอ้อวด เมื่อหลายวันก่อน ข้าพเจ้าไปขี่จักรยานออกกำลังกายตอนเช้าและเจอคนขี่จักรยานที่พบกันบ่อย ณ จุดหยุดพัก ชวนให้หยุดพัก หยุดคุยกัน ความจริงกลุ่มนี้ได้เคยชวนข้าพเจ้าร่วมทริปไปพุทธมณฑลสายสี่กับพวกเขาในเช้าวันที่ข้าพเจ้าปฏิเสธไม่ไปด้วย (เพราะต้องไปโบสถ์) ขากลับข้าพเจ้าประสบกับอุบัติเหตุจักรยานล้ม บาดเจ็บไปหลายแผล (ตอนนี้กำลังหายดีแล้ว) เมื่อได้เจอกันอีก พวกเขาทราบเรื่อง ก็มีคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า ถ้าไปกับพวกเขา ข้าพเจ้าคงจะไม่พบกับเหตุการณ์จักรยานล้ม ข้าพเจ้าก็เลยเล่าเรื่องขากลับพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่ง ที่ไม่ได้ไปร่วมทริปครั้งนั้นด้วย ข้าพเจ้าถามเขาว่า ทำไมไม่ไปกับพวกนั้น ผู้ชายคนนั้นตอบว่า ก็ดูชุดเราสิ ข้าพเจ้ารู้สึกขำๆกับคำพูดของผู้ชายคนนี้ ดูเหมือนจริงจังมากกับชุดที่ใส่ขี่จักรยาน (ที่ข้าพเจ้าใส่ขี่ทุกวันก็ยับๆ เป็นเสื้อยืดง่ายๆ ขาสั้น รองเท้าผ้าใบ) แต่การเล่าเรื่องผู้ชายคนดังกล่าวให้กับคนที่ใส่ชุดจักรยานครบครันเหล่านั้นฟัง ทำให้พวกเขาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เขาคงไม่คิดว่า ชุดจักรยานที่ครบครันของพวกเขานั้นจะเป็นอุปสรรคต่อคนที่เขาชวนให้ร่วมทริปด้วย มันทำให้เกิดการแบ่งแยกอย่างชัดระหว่างคนมีชุดกับคนไม่มีชุด (จักรยาน) แต่สำหรับข้าพเจ้าไม่รู้สึกอย่างนั้น ถ้าไม่ติดโบสถ์ คงจะไปกับพวกเขาแล้ว แต่บทเรียนที่ข้าพเจ้าได้รับในครั้งนี้ก็คือ ได้เห็นการยึดติดอยู่กับค่านิยมอะไรบางอย่างทำให้เป็นปมด้อย และความรู้สึกอับอายกับการไม่สามารถเทียบเทียมกับคนรอบข้างได้ นี่คือความโง่เขลา ความอ่อนแอ และความสำคัญผิดที่แท้จริงในชีวิตของมนุษย์ และเป็นเป้าหมายที่พระเจ้าต้องการทำลายและทำให้อับอาย… ขออย่าให้เราตกเป็นเป้าหมายอย่างนี้เลย เฮ้อ…