่คำเทศนาอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม 2021 (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

“ตามพระเยซูคริสต์…ด้วยสายตาที่ยาวไกล”

 

ยอห์น 9:1-13,35-41  ยอห์น 10:1-5

 

ดวงตา คือ องค์ประกอบสำคัญในการมองอะไรรอบตัวได้ชัด และมองได้ไกล ข้าพเจ้าขอบคุณพระเจ้าที่ได้รับการผ่าตัดต้อกระจกทั้งสองข้างเรียบร้อย ด้วยการครอบคลุมของประกันหมู่ที่ทางคริสตจักรทำให้ ทำให้ข้าพเจ้าได้สายใหม่ที่ชัดเจน ต้อกระจก เป็นโรคหนึ่งที่มักเกิดขึ้นกับคนอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เรียกว่า ตามวัย ก่อนผ่าตัด คุณหมอจะถามว่า ไลฟ์สไตล์ชีวิตของข้าพเจ้าเป็นอย่างไร ในการใช้สายตา อ่านหนังสือ ขับรถ  ข้าพเจ้าบอกคุณหมอว่า ข้าพเจ้าใช้สายตาทั้งระยะไกล และใกล้ จึงเป็นที่มาของการได้สายตาใหม่ หลังผ่าตัด ที่มองใกล้ชัด มองไกลชัด (ระยะที่ขับรถได้ไม่ต้องใส่แว่น อ่านหนังสือได้ ดูคอมได้ ไม่ต้องใช้แว่น ยกเว้นตัวหนังสือตัวเล็กๆมากๆ ก็ใช้แว่นของคนสายตายาวที่ไม่ยาวมา สำหรับอ่านหนังสือตัวเล็ก นี่คือสายตาใหม่ที่ข้าพเจ้าแฮปปี้มาก ก่อนหน้านี้ ทรมานมาก กับการใช้ชีวิตที่ต้องใช้สายตาในชีวิตประจำวัน   นี่เป็นเพียงแค่สายตาทางกายภาพ ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตขนาดนี้ แล้วสายตาทางจิตวิญญาณ จะส่งผลกระทบขนาดไหน

 

วันนี้ พระวจนะของพระเจ้ามาถึงเรา เรื่อง คนตาบอดมองเห็นได้ และคำสอนของพระเยซูคริสต์เรื่อง การตามเสียงของพระองค์

 

ในวีดีโอประกอบคำเทศนา ได้นำตอนต้น มาต่อกับตอนท้ายของการที่คนขอทานตาบอดมองเห็นได้ จากการอัศจรรย์ในการรักษาของพระเยซูคริสต์ ช่วงที่วีดีโอไม่มี ก็คือ ในยอห์น 9:13-34  ข้าพเจ้าสรุปเหตุการณ์หลังจากคนตาบอดมองเห็นได้ ว่า เขาเจอกับอะไร คนตาบอดมองเห็นได้ ถูกพาไปพบกับพวกฟาริสี น่าจะเป็นพวกฟาริสีที่อยู่ในสภาซานเฮดดริน สภาซานเฮดดริน เป็นเหมือนกรรมการผู้ปกครองคนยิวกันเองในยุคที่ตกเป็นอาณานิคมของอาณาจักรโรม มี 70 คน ซึ่งประกอบไปด้วยพวกฟาริสีเป็นส่วนใหญ่ และคนพวกนี้จะถูกเรียกว่า พวกปุโรหิต และหัวหน้าปุโรหิต  เบื้องหลังที่คนตาบอดมองเห็นได้คนนี้ถูกพาไปหากลุ่มพวกฟาริสีที่ประจำการในสภาพซานเฮดดริน ก็เพื่อจะให้ตรวจสอบว่า สิ่งที่เกิดกับคนตาบอดคนนี้ เป็นสิ่งดีหรือไม่ดีอย่างไร เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันสะบาโต ที่พวกฟาริสีสอนตามธรรมบัญญัติเรื่องห้าทำงาน ห้ามทำอะไรในวันสะบาโต แต่พระเยซูคริสต์กลับรักษาคนตาบอดให้มองเห็นได้ เพือนๆของคนตาบอด หรือประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ก็สงสัยว่า มันขัดแย้งกับคำสอนที่พวกเขาได้รับหรือไม่ จึงเป็นที่มาของการพาคนตาบอดไปหาพวกฟาริสี เพราะคนพวกนี้ทำหน้าที่เหมือนผู้ตรวจสอบคำสอน กิจกรรมต่างๆว่า อันนั้น ดี หรือไม่ดี  ในบันทึกของยอห์นตอนนี้จึงได้มีคำโต้แย้งระหว่าง คนที่พาคนตาบอดไปหาพวกฟาริสี ได้ตั้งคำถามพวกฟาริสี เมื่อการตรวจสอบของพวกฟาริสี เต็มไปด้วยอคติที่มีต่อพระเยซูคริสต์

 

ยอห์น 9:16 16 พวก​ฟาริสี​บาง​คน​พูด​ว่า “ชาย​คน​นี้​ไม่​ได้มา​จาก​พระ​เจ้า เพราะ​เขา​มิได้​รักษา​วันสะบาโต” แต่​คน​อื่น​พูด​ว่า “คน​บาป​จะ​ทำ​หมาย​สำคัญ​เช่นนั้น​ได้​อย่างไร” พวก​เขา​ก็​แตก​แยก​กัน​

 

ชายคนนี้  หมายถึงพระเยซูคริสต์ที่พวกฟาริสีใช้สรรพนามเรียกพระองค์ นี่คือการโต้ตอบระหว่างคนที่พาคนตาบอดมองเห็นได้ มาให้พวกฟาริสีตรวจสอบ  และพวกฟาริสีบางคนที่มีอคติ ก็ตัดสินพระเยซูเป็นคนบาป เพราะพระองค์ทำสิ่งที่ขัดแย้งกับคำสอนที่พวกฟาริสีสอน เรื่องวันสะบาโต ห้ามทำงานทุกอย่าง แม้แต่รักษาคนป่วย ให้หายโรค ….

 

ยอห์น 9:17  17 เขา​จึง​พูด​กับ​คน​ตา​บอด​อีก​ว่า “เจ้า​คิด​อย่างไร​เรื่อง​คน​นั้น ใน​เมื่อ​เขา​ได้​ทำ​ให้​ตา​ของ​เจ้า​หาย​บอด” ชาย​คน​นั้น​ตอบ​ว่า “ท่าน​เป็น​ผู้เผย​พระ​วจนะ”

 

คำว่า ผู้เผยพระวจนะ รากศัพท์กรีก แปลว่า ผู้ที่มีถ้อยคำพูดเพื่อพระเจ้า ผู้ที่ล่วงรู้เหตุการณ์ก่อนล่วงหน้า ผู้ที่มีคำพูดสร้างแรงบันดาลใจ  มาจากการผสมคำสองคำ  คำแรก แปลว่า มาก่อน ที่ผ่านมา ข้างบน กับอีกคำ แปลว่า การเปิดเผยความคิด นำไปสู่แสงสว่าง คำตอบ

สองคำนี้ สร้างขึ้นมาเป็นคำว่า ผู้เผยพระวจนะ ที่ขอทานตาบอดมองเห็นได้เรียกพระเยซูคริสต์  บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ มีพวกฟาริสี ประชาชนที่สงสัย และพาคนตาบอดมองเห็นได้ไปหาพวกฟาริสี และตอนนี้ คือคนตาบอดมองเห็นได้ ที่มีพ่อแม่ของเขาอยู่ด้วย ยืนยันว่า ตาบอดแต่กำเนิด  พยานบุคคลเหล่านี้ ทำให้พวกฟาริสีไม่สามารถจะเอาผิดกับพระเยซูคริสต์ได้ สุดท้าย บทสนทนาจบลงที่…

 

ยอห์น 9:30-34 30 ชาย​คน​นั้น​ตอบ​ว่า “เออ ช่าง​ประหลาด​จริงๆ ที่​พวก​ท่าน​ไม่​รู้​ว่า​ท่าน​ผู้​นั้น​มา​จาก​ไหน แต่​ท่าน​ผู้​นั้น​ก็​ยัง​ได้​ทำ​ให้​ตา​ของ​ข้าพเจ้า​หาย​บอด​31 พวก​เรา​รู้​ว่า​พระ​เจ้า​มิได้​ฟัง​คน​บาป แต่​ถ้า​ผู้ใด​ยำเกรง​พระ​เจ้า และ​กระทำ​ตาม​พระ​ทัย​พระ​องค์ ​พระ​องค์​ก็​ทรง​ฟัง​ผู้​นั้น​32 ตั้งแต่​เริ่ม​มี​โลก​มา​แล้ว ไม่​เคย​มี​ใคร​ได้​ยิน​ว่า มี​ผู้ใด​ทำ​ให้​ตา​ของ​คน​ที่​บอด​แต่​กำเนิด​มอง​เห็น​ได้​33 ถ้า​ท่าน​ผู้​นั้น​ไม่​ได้มา​จาก​พระ​เจ้า​แล้ว​ก็​คง​ไม่​สามารถ​ทำ​ได้”34 เขา​ทั้ง​หลาย​ตอบ​คน​นั้น​ว่า “เอ็ง​เกิด​มา​ใน​การ​บาป​ทั้งนั้น และ​เอ็ง​จะ​มา​สอน​เรา​หรือ” แล้ว​เขา​จึง​อเปหิ​คน​นั้น​เสีย​

 

ชายคนนั้น คือ ขอทานตาบอดมองเห็นได้ ถูกพวกฟาริสีอเปหิ คือไล่ออกไป และเป็นที่มาของภาพที่พระเยซูคริสต์ที่ทรงอยู่ในที่เดียวกันนั้น พบกับชายของทานตาบอดมองเห็นได้อีกครั้ง และพระองค์ได้ตรัสถึงความบอดของวิญญาณจิต

 

ยอห์น 9:39-41 39 ​พระ​เยซู​ตรัส​ว่า “เรา​เข้า​มา​ใน​โลก​เพื่อ​แก่​การ​พิพากษา เพื่อให้​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​มอง​ไม่​เห็น​กลับ​มอง​เห็น และ​คน​ที่​มอง​เห็น​กลับ​ตา​บอด”40 เมื่อ​พวก​ฟาริสี​ที่​อยู่​ใกล้​พระ​องค์​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น จึง​กล่าว​แก่​พระ​องค์​ว่า “เรา​ตา​บอด​ด้วย​หรือ”41 ​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ถ้า​พวก​ท่าน​ตา​บอด​พวก​ท่าน​ก็​จะ​ไม่​มี​ความ​ผิด​บาป แต่​บัดนี้​ท่าน​พูด​ว่า ‘เรา​มอง​เห็น’ เหตุ​ฉะนั้น​ความ​ผิด​บาป​ของ​ท่าน​จึง​ยัง​มี​อยู่​

 

ต่อไปยังบทที่ 10 ที่พระเยซูคริสต์ได้ตรัสคำอุปมาถึง แกะฟังเสียงผู้เลี้ยง  คือความต่อเนื่องของเหตุการณ์ครั้งนี้  โดยธรรมชาติของแกะ คือสายตาไม่ดี แต่หูจะดี  ผู้เลี้ยงแกะในยุคยิวโบราณ ผู้เลี้ยงแกะจะใช้เวลากับแกะ เลี้ยงแกะตั้งแต่เกิด จนโต จนแกะจำเสียงผู้เลี้ยงได้ และอาจจะมีบางครั้งที่ผู้เลี้ยงแกะตัวจริง อาจต้องว่าจ้างคนอื่นมาดูแลแกะให้บางเวลา เมื่อผู้เลี้ยงติดภารกิจที่อาจต้องละแกะไว้บางขณะ หรือฝากแกะไว้กับที่กั้นคอกชั่วคราว ให้คนรับจ้างดูแล แต่เมื่อผู้เลี้ยงกลับมา ส่งเสียง แกะก็จะจำเสียงผู้เลี้ยงและเดินตาม คนว่าจ้างจะเรียกแกะยังไง แกะก็ไม่ตามพวกรับจ้าง เพราะมาทำภารกิจ เพียงชั่วคราว คำสอนของพระเยซูตอนนี้ ที่ตอบโต้กับพวกฟาริสี เพื่อจะบอกว่า พวกฟาริสี ไม่ใช้ผู้เลี้ยงจิตวิญญาณที่แท้จริง  เมื่อประชาชนที่คิดได้ ก็จะมีคำถามกับวินิจฉัยของพวกฟาริสีที่มีอคติ และตอบคำถามของพวกเขาไม่ได้ และโดยเฉพาะชายขอทานตาบอดมองเห็นได้ ที่มีประสบการณ์ตรงกับพระเยซูคริสต์ เขาสามารถที่จะบอกได้เลยว่า พระเยซูคริสต์ผู้เผยพระวจนะ (ที่มาจากพระเจ้า) แม้พวกฟาริสีจะใช้หลักธรรมบัญญัติเรื่องวันสะบาโตกล่าวหาพระเยซูว่า พระองค์เป็นคนบาป ทำผิดก็ตาม แต่ประชาชนที่สงสัย ก็ไม่เชื่อ และคนที่มีประสบการณ์ตรง นอกจากจะไม่เชื่อคำลวงของพวกฟาริสีแล้ว  ยิ่งมีความมั่นใจว่า พระเยซูคริสต์มาจากพระเจ้า

 

นี่คือ การตามพระเยซูคริสต์…ด้วยสายตาที่ยาวไกล  มีคำพูดเปรียบเทียบการมีสายตาที่ยาวไกล กับนกชนิดหนึ่ง นั่นคือ นกอินทรี

 

นกอินทรี ต้องสามารถเห็นเหยื่อได้นานก่อนที่เหยื่อจะมองเห็นพวกมัน แม้แต่อินทรีที่สายตาสั้นที่สุดก็สามารถมองเห็นได้มากกว่ามนุษย์ถึง 4 เท่า นกอินทรีที่สายตาแหลมคมที่สุดสามารถมองเห็นได้มากกว่ามนุษย์ 8 เท่า คาดว่าสามารถเห็นกระต่ายได้ไกลถึง 5 กิโลเมตร

 

และผู้เผยพระวจนะ มักถูกเปรียบเทียบ เป็นเหมือนนกอินทรี คือผู้ที่มีสายตาฝ่ายวิญญาณที่มองเห็นได้ยาวไกล (เป็นสายตาเดียวกันกับพระเจ้าที่ทรงอนุญาตให้เห็นอย่างที่พระองค์ทรงมองเห็น) พระคัมภีร์มักจะนำเอานกอินทรี มาใช้ในการเปรียบเทียบความเร็ว ปีกใหญ่และแข็งแรง

 

มีหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อว่า The Eagle in You แปลว่า นกอินทรีในตัวคุณ   รวบรวมข้อมูลโดยผู้รับใช้พระเจ้าท่านหนึ่ง ชื่อ อาจารย์ เฮนรี่ รามายา ได้เขียนเกี่ยวกับวิถีชีวิตของนกอินทรี กับวิถีชีวิตของคริสเตียน ที่ติดตามพระเยซูคริสต์เจ้า และลักษณะหนึ่งของนกอินทรีที่สูญเสียการมองเห็น(เพราะชราภาพมาก) คือการฟื้นคือศักยภาพการมองเห็นกลับมาได้อีกครั้ง เมื่อนกอินทรีสายพันธ์นี้ เพ่งมองดูดวงอาทิตย์เป็นเวลานาน คงไม่ต้องพูดถึง ฟื้นฟูการบินด้วยการสลัดขนเก่าออก งอกขนใหม่ และกำลังใหม่ของนกอินทรีที่สูญเสียการมองไป กลับมาพร้อมกัน นั่นคือ การมองเห็นใหม่ ทำให้นอกอินทรีมีกำลังใหม่มาด้วย

 

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ข้าพเจ้าประสบกับปัญหานกแก้วพันธ์เลิฟเบิร์ดที่เลี้ยงไว้ เกิด ป่วย ชัก และหาสาเหตุไม่ได้ สภาพหายใจไม่ดี ใกล้เสียชีวิต แต่แล้วก็ฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่สูญเสียการมองเห็นไป พาไปหาหมอนก Exotic animal ข้าพเจ้าพูดกับคุณหมอว่า นกข้าพเจ้า ตาบอด หมอถามข้าพเจ้าทันทีว่า รู้ได้ยังไงว่าเขาตาบอด ข้าพเจ้าทดสอบแล้ว เขามองไม่เห็น เมื่อได้พบกับหมอเฉพาะทางเกี่ยวกับตา หมอตาพูดกับข้าพเจ้าว่า นกตัวนี้ ในระยะเวลานี้ เรียกว่า ตาบอดชั่วคราว ต้องรอจนพ้นระยะสองสัปดาห์ ถ้าไม่ฟื้นสายตากลับมา ก็อาจจะตาบอดถาวร แต่ก็ไม่ได้ให้ความหวังสำหรับเรื่องนี้ แต่ให้แนวทางรักษา และการฟื้นการมองเห็นกลับมาที่ต้องนำมาปฏิบัติในระยะเวลาที่ระบุไว้

 

ตามพระเยซูคริสต์…ด้วยสายตาที่ยาวไกล  กับประสบการณ์เรื่องนกแก้วของข้าพเจ้า ได้ทำให้ข้าพเจ้ามองเห็นสายตาฝ่ายวิญญาณของมนุษย์ทุกคน ที่พระเยซูคริสต์ทรงตรัสกับพวกฟาริสี ที่โต้เถียงคำตรัสของพระองค์….

 

ยอห์น 9:39-41 39 ​พระ​เยซู​ตรัส​ว่า “เรา​เข้า​มา​ใน​โลก​เพื่อ​แก่​การ​พิพากษา เพื่อให้​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​มอง​ไม่​เห็น​กลับ​มอง​เห็น และ​คน​ที่​มอง​เห็น​กลับ​ตา​บอด”40 เมื่อ​พวก​ฟาริสี​ที่​อยู่​ใกล้​พระ​องค์​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น จึง​กล่าว​แก่​พระ​องค์​ว่า “เรา​ตา​บอด​ด้วย​หรือ”41 ​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ถ้า​พวก​ท่าน​ตา​บอด​พวก​ท่าน​ก็​จะ​ไม่​มี​ความ​ผิด​บาป แต่​บัดนี้​ท่าน​พูด​ว่า ‘เรา​มอง​เห็น’ เหตุ​ฉะนั้น​ความ​ผิด​บาป​ของ​ท่าน​จึง​ยัง​มี​อยู่​

 

ความผิดบาปที่พระเยซูคริสต์ทรงใช้คำนี้ แปลว่า ล้มเหลวในการทำสิ่งที่ถูก หรือล้มเหลวในการทำได้อย่างสมบูรณ์ แปลว่า เริ่มต้นดี แต่จบไม่ดี ไปไม่ถึงเป้าหมายของสิ่งที่ดีที่แท้จริง นี่คือสภาพของคนที่ตาบอด ที่คลำทาง และถ้าจะไปให้ดี ก็ต้องมีคนนำทางตาดี คำถามก็คือว่า ใครคือผู้นำทางตาดี ที่มีสายตายาวไกล

 

ในยุคของเรา โดยเฉพาะประเทศไทย มีอาชีพหนึ่งที่ขายดีเวลานี้ ก็คืออาชีพหมอดู หมอทำนายดวงชะตา คนไทยติดเรื่องนี้มาก และกลยุทธของเหล่าบรรดาหมอดูก็คือ การกระตุ้นความอยากรู้ของคนว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร คำพูดที่เต็มไปด้วยศิลปะของการสร้างแรงกระตุ้น ขอบอกว่า คนพวกนี้ เก่งเอามากๆ  แต่พระคัมภีร์ได้ห้ามตั้งแต่ต้นเลยว่า อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกหมอดู พ่อมด คนเล่นไสยศาสตร์ใดๆทั้งสิ้น

 

เฉลยธรรมบัญญัติ 18:10-12  10 อย่า​ให้​มี​คน​หนึ่ง​คน​ใด​ใน​หมู่​พวก​ท่าน​ซึ่ง​ให้​บุตร​ชาย​หรือ​บุตร​หญิง​ของ​เขา​ลุย​ไฟ อย่า​ให้​ผู้ใด​เป็น​คน​ทำนาย เป็น​หมอ​ดู เป็น​หมอ​จับ​ยาม​ดู​เหตุการณ์ หรือ​เป็น​นัก​วิทยาคม11 เป็น​หมอ​ผี เป็น​คน​ทรง เป็น​พ่อ​มด แม่​มด หรือ​เป็น​หมอ​พราย​12 ผู้ใด​ที่​กระทำ​อย่าง​นี้​ย่อม​เป็น​ที่​รังเกียจ​แด่​พระ​เจ้า เพราะ​กระทำ​สิ่ง​พึง​รังเกียจ​เหล่า​นี้ ​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จึง​ทรง​ขับ​ไล่​เขา​เสีย​จาก​ท่าน​

 

ตามพระเยซูคริสต์….ด้วยสายตาที่ยาวไกล  ไม่ใช่ตามคำทำนายทายทักของพวกหมอดู หมอเดาทั้งหลาย จงระวังความอยากรู้ของตัวเองที่จะถูกกระตุ้น และจะทำให้พลาดไปจากสายตาที่ยาวไกลที่แท้จริง กลายเป็นไปติดตามสายตาของหมอดูหมอเดา  ความจริงอันหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนมีก็คือความจำกัดของการล่วงรู้อนาคต หรือแม้แต่การล่วงรู้อดีตที่ไม่ครบ ไม่สมบูรณ์ของตนเอง และของคนอื่น

 

ลูกา 6:24  42 เหตุ​ไฉน​ท่าน​จึง​จะ​พูด​กับ​พี่​น้อง​ของ​ท่าน​ว่า ‘พี่​น้อง​เอ๋ย ให้​เรา​เขี่ย​ผง​ออก​จาก​ตา​ของ​เธอ’ แต่​ที่​จริง​ท่าน​เอง​ยัง​ไม่​เห็น​ไม้​ทั้ง​ท่อน​ที่​อยู่​ใน​ตา​ของ​ท่าน ท่าน​คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด จง​ชัก​ไม้​ทั้ง​ท่อน​ออก​จาก​ตา​ของ​ท่าน​ก่อน แล้ว​ท่าน​จะ​เห็น​ได้​ถนัด จึง​จะ​เขี่ย​ผง​ออก​จาก​ตา​พี่​น้อง​ของ​ท่าน​ได้​

 

นี่คือความจำกัดของมนุษย์ทุกคน และหน้าที่หลักของตนเอง ก็คือ การทำให้ตัวเองมองได้ชัดก่อน และถ้าไม่ได้ ก็ต้องพึ่งพาการมองเห็นชัดจากคนอื่น  คำตรัสของพระเยซูคริสต์ตอนนี้ อาจโยงเข้ากับคำสอนเรื่องแกะที่สายตาไม่ดี แต่ต้องอาศัยการฟังเสียงจากผู้เลี้ยง ซึ่งพระเยซูคริสต์ทรงตรัสว่า พระองค์เป็นผู้ลี้ยงที่ดี  ที่จะหาอาหารให้กับแกะได้ นอกจากผู้เลี้ยงที่ดี จะมีสปิริตการเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อแกะแล้ว ผู้เลี้ยงที่ดี ยังมีความสามารถที่จะหาอาหารที่ดีให้กับแกะได้ นั่นคือ ผู้เลี้ยงจะมีสายตาที่ดี จิตวินิจฉัย การวิเคราะห์ที่ดี ที่จะแยกแยะออกว่า อาหารที่ดีสำหรับแกะอยู่ที่ไหน ไปได้อย่างไร และรู้ล่วงหน้า มองได้แต่ไกล ทั้งหมดนี้คือ ลักษณะของนกอินทรี

 

ติดตามพระเยซูคริสต์…ด้วยสายตาที่ยาวไกล คำถามคือ  สายตาที่ยาวไกลนี้ เป็นสายตาของใคร

 

นกแก้วตาบอดชั่วคราวของข้าพเจ้า ในอดีต มีสายตาของตัวเองที่ไวมาก บินได้แม่นยำ มีพลัง กล้ามเนื้อแข็งแรง สามารถเลี้ยงตัวเองบนอากาศได้ระยะเวลาหนึ่งที่น่าทึ่ง แต่วันนี้ ความตาบอดเกิดขึ้นทำให้นกตัวนี้ กลับมาเหมือนเด็ก ต้องป้อนอาหารเสริม ป้อนน้ำให้ แต่เขาจะจำเสียงของข้าพเจ้าได้ และจะตอบสนองด้วยเสียงว่า เขารู้ว่า ข้าพเจ้าเดินมา หรืออยู่ใกล้  เวลานี้ ทุกอย่างฟื้นกลับมา กำลังใหม่มา แต่ยังมองไม่เห็น สิ่งที่ไม่เหมือนเดิม คือ เขาไม่กล้าบิน และไม่ยอมบิน เพราะเขามองไม่เห็น เขากลายเป็นนกที่บินได้ แต่หยุดกลางอากาศและร่อนลงมา ไปไม่ได้ไกล เราได้แต่ภาวนาให้สายตาฟื้นกลับคืนมาอีกครั้ง  คุณว่า เรื่องนกแก้วตัวนี้ ประยุกต์กับ ชีวิตคริสเตียนที่ถูกเปรียบการรอคอยพระเจ้า เพื่อจะรับกำลังใหม่ บินขึ้นดุจนกอินทรี มีเรื่องสายตาที่มองเห็นได้รวมอยู่ด้วยไม๊  วันนี้ เรากำลังเป็นนกอินทรีที่มีกำลัง พลังที่จะบิน แต่ว่า มองไม่เห็นอยู่หรือไม่….

 

อิสยาห์ 40:31 31 แต่​เขา​ทั้ง​หลาย​ผู้​รอ​คอย​พระ​เจ้า​จะ​เสริม​เรี่ยว​แรง​ใหม่ เขา​จะ​บิน​ขึ้น​ด้วย​ปีก​เหมือน​นก​อินทรี เขา​จะ​วิ่ง​และ​ไม่​เหน็ด​เหนื่อย เขา​จะ​เดิน​และ​ไม่​อ่อน​เปลี้ย​

 

ตามพระเยซูคริสต์…ด้วยสายตาที่ยาวไกล  ด้วยการสำแดงของพระเจ้า ผ่านเครื่องมือต่างๆที่พระเจ้าทรงประทานให้กับเราแล้ว นั่นคือ พระคัมภีร์ พระวิญญาณบริสุทธิ์ และของประทานของพระเจ้าที่กระทำโดยคริสตจักร ผ่านผู้รับใช้ที่ทำหน้าที่ต่างๆเพื่อเสริมสร้างทุกคนให้พร้อมรับใช้  เรามีของดีต่างๆเหล่านี้ แล้ว อย่าให้เสียของ และนี่คือสายตาที่ยาวไกลในการดำเนินชีวิตกับสถานการณ์ของโลกนี้ที่ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน คือไว้ใจอะไรไม่ได้เลย เราต้องการสายตาที่ยาวไกลนี้บนเส้นทางชีวิตการเป็นคริสเตียนของทุกคน

 

ตามพระเยซูคริสต์…ด้วยสายตาที่ยาวไกล  จงมีเครือข่าย และอยู่กับคริสตจักรท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง รักษาการเชื่อมต่อกันและกัน เพื่อจะได้รับการทำพันธกิจผ่านคริสตจักรท้องถิ่น และคริสตจักรสากล  ขอพระเจ้าเสริมกำลังให้พี่น้องทุกท่านสามารถผ่านสถานการณ์โควิด และเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำไปได้ อาเมน