คำเทศนาอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2014 (ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ)

“เกิดผลในพระคริสต์…รู้คิดพลิกวิกฤตเป็นโอกาส”

มีประโยคหนึ่งที่ทำให้คนบางคนต้องสะดุ้ง “รู้นะคิดอะไรอยู่” ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ข้าพเจ้าเคยทักเสมียนในบริษัทเดียวกันว่า อย่าหนีไปเที่ยวอีกหล่ะ เพราะเป็นเวลาเย็นเลิกงานแล้ว แค่แซวเล่น แต่ปรากฏว่า เสมียนคนนี้ จริงจังมาก มานั่งข้างโต๊ะทำงานข้าพเจ้า เขม้นดูข้าพเจ้าแบบคาดคั้น จับพิรุธ แล้วถามว่า พี่รู้ได้ยังไง ว่าหนูหนีเที่ยว แค่นั้นแหล่ะ ข้าพเจ้าอธิษฐานในใจกับพระเจ้าว่า จะตอบเขายังไงดี ความจริงไม่รู้อะไรเลย และก็ได้คำตอบว่า ให้บอกเขาว่า พระเจ้ารักเธอนะ แค่นั้น เสมียนคนนี้น้ำตาร่วงร้องไห้ออกมา และสารภาพว่า หนูผิดไปแล้ว วันนั้น เสมียนคนนี้ได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขา บทเรียนของเสมียนคนนี้สอนข้าพเจ้าหลายเรื่อง มุมหนึ่งก็คือ ประสบการณ์ถ้อยคำแห่งความรู้ที่พระเจ้าให้ข้าพเจ้ามีแบบขั้นปฐมฯ อีกมุมหนึ่งคือข้าพเจ้าไม่ได้คิดอะไรที่เป็นลบเกี่ยวกับเสมียนคนนี้ แค่เอ็นดู ว่าคนอื่นเลิกงานกลับบ้านไปแล้ว เจ้านี่ยังต้องทำงานล่วงเวลา แต่คนที่มีอะไรในใจเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองทำผิดอยู่ หรือโดนทันฑ์บนอยู่ จึงร้อนตัวว่า คนอื่นจะคิดยังไงกับตนเอง ในชีวิตของคนเรา ต่างก็มีสิ่งที่เราผิดพลาดไม่ทางวาจา ก็อาจจะการกระทำ หรือแม้แต่ความคิด ที่คนเรามักคิดว่า ไม่เป็นไร แค่คิดเท่านั้น พระเยซูคริสต์ได้ตรัสถึงมาตรฐานของพระเจ้านั้นไม่เว้นแม้กระทั่งความคิด มัทธิว 5:28-30 28 ฝ่าย​เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า ผู้ใด​มอง​ผู้หญิง​เพื่อให้​เกิด​ใจ​กำหนัด​ใน​หญิง​นั้น ผู้​นั้น​ได้​ล่วง​ประเวณี​ใน​ใจ​กับ​หญิง​นั้น​แล้ว​29 ถ้า​ตา​ข้าง​ขวา​ของ​ท่าน​ทำ​ให้​ตัว​หลง​ผิด จง​ควัก​ออก​ทิ้ง​เสีย เพราะ​ว่า​ถึง​จะ​เสีย​อวัยวะ​อย่าง​หนึ่ง ​ก็​ดีกว่า​ตัว​ของ​ท่าน​จะต้อง​ลง​นรก30 ถ้า​มือ​ข้าง​ขวา​ทำ​ให้​หลง​ผิด จง​ตัดทิ้ง​เสีย เพราะ​ถึง​จะ​เสีย​อวัยวะ​อย่าง​หนึ่ง ​ก็​ดีกว่า​ตัว​ท่าน​จะต้อง​ลง​นรก มาตรฐานของพระเจ้านั้นสูงกว่าที่มนุษย์คิด และวิธีการตัดสินการตกนรกหรือขึ้นสวรรค์ก็ต่างจากมนุษย์อย่างสิ้นเชิง  พระเยซูคริสต์ยังสอนให้เรารู้คิดพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส คือการยอมเสียอวัยวะหรือแม้กระทั่งดวงตา เป็นการเปรียบเทียบว่า เรามัก จะเสียดายและรักบางส่วนที่เราหวงแหนเท่าชีวิต โดยลืมไปว่า ชีวิตทั้งหมดสำคัญที่สุดและควรหวงแหนมากที่สุด ดังนั้น จงยอมตัดส่วนที่หวงแหนออกไปหากส่วนของชีวิตนั้นทำผิดและมีผลให้พินาศทั้งชีวิต (คือตกนรก) กิจการซีรี่ส์วันนี้มาถึงเรื่อง “เกิดผลในพระคริสต์….รู้คิดพลิกวิกฤตเป็นโอกาส”  กิจการ 3:11-26;4:411 เมื่อ​คน​ง่อย​ที่​หาย​นั้น​ยัง​ยึด​เปโตร​และ​ยอห์น​อ​ยู่ ฝูง​คน​ก็​วิ่ง​ไป​หา​ท่าน​ที่​เฉลียง​พระ​วิหาร​ซึ่ง​เรียก​ว่า เฉลียง​ของ​ซาโลมอน​ด้วย​ความ​อัศจรรย์​ใจ​ยิ่ง​นัก​12 พอ​เปโตร​แล​เห็น​ก็​กล่าว​แก่​คน​เหล่า​นั้น​ว่า “ท่าน​ชน​ชาติ​อิสราเอล​ทั้ง​หลาย ไฉน​ท่าน​พา​กัน​ประหลาด​ใจ​ด้วย​เรื่อง​ของ​คน​นี้ เขม้น​ดู​เรา​ทำไม​เล่า อย่าง​กับ​ว่า​เรา​ทำ​ให้​คน​นี้​เดิน​ได้​โดย​ฤทธิ์​หรือ​ความ​ชอบธรรม​ของ​เรา​เอง​13 ​พระ​เจ้า​ของ​อับราฮัม อิสอัค และ​ยาโคบ คือ​พระ​เจ้า​แห่ง​บรรพ​บุรุษ​ของ​เรา ได้​ทรง​โปรด​ประทาน​พระ​เกียรติ​แด่​พระ​เยซู​ผู้รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์ ​พระ​เยซู​ผู้​ซึ่ง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​มอบ​ไว้​แล้ว และ​ได้​ปฏิเสธ​ต่อ​หน้า​ปีลาต​ เมื่อ​ปีลาต​ตั้งใจ​จะ​ปล่อย​พระ​องค์​ไป​14 แต่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ปฏิเสธ​พระ​องค์ ซึ่ง​เป็น​องค์​บริสุทธิ์​และ​ชอบธรรม และ​ได้​ขอ​ให้​เขา​ปล่อย​ผู้​ฆ่า​คน​ให้​ท่าน​ทั้ง​หลาย15 จึง​ฆ่า​พระ​องค์​ผู้​ทรง​เป็น​เจ้า​ชีวิต​เสีย แต่​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​โปรด​ให้​พระ​องค์​เป็น​ขึ้น​มา​อีก เรา​เป็น​พยาน​ใน​เรื่อง​นี้​16 โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์ ​พระ​นาม​นั้น​จึง​ได้​กระทำ​ให้​คน​นี้​ซึ่ง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เห็น​และ​รู้จัก​มี​กำลัง​ขึ้น คือ​ความ​เชื่อ​ซึ่ง​เป็นไป​โดย​พระ​องค์ ได้​กระทำ​ให้​คน​นี้​หาย​เป็น​ปกติ​ต่อ​หน้า​ท่าน​ทั้ง​หลาย 17 “พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ข้าพเจ้า​ทราบ​ว่า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ทำ​การ​นั้น เพราะ​ไม่​รู้​เรื่องราว​อะไร ทั้ง​คณะ​ผู้​ครอบ​ครอง​ของ​ท่าน​ก็​ทำ​เหมือน​กัน​ด้วย​18 แต่​ว่า​เหตุการณ์​เหล่า​นั้น ซึ่ง​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​ประกาศ​ไว้​ล่วงหน้า​โดย​ปาก​ของ​ผู้เผย​พระ​วจนะ​ทั้ง​หลาย ว่า​พระ​คริสต์​ของ​พระ​องค์​ต้อง​ทน​ทุกข์​ทรมาน ​พระ​องค์​จึง​ทรง​ให้​สำเร็จ​ตามนั้น​19 เหตุ​ฉะนั้น​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​หัน​กลับ​และ​ตั้งใจ​ใหม่ เพื่อ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ลบ​ล้าง​ความ​ผิด​บาป​ของ​ท่าน​เสีย เพื่อ​วาระ​พักผ่อน​หย่อน​ใจ​จะ​ได้มา​จาก​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​20 และ​เพื่อ​พระ​องค์​จะ​ได้​ทรง​ใช้​พระ​คริสต์​ซึ่ง​กำหนด​ไว้​แล้ว​นั้น​มา​เพื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย คือ​พระ​เยซู​21 ​พระ​องค์​นั้น​สวรรค์​จะต้อง​รับ​ไว้​จนถึง​วาระ​เมื่อ​สิ่ง​สารพัด​จะ​ตั้งขึ้น​ใหม่ ตาม​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ได้​ตรัส​ไว้​โดย​ปาก​บรรดา​ผู้เผย​พระ​วจนะ​บริสุทธิ์​ของ​พระ​องค์​ตั้งแต่​กาล​โบราณ​มา​22 โมเสส​ได้​กล่าว​ไว้​ว่า ‘พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ทรง​โปรด​ประทาน​ผู้เผย​พระ​วจนะ​คน​หนึ่ง เหมือน​อย่าง​เรา​ให้แก่​ท่าน​จาก​จำพวก​พี่​น้อง​ของ​ท่าน ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​เชื่อ​ฟัง​ผู้​นั้น​ใน​สิ่ง​สารพัด​ซึ่ง​พระ​องค์​จะ​ได้​ตรัส​แก่​ท่าน 23 ถ้า​ผู้​หนึ่ง​ผู้ใด​ไม่​เชื่อ​ฟัง​ผู้เผย​พระ​วจนะ​ผู้​นั้น เขา​จะต้อง​ถูก​ตัด​ขาด​ให้​พินาศ​ไป​จาก​ชน​ชาติ​ของ​พระ​เจ้า’ 24 และ​บรรดา​ผู้เผย​พระ​วจนะ ตั้งแต่​ซา​มูเอล​เป็น​ลำดับ​มา​ก็​กล่าว​เป็น​เสียง​เดียว​กัน พยา กรณ์ ​ถึง​กาลครั้ง​นั้น​25 ท่าน​ทั้ง​หลาย​เป็น​ลูก หลาน​ของ​ผู้เผย​พระ​วจนะ​นั้น และ​ของ​พันธสัญญา​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​กระทำ​ไว้​กับ​บรรพ​บุรุษ​ของ​ท่าน คือ​ได้​ตรัส​กับ​อับราฮัม​ว่า ‘บรรดา​พงศ์​พันธุ์​ของ​แผ่นดิน​โลก​จะ​ได้​พร​เพราะ​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า’ 26 ครั้น​พระ​เจ้า​ทรง​โปรด​ให้​องค์​ผู้รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์​เป็น​ขึ้น​แล้ว จึง​ทรง​ใช้​พระ​องค์​มายัง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก่อนเพื่อ​อวย​พระ​พร​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย โดย​ให้​ทุก​คน​กลับ​จาก​บาป​ของ​ตน”…..4 แต่​คน​เป็น​อัน​มาก​ที่​ได้​ฟัง​คำ​สอน​นั้น​ก็​เชื่อ จำนวน​ผู้ชาย​จึง​เพิ่มขึ้น​จน​นับ​ได้​ประมาณ​ห้า​พัน​คน  ครั้งแรกเปโตรนำคนกลับใจ 3,000 คน ครั้งนี้ มีคนกลับใจเพิ่ม (เฉพาะผู้ชาย)เป็น 5,000 คน ชีวิตที่เกิดผลในพระคริสต์ของเปโตรพัฒนาอย่างรวดเร็วมาถึงการต่อยอดที่เรียกว่ารู้คิดพลิกวิกฤตเป็นโอกาส  วิกฤตที่ว่านี่เป็นของใคร หากเราย้อนกลับไปดูในวันที่พระเยซูคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน บันทึกในหนังสือลูกาได้บันทึกเหตุการณ์หนึ่ง ลูกา 23:44-48  44 เวลา​นั้น​ประมาณ​เวลา​เที่ยง ​ก็​บังเกิด​มืด​มัว​ทั่ว​แผ่นดิน จนถึง​บ่าย​สาม​โมง​45 ดวง​อาทิตย์​ก็​มืด​ไป ม่าน​ใน​พระ​วิหาร​ก็​ขาด​ตรง​กลาง​46 ​พระ​เยซู​ทรง​ร้อง​เสียง​ดัง​ตรัส​ว่า “​พระ​บิดา​เจ้า​ข้า ข้า​พระ​องค์​ฝาก​วิญญาณ​จิต​ของ​ข้า​พระ​องค์​ไว้​ใน​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์” ตรัส​อย่าง​นั้น​แล้ว​ก็​สิ้น​พระ​ชนม์​47 ฝ่าย​นาย​ร้อย​เมื่อ​เห็น​เหตุการณ์​ซึ่ง​บังเกิด​ขึ้น​นั้น จึง​สรรเสริญ​พระ​เจ้า​ว่า “แท้จริง​ท่าน​ผู้​นี้​เป็น​คน​ชอบธรรม”48 คน​ทั้ง​ปวง​ที่มา​ชุมนุม​กัน​เพื่อ​จะ​ดู​การณ์​นั้น เมื่อ​เห็น​แล้ว​ก็​พา​กัน​ตี​อก​ของ​ตัว​กลับไป คนทั้งปวงที่มาชุมนุมเพื่อจะดูการประหารชีวิตของพระเยซูคริสต์บนไม้กางเขน พวกเขาได้เห็นสิ่งที่น่าตกใจคือ พระเยซูคริสต์อธิษฐานถึงพระเจ้าองค์เดียวกันกับที่คนทั้งปวงเหล่านี้อธิษฐานวันละสามรอบ ถ้ามองอย่างคนยิว จะรู้ว่า บ่ายสามโมงถึงเวลาอธิษฐานแล้ว เขาต้องไปวิหารเพื่ออธิษฐานเหมือนกับที่เปโตรกับยอห์นไปพระวิหารตอนบ่ายสามโมงเป็นเวลาอธิษฐาน แต่พวกยิวมุงเหล่านี้กลับไม่ไป มัวแต่สนใจการประหารชีวิตคนบนไม้กางเขน พระเยซูคือคนหนึ่งที่อยู่ไม้กางเขน เมื่อถึงเวลาบ่ายสามโมง พระองค์จึงอธิษฐานตรงนั้นด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้ายบนไม้กางเขน เป็นการทำบทบาทของการเป็นคนยิวที่ผูกพันกับพระเจ้าต่อหน้าคนยิว นายร้อยที่เป็นคนโรมันเห็นท้องฟ้ามืด แต่ไม่ได้เห็นม่านในวิหารขาดจากกลางลงล่าง (ซึ่งม่านในวิหารจะสูงมาก คนขึ้นไปฉีกจากข้างบนลงมาไม่ได้ เป็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติ นายร้อยเห็นแค่ท้องฟ้าก็รู้เลยว่า ถ้าจะพูดถึงพระเยซู ก็ต้องถวายเกียรติแด่พระเจ้า จึงพูดออกมาว่า “แท้จริง​ท่าน​ผู้​นี้​เป็น​คน​ชอบธรรม” แปลว่า เขาจะไม่ตัดสินพระเยซูคริสต์อย่างที่คนยิวตัดสิน แม้คนยิวจะยืมมือคนโรมันฆ่าพระเยซูก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจตามมาก็คือ คนยิวที่มาดูการตรึงพระเยซูมีปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์เดียวกันนี้อย่างไร เมื่อ​เห็น​แล้ว​ก็​พา​กัน​ตี​อก​ของ​ตัว​กลับไป ตรงนี้นักวิชาการทางพระคัมภีร์ตีความว่า คนยิวเหล่านี้กลับไปด้วยความรู้สึกตกใจสุดขีด สับสน กลัว รู้สึกแย่มากๆ ข้าพเจ้าคิดว่า ที่คนยิวรู้สึกแย่ และกลัว เพราะเวลาที่เขาควรจะไปอธิษฐานในพระวิหารในเวลาบ่ายสามโมง พวกเขากลับมารวมหัวกันตัดสินประหารพระเยซูคริสต์ที่ถูกกล่าวหาโดยไม่มีความผิด และพวกเขาก็ร่วมในการส่งเสียงว่า ตรึงเขา และปล่อยผู้ฆ่าคน ซึ่งเปโตรได้กล่าวในกิจการตอนนี้ พระ​เยซู​ผู้​ซึ่ง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​มอบ​ไว้​แล้ว และ​ได้​ปฏิเสธ​ต่อ​หน้า​ปีลาต​ เมื่อ​ปีลาต​ตั้งใจ​จะ​ปล่อย​พระ​องค์​ไป​14 แต่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ปฏิเสธ​พระ​องค์ ซึ่ง​เป็น​องค์​บริสุทธิ์​และ​ชอบธรรม และ​ได้​ขอ​ให้​เขา​ปล่อย​ผู้​ฆ่า​คน​ให้​ท่าน​ทั้ง​หลาย15 จึง​ฆ่า​พระ​องค์​ผู้​ทรง​เป็น​เจ้า​ชีวิต​เสีย เมื่อปิลาตเจ้าเมืองตัดสินว่าพระเยซูไม่มีความผิดและตั้งใจจะปล่อยพระองค์ ปิลาตได้เสนอทางเลือกให้กับคนยิวเหล่านี้ระหว่างปล่อยพระเยซูและอาชญากรแต่พวกยิวกลับเลือกปล่อยผู้ฆ่าคนและตรึงพระเยซูแทน  หากประยุกต์เรื่องนี้ในจังหวะชีวิตของเราทั้งหลาย วิกฤตชีวิตของเราอาจทำให้เรามาถึงทางเลือกที่จะปล่อยพระเยซูหรือปล่อยผู้ฆ่าคน ยอห์น 3:15 15 ผู้ใด​ที่​เกลียด​ชัง​พี่​น้อง​ของ​ตน​ผู้​นั้น​ก็​เป็น​ผู้​ฆ่า​คน และ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​รู้​แล้ว​ว่า ผู้​ฆ่า​คน​นั้น​ไม่​มี​ชีวิต​นิรันดร์​ดำรง​อยู่​ใน​เขา​เลย​ มาตรฐานของพระเจ้าสูงกว่ามนุษย์นัก แค่เพียงคิดเกลียดชังก็ถือว่าเป็น….ผู้ฆ่าคน ซึ่งคำตัดสินที่วิกฤตที่สุดคือ ผู้​ฆ่า​คน​นั้น​ไม่​มี​ชีวิต​นิรันดร์​ดำรง​อยู่​ใน​เขา​เลย​  คำถามก็คือว่า เราจะรู้คิดเรื่องนี้ไม๊ ให้เราถามคนข้าง คุณจะรู้คิดไม๊ว่าแค่รู้สึกเกลียดก็วิกฤตที่สุดแล้ว คำถามต่อไปก็คือว่า เราเคยเลือกปล่อยผู้ฆ่าคนในชีวิตของเราหรือไม่…ถ้าเคย นั่นคือ เราได้ตรึงพระเยซูเมื่อนั้น การมาโบสถ์ทำให้เราพ้นวิกฤตแล้วหรือยัง…ยัง ให้เรามาดูชีวิตที่เกิดผลในพระคริสต์….ทำให้รู้คิดอย่างไร

1.ทำให้รู้คิดว่าตนคือใคร กิจการ 3:11-12

11 เมื่อ​คน​ง่อย​ที่​หาย​นั้น​ยัง​ยึด​เปโตร​และ​ยอห์น​อ​ยู่ ฝูง​คน​ก็​วิ่ง​ไป​หา​ท่าน​ที่​เฉลียง​พระ​วิหาร​ซึ่ง​เรียก​ว่า เฉลียง​ของ​ซาโลมอน​ด้วย​ความ​อัศจรรย์​ใจ​ยิ่ง​นัก​12 พอ​เปโตร​แล​เห็น​ก็​กล่าว​แก่​คน​เหล่า​นั้น​ว่า “ท่าน​ชน​ชาติ​อิสราเอล​ทั้ง​หลาย ไฉน​ท่าน​พา​กัน​ประหลาด​ใจ​ด้วย​เรื่อง​ของ​คน​นี้ เขม้น​ดู​เรา​ทำไม​เล่า อย่าง​กับ​ว่า​เรา​ทำ​ให้​คน​นี้​เดิน​ได้​โดย​ฤทธิ์​หรือ​ความ​ชอบธรรม​ของ​เรา​เอง การรู้คิดของเปโตรคือ การปฏิเสธตนเองเป็นศูนย์กลาง ซึ่งคนรอบข้างพยายามยัดเยียดให้เป็นผู้วิเศษ คนพิเศษ คนชอบธรรม จากผลงานคนง่อยเดินได้  เพราะแท้จริงคือผลจากพระนามของพระเยซู   คนเรามีจุดอ่อน ใครชมเป็นเหลิง เป็นหลง ถึงแม้ไม่มีใครชม ก็ยังชมตัวเองได้ มีสำนวนที่ว่า ด๊อกขี้ โนบอดี้ยกเทล แปลว่า หมาขี้ ไม่มีใครยกหางให้มัน มันยกเอง มีความหมายถึงคนที่ชมตัวเองโดยไม่มีใครชม ถ้ายิ่งมีคนแกล้งชม (เพราะต้องการเอาใจ) จะมิหลงตัวเองไปกว่านั้นหรือ เพราะฉะนั้น พี่น้อง อย่าพยายามทำให้คนเหลิง คนหลง อย่างไม่ถูกต้อง (เพราะเห็นว่าเขารวย เขาเก่ง เขามีอิทธิพลกับหน้าที่การงานของเรา หรือมีอิทธิพลในความอยู่รอดของเรา) สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเปโตร จะเรียกว่า ของจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่เปโตรรู้คิด ไม่หลงติดกับท่าทีของผู้คนที่ตอบสนองต่อชีวิตที่เกิดผลของเปโตร เปโตรรีบปฏิเสธทันที การรู้คิดจะปฏิเสธการให้ชีวิตของตนเองเป็นศูนย์กลาง และไม่ใช้ผลที่เกิดเป็นเครื่องมือแสวงหาชื่อเสียงเกียรติยศเพื่อตนเอง แม้เปโตรกับยอห์นจะไปพระวิหารเพื่อเป้าหมายในการเทศนาสั่งสอนอย่างพระเยซูคริสต์ที่ทรงเคยทำ ประเด็นคือเพื่อประกาศพระเยซูคริสต์ เปโตรกับยอห์น คือพยานของการฟื้นขึ้นมาจากความตายของพระเยซู แต่​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​โปรด​ให้​พระ​องค์​เป็น​ขึ้น​มา​อีก เรา​เป็น​พยาน​ใน​เรื่อง​นี้ นี่คือสิ่งที่คริสเตียนทุกคนควรรู้คิดเช่นเดียวกันว่า เราคือใคร เรามักจะอ้างว่า เราคือคนของพระเจ้า เราคือลูกของพระเจ้า เราคือลูกแห่งพระพร เราคือคริสเตียน(ผู้เดินตามทางนั้น) แต่น้อยนักที่เราจะอ้างว่า เราคือพยานการฟื้นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์ โธมัสคนช่างสงสัยการฟื้นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์ทำให้พระเยซูทรงตรัสล่วงหน้าถึงพวกเราในวันนี้เลย ยอห์น 20:25-29 25 สาวก​อื่นๆ จึง​บอก​โธมัส​ว่า “เรา​ได้​เห็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​แล้ว” แต่​โธมัสต​อบ​เขา​เหล่า​นั้น​ว่า “ถ้า​ข้า​ไม่​เห็น​รอย​ตะปู​ที่​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์ และ​ไม่ได้​เอา​นิ้ว​ของ​ข้า​แยง​เข้า​ไป​ที่​รอย​ตะปู​นั้น และ​ไม่ได้​เอา​มือ​ของ​ข้า​แยง​เข้า​ไป​ที่​สีข้าง​ของ​พระ​องค์​แล้ว ข้า​จะ​ไม่​เชื่อ​เลย” 26 ครั้น​ล่วง​ไป​แปด​วัน​แล้ว เหล่า​สาวก​ของ​พระ​องค์​อยู่​ด้วย​กัน​ใน​บ้าน​นั้น​อีก และโธ มัส​ก็​อยู่​กับ​พวก​เขา​ด้วย ประตู​ปิด​แล้ว แต่​พระ​เยซู​เสด็จ​เข้า​มา​ประทับ​ยืน​อยู่​ท่ามกลาง​เขา และ​ตรัส​ว่า “สันติ​สุข​จง​ดำรง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เถิด”27 แล้ว​พระ​องค์​ตรัส​กับโธ​มัส​ว่า “จง​ยื่น​นิ้ว​มา​ที่นี่​และ​ดู​มือ​ของ​เรา จง​ยื่น​มือ​ออก​คลำ​ที่​สีข้าง​ของ​เรา อย่า​ขาด​ความ​เชื่อ​เลย จง​เชื่อ​เถิด”28 โธมัส​ทูล​พระ​องค์​ว่า “องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์ และ​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์”29 ​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เพราะ​ท่าน​ได้​เห็น​เรา​ท่าน​จึง​เชื่อ​หรือ ผู้​ที่​ไม่​เห็น​เรา​แต่​เชื่อ​ก็​เป็น​สุข”ความหมายของพระเยซูที่ตรัสกับโธมัส หมายถึงพวกเราในวันนี้ หากเราเชื่อพระองค์ แม้ไม่เห็นก็เหมือนกับเห็น คำว่า เป็นสุข แปลว่าพระพรสูงสุดและความมั่งคั่ง นั่นหมายความว่า ชีวิตคริสเตียนที่แท้จริงจะรู้สึกถึงพระพรสูงสุดและสัมผัสถึงความมั่งคั่ง ยากอบใช้คำว่า มั่งมีในความเชื่อ แต่คริสตเตียนมากมายมักจะใช้ความเชื่อเพื่อความมั่งมี จึงทำให้ลืมตัวว่าตนคือใคร  เปโตรเป็นพยานการฟื้นขึ้นจากความตายของพระเยซู เขาจึงเป็นคนที่มั่งมีในความเชื่อ ชีวิตที่เกิดผลในพระคริสต์…ทำให้รู้คิดว่าตนคือใคร

2.มีฤทธิ์พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส กิจการ 3:14-17

14 แต่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ปฏิเสธ​พระ​องค์ ซึ่ง​เป็น​องค์​บริสุทธิ์​และ​ชอบธรรม และ​ได้​ขอ​ให้​เขา​ปล่อย​ผู้​ฆ่า​คน​ให้​ท่าน​ทั้ง​หลาย15 จึง​ฆ่า​พระ​องค์​ผู้​ทรง​เป็น​เจ้า​ชีวิต​เสีย แต่​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​โปรด​ให้​พระ​องค์​เป็น​ขึ้น​มา​อีก เรา​เป็น​พยาน​ใน​เรื่อง​นี้​16 โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์ ​พระ​นาม​นั้น​จึง​ได้​กระทำ​ให้​คน​นี้​ซึ่ง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เห็น​และ​รู้จัก​มี​กำลัง​ขึ้น คือ​ความ​เชื่อ​ซึ่ง​เป็นไป​โดย​พระ​องค์ ได้​กระทำ​ให้​คน​นี้​หาย​เป็น​ปกติ​ต่อ​หน้า​ท่าน​ทั้ง​หลาย 17 “พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ข้าพเจ้า​ทราบ​ว่า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ทำ​การ​นั้น เพราะ​ไม่​รู้​เรื่องราว​อะไร ทั้ง​คณะ​ผู้​ครอบ​ครอง​ของ​ท่าน​ก็​ทำ​เหมือน​กัน​ด้วย  เปโตรได้กล่าวถึง ฤทธิ์ หรือพลังที่พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส มาจากความเชื่อในพระนามของพระเยซู…. ​16 โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์ ​พระ​นาม​นั้น​จึง​ได้​กระทำ​ให้​คน​นี้​ซึ่ง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เห็น​และ​รู้จัก​มี​กำลัง​ขึ้น คือ​ความ​เชื่อ​ซึ่ง​เป็นไป​โดย​พระ​องค์ ได้​กระทำ​ให้​คน​นี้​หาย​เป็น​ปกติ​ต่อ​หน้า​ท่าน​ทั้ง​หลายวิกฤตของคนง่อยคือเดินไม่ได้ แต่วิกฤตได้กลายเป็นโอกาสเมื่อได้ฤทธิ์หรือพลังจากพระนามของพระเยซูที่ถูกใช้โดยผู้ที่มีความเชื่ออย่างเปโตร พจนานุกรมเล็กซิทรอนได้นิยามคำว่า “วิกฤต” หมายถึง ถึงขั้นอันตราย, ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อขั้นแตกหัก เช่น มรสุมชีวิต สาหัส ในคำเทศนาของพระเยซูเรื่องความกระวนกระวาย พระองค์สอนวิธีรับมือกับความกระวนกระวายว่า มัทธิว 6:33 33 แต่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​แสวงหา​แผ่นดิน​ของ​พระ​เจ้า และ​ความ​ชอบธรรม​ของ​พระ​องค์​ก่อน แล้ว​พระ​องค์​จะ​ทรง​เพิ่ม​เติม​สิ่ง​ทั้ง​ปวง​เหล่า​นี้​ให้ วิกฤตทำให้เกิดความรู้สึกกระวนกระวายใจ พระเยซูกำลังสอนสาวกของพระองค์ว่า แผ่นดินของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระเจ้าอยู่ที่ใคร คนนั้นจะผ่านวิกฤตทุกชนิดไปได้  เปโตรเคยเจอกับวิกฤตและหนีวิกฤตด้วยการปฏิเสธพระเยซู  และเสียใจแต่ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร จนเปโตรได้ตอบสนองการเรียกให้หันกลับและตั้งใจใหม่จากพระเยซู การรับมอบหมายให้เลี้ยงดูฝูงแกะ หมายถึงวงศ์วานอิสราเอลที่เป็นเหมือนแกะหลง เปโตรจึงมีอาหารฝ่ายจิตวิญญาณที่จะดูแลจิตวิญญาณของคน อาจตีความหมายตอนนี้ว่า แผ่นดินและความชอบธรรมของพระเจ้าอยู่ในเปโตร แม้เปโตรจะไม่มีเงินทอง แต่พระเจ้าได้เพิ่มเติมสิ่งทั้งปวง นั่นคือสิ่งที่สามารถนำพาให้คนผ่านวิกฤตชีวิตไปได้ด้วยพระนามของพระเยซูคริสต์เจ้า  เปโตรจึงก้าวเข้าไปในชีวิตที่เกิดผลสำหรับพวกคนยิวที่มาอธิษฐานกับพระเจ้าในพระวิหาร แต่ยังห่างไกลจากแผ่นดินและความชอบธรรมของพระเจ้า  สิ่งที่เปโตรมีคือพลัง(ฤทธิ์) ในการพลิกวิกฤตที่คนมองไม่เห็นให้กลายเป็นโอกาสที่จะได้เข้าใกล้พระเจ้าอย่างแท้จริง เปโตรไม่เหมือนเปโตรคนเดิมที่โผงผาง ใจร้อน พูดแต่คำไม่เข้าหูพระเยซู วันนี้ เปโตรคนใหม่ที่พูดจาอย่างฤทธิ์ ยกพระคัมภีร์ได้อย่างเหมาะสมกับวาระ มีคำหนุนใจในจังหวะที่คนต้องการ  17 “พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ข้าพเจ้า​ทราบ​ว่า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ทำ​การ​นั้น เพราะ​ไม่​รู้​เรื่องราว​อะไร ทั้ง​คณะ​ผู้​ครอบ​ครอง​ของ​ท่าน​ก็​ทำ​เหมือน​กัน​ด้วย  เปโตรเปิดประเด็นวิกฤตของคนยิวที่กลับบ้านด้วยการตีอกตัวเองให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้  โอกาสของความผิดที่ไม่มีวันได้รับการให้อภัย แต่ได้รับการให้อภัย นี่คือฤทธิ์ที่พลิกวิกฤตเป็นโอกาส   จงพลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยเฉพาะวิกฤตความไว้วางใจ ที่ทำให้เราเสียความรู้สึก เจ็บปวด เป็นมรสุมชีวิตที่แสนสาหัส เราต้องการฤทธิ์และพลังอันนี้ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราใช้ความเชื่อในพระนามของพระเยซูให้ชีวิตเกิดผลอย่างเปโตร   ครั้งหนึ่งเปโตรเคยเป็นคนที่พูดไม่เข้าหูพระเยซู ทำอะไรก็ไม่เข้าท่า การตอบสนองต่อสถานการณ์แต่ละอย่างของเปโตรแต่ละครั้ง เรียกได้ว่า แย่มาก(สอบตก) จนสุดท้ายก่อนไก่ขันสามครั้งเปโตรก็ปฏิเสธพระเยซู และสุดท้ายของสุดท้ายคือล้มกระดานไปเป็นชาวประมงเหมือนเดิม เปโตรเป็นคนที่พูดไว พูดดัง พูดเด็ดเดี่ยว แต่ทำอย่างที่พูดไม่ได้สักที   ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเปโตรจะเปลี่ยนได้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ เราทั้งหลายอยากเปลี่ยนแบบนี้ไม๊ คุณเชื่อไม๊ว่า คุณสามารถเปลี่ยนได้ อย่างหน้ามือเป็นหลังเท้า สิ่งที่เปโตรแนะให้คนที่อยู่ในวิกฤตต้องทำอย่างเร่งด่วนก็คือ การกลับใจใหม่ ด้วยเหตุผลสองประการ

2.1 การกลับใจใหม่คือการกู้ชีวิตกลับคืนมา ​กิจการ 3:19-20;4:4 19 เหตุ​ฉะนั้น​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​หัน​กลับ​และ​ตั้งใจ​ใหม่ เพื่อ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ลบ​ล้าง​ความ​ผิด​บาป​ของ​ท่าน​เสีย เพื่อ​วาระ​พักผ่อน​หย่อน​ใจ​จะ​ได้มา​จาก​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​20 และ​เพื่อ​พระ​องค์​จะ​ได้​ทรง​ใช้​พระ​คริสต์​ซึ่ง​กำหนด​ไว้​แล้ว​นั้น​มา​เพื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย คือ​พระ​เยซู……​ 4 แต่​คน​เป็น​อัน​มาก​ที่​ได้​ฟัง​คำ​สอน​นั้น​ก็​เชื่อ จำนวน​ผู้ชาย​จึง​เพิ่มขึ้น​จน​นับ​ได้​ประมาณ​ห้า​พัน​คน  ข้าพเจ้าได้เข้าไปในพื้นที่ฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีป้ายแยกโซนไว้สามโซน โซนแรก วิกฤตต้องช่วยชีวิต และโซนที่สอง วิกฤตไม่ต้องช่วยชีวิต (ตายแน่ๆ) และโซนที่สามรอดูอาการ คำว่า วาระพักผ่อนหย่อนใจ รากศัพท์ภาษากรีกหมายถึง การฟื้นฟู ลมหายใจที่กลับมาใหม่อีกครั้ง ในสภาพที่กำลังจะหมดลมหายใจแล้วกลับมาใหม่ ถ้าวันนี้พระเจ้าเตือนเราให้กลับใจใหม่ แสดงว่า เรากำลังอยู่ในโซนวิกฤตที่ช่วยชีวิตได้ แต่ถ้าเราไม่ใส่ใจกับคำเตือนนี้บ่อยๆ วันหนึ่ง เราอาจเข้าไปอยู่ในโซนวิกฤตที่ไม่ต้องช่วยชีวิต นั่นคือ ไม่มีเสียงเตือนอีกต่อไป เรื่องราวในกิจการตอนนี้เริ่มต้นด้วยขอทานง่อยที่หากินกับคนยิวที่มาในพระวิหาร เพราะคนที่มาพระวิหารวันละสามเวลาเรียกตามภาษาชาวบ้านคือคนเอาพระเอาเจ้า จิตใจย่อมมีความเมตตาสงสารคนขอทาน แต่ดูเหมือนกลายเป็นขัดแย้งเมื่อเปโตรเทศน์ให้คนที่มาพระวิหารต้องกลับใจใหม่ เปโตรควรไปเทศน์ให้หญิงโสเภณี นักเลงอันธพาล คนเก็บภาษีดีกว่า เพราะที่พระวิหารมีแต่คนดีๆทั้งนั้น เปโตรกำลังเอามะพร้าวมาขายสวนหรือสอนจรเข้ว่ายน้ำอยู่หรือเปล่า แต่ผลลัพธ์คือว่า 4 แต่​คน​เป็น​อัน​มาก​ที่​ได้​ฟัง​คำ​สอน​นั้น​ก็​เชื่อ จำนวน​ผู้ชาย​จึง​เพิ่มขึ้น​จน​นับ​ได้​ประมาณ​ห้า​พัน​คน แสดงให้เห็นว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้ว่าชีวิตที่เข้าไปในพระวิหารมันตรงกันข้ามกับจิตวิญญาณที่เป็นอยู่ และเปโตรจี้ตรงจุดให้พวกเขาต้องหันกลับและตั้งใจใหม่ การกลับใจใหม่คือการกู้ชีวิตกลับคืนมา 19 เหตุ​ฉะนั้น​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​หัน​กลับ​และ​ตั้งใจ​ใหม่ เพื่อ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ลบ​ล้าง​ความ​ผิด​บาป​ของ​ท่าน​เสีย เพื่อ​วาระ​พักผ่อน​หย่อน​ใจ​จะ​ได้มา​จาก​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า ตราบใดที่บาปยังอยู่ เหล็กไนของความตายก็ทำงานของมัน ทำให้ไม่มีฤทธิ์ที่จะพลิกวิกฤตของชีวิตได้ การกลับใจใหม่คือการเดินเข้าไปสู่การช่วยเหลือจากพระเจ้า ให้พระเจ้าต่อลมหายใจของเราอีกครั้ง หลายคนใช้คำว่าต่อลมหายใจกับการมีเงินมาช่วย มีนู่นนี่นั่นที่ขาดอยู่ แต่ข้าพเจ้าอยากจะบอกว่า นั่นความคิดเกี่ยวกับการกู้ชีวิตแบบจอมปลอม และเป็นการเรียงลำดับผิดๆ และเป็นกับดักที่ทำให้ไปไม่ถึงการกู้ชีวิตของแท้เสียที เราจึงเห็นชีวิตคริสเตียนที่หวาดเสียว เมื่อวานเฉียดสวรรค์ วันนี้เฉียดนรก เหตุผลประการที่สองของการกลับใจใหม่

2.2 การกลับใจใหม่เปิดโอกาสให้รับพระพร กิจการ 3:25-26 25 ท่าน​ทั้ง​หลาย​เป็น​ลูก หลาน​ของ​ผู้เผย​พระ​วจนะ​นั้น และ​ของ​พันธสัญญา​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​กระทำ​ไว้​กับ​บรรพ​บุรุษ​ของ​ท่าน คือ​ได้​ตรัส​กับ​อับราฮัม​ว่า ‘บรรดา​พงศ์​พันธุ์​ของ​แผ่นดิน​โลก​จะ​ได้​พร​เพราะ​เชื้อ​สาย​ของ​เจ้า’ 26 ครั้น​พระ​เจ้า​ทรง​โปรด​ให้​องค์​ผู้รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์​เป็น​ขึ้น​แล้ว จึง​ทรง​ใช้​พระ​องค์​มายัง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก่อน เพื่อ​อวย​พระ​พร​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย โดย​ให้​ทุก​คน​กลับ​จาก​บาป​ของ​ตน” อับราฮัมบิดาแห่งความเชื่อ คือบรรพบุรุษของคนยิวและเราทั้งหลายก็มีอับราฮัมในฝ่ายวิญญาณของเราด้วย นั่นหมายความว่า พระเจ้าจะอวยพรเราด้วยเช่นกัน เมื่อพระเจ้าตั้งใจจะอวยพร พระองค์ไม่เปลี่ยนใจแน่นอน คำถามก็คือว่า แล้วอะไรคืออุปสรรคทำให้เราไม่ได้รับพระพร  26 ครั้น​พระ​เจ้า​ทรง​โปรด​ให้​องค์​ผู้รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์​เป็น​ขึ้น​แล้ว จึง​ทรง​ใช้​พระ​องค์​มายัง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก่อน เพื่อ​อวย​พระ​พร​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย โดย​ให้​ทุก​คน​กลับ​จาก​บาป​ของ​ตน” การเรียกให้กลับจากบาปของตนหมายถึงการที่ตัวเราคือตัวขวางพระพรนั่นเอง การเดินผิดทิศผิดทางทำให้เราไม่พบพระพรตามที่พระเจ้าสัญญา คริสเตียนจงฟังให้ดี คุณกำลังรอพระพรในหนทางที่ไม่มีพระพรอยู่หรือเปล่า มีคริสเตียนไม่น้อยที่พยายามทำอะไรๆมากมายให้พระเจ้าโดยไม่มีการกลับใจใหม่ นั่นไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิต เพราะคำว่า กลับใจใหม่ รากศัพท์ภาษากรีกแปลว่า หันกลับ 180 องศา คือตรงกันข้าม หรือคนละทางกับวิถีชีวิตเดิม ไม่มีชีวิตเก่าอีกเลย นั่นแหล่ะคุณจะพบพระพรในหนทางใหม่แน่นอน  เฉลยธรรมบัญญัติ 28:1-14 1 “ถ้า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เชื่อ​ฟัง​พระ​สุรเสียง​ของ​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน และ​ระวัง​ที่​จะ​กระทำ​ตาม​พระ​บัญญัติ​ของ​พระ​องค์​ซึ่ง​ข้าพเจ้า​บัญชา​ท่าน​ใน​วันนี้ ​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​จะ​ทรง​ตั้ง​ท่าน​ไว้​ให้​สูง​กว่า​บรรดา​ประชาชาติ​ทั้ง​หลาย​ทั่ว​โลก​2 ​พระ​พร​เหล่า​นี้​จะ​ตามมา​ทัน​ท่าน ถ้า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ฟัง​พระ​สุรเสียง​ของ​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​3 ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​รับ​พระ​พร​ใน​เมือง​ ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​รับ​พระ​พร​ใน​ทุ่ง​นา​4 พงศ์​พันธุ์​ของ​ตัว​ท่าน​เอง ผล​แห่ง​พื้นดิน​ของ​ท่าน​และ​พันธุ์​แห่ง​สัตว์​ของ​ท่าน​จะ​รับ​พระ​พร คือ​ฝูง​วัว​ของ​ท่าน​ที่​เพิ่มขึ้น ฝูง​แกะ​ของ​ท่าน​ที่​เพิ่ม​ลูก​ขึ้น​5 กระจาด​ของ​ท่าน และ​ราง​นวด​แป้ง​ของ​ท่าน​จะ​รับ​พระ​พร​6 ท่าน​จะ​รับ​พระ​พร​เมื่อ​ท่าน​เข้า​มา และ​ท่าน​จะ​รับ​พระ​พร​เมื่อ​ท่าน​ออกไป 7 “​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​กระทำ​ให้​ศัตรู​ผู้​ลุก​ขึ้น​ต่อสู้​ท่าน​พ่าย​แพ้​แก่​ท่าน เขา​จะ​ออกมา​ต่อสู้​ท่าน​ทาง​หนึ่ง และ​หนี​จาก​ท่าน​เจ็ด​ทาง​8 ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​บัญชา​พระ​พร​ให้แก่​ฉาง​ของ​ท่าน และ​บรรดา​กิจการ​ที่​ท่าน​กระทำ และ​พระ​องค์​จะ​ทรง​อำนวย​พระ​พร​แก่​ท่าน​ใน​แผ่นดิน​ซึ่ง​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ประทาน​แก่​ท่าน​9 ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ตั้ง​ท่าน​ให้​เป็น​ชน​ชาติ​บริสุทธิ์​แด่​พระ​องค์ ดังที่​พระ​องค์​ทรง​ปฏิญาณ​แก่​ท่าน​แล้ว ถ้า​ท่าน​รักษา​พระ​บัญญัติ​ของ​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน และ​ดำเนิน​ใน​มรรคา​ของ​พระ​องค์​10 และ​ชน​ชาติ​ทั้ง​หลาย​ใน​โลก​จะ​เห็น​ว่า​เขา​เรียก​ท่าน​ตาม​พระ​นาม​พระ​เจ้า และ​เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​เกรง​กลัว​ท่าน​11 ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​กระทำ​ให้​ท่าน​ทั้ง​หลาย​อุดม​สมบูรณ์​ไป​ด้วย​พันธุ์​ของ​ตัว​ท่าน​เอง ผล​ของ​ฝูง​สัตว์​ของ​ท่าน​และ​ผล​แห่ง​พื้นดิน​ของ​ท่าน ใน​แผ่นดิน​ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​ปฏิญาณ​แก่​บรรพ​บุรุษ​ว่า​จะ​ให้​ท่าน​12 ​พระ​เจ้า​จะ​เปิด​คลัง​ฟ้า​อัน​ดี​ของ​พระ​องค์​ประทาน​ฝน​แก่​ท่าน​ตาม​ฤดูกาล และ​ทรง​อำนวย​พระ​พร​แก่​กิจการ​น้ำมือ​ของ​ท่าน และ​ท่าน​จะ​ให้​ประชาชาติ​หลาย​ประชาชาติ​ขอ​ยืม แต่​ท่าน​จะ​ไม่​ขอ​ยืม​เขา​13 ถ้า​ท่าน​เชื่อ​ฟัง​พระ​บัญญัติ​ของ​พระ​เยโฮวาห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน ซึ่ง​ข้าพเจ้า​บัญชา​ท่าน​ใน​วันนี้ และ​ระวัง​ที่​จะ​กระทำ​ตาม ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​กระทำ​ให้​ท่าน​เป็น​หัว​ไม่ใช่​เป็น​หาง กระทำ​ให้​สูงขึ้น​ทาง​เดียว​มิใช่​ให้​ต่ำลง​14 และ​ถ้า​ท่าน​ไม่​หัน​เห​ไป​จาก​ถ้อยคำ​ซึ่ง​ข้าพเจ้า​บัญชา​ท่าน​ใน​วันนี้ โดย​หัน​ไป​ทาง​ขวามือ​หรือ​ทางซ้าย ไป​ติดตาม​ปรนนิบัติ​พระ​อื่น พระคัมภีร์ตอนนี้บอกเราว่า ไม่ว่าผู้ที่ฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าอยู่ที่ไหน พระพรจะตามไปทันเขาเสมอ ไม่ว่าเขาจะเผลอหรือตั้งใจ เขาก็จะพบพระพร อาเมน

“เกิดผลในพระคริสต์…รู้คิดพลิกวิกฤตเป็นโอกาส”

1.ทำให้รู้คิดว่าตนคือใคร

2.มีฤทธิ์พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส 

2.1.การกลับใจใหม่คือการกู้ชีวิตกลับคืนมา 

2.2การกลับใจใหม่เปิดโอกาสให้รับพระพร